สร้อยคอประดับเพชรที่เชื่อกันว่ามีความเชื่อมโยงกับ ‘คดีสร้อยพระศออันอื้อฉาว’ ของราชินีมารี อ็องตัวเน็ต แห่งฝรั่งเศส ในศตวรรษที่ 18 ถูกประมูลขายในเจนีวาเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (13 พฤศจิกายน 2024) ด้วยราคา 4.26 ล้านฟรังก์สวิส (ประมาณ 16.7 ล้านบาทไทย)
สร้อยคอสมัยจอร์เจียน ที่มีเพชรน้ำหนัก 300 กะรัตนี้ คาดว่าสร้างขึ้นก่อนการปฏิวัติฝรั่งเศสประมาณ 10 ปี และถูกนำออกมาประมูลโดยนักสะสมส่วนตัวชาวเอเชีย ซึ่งการนำไปจัดแสดงตามนิทรรศก่อนเริ่มการประมูลนี้ ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปีที่สร้อยคอชิ้นนี้ถูกจัดแสดงต่อสาธารณชน
Sotheby’s บริษัทจัดการประมูลผลงานศิลปะสัญชาติอังกฤษ เป็นผู้จัดการการประมูลครั้งนี้ พวกเขาระบุว่า เพชรบางส่วนในเครื่องประดับชิ้นนี้อาจมาจากสร้อยคอที่เกี่ยวข้องกับช่วงชีวิตท้ายๆ ของพระนางมารี อ็องตัวเน็ต
ในปี 1785 อัญมณีดังกล่าวเป็นศูนย์กลางของเรื่องอื้อฉาวที่เกิดขึ้น โดยมีซึ่งสตรีชื่อ มาดาม ยีน เดอ ลาม็อตต์ (Jeanne de la Motte) ได้ทำเรื่องขอซื้อสร้อยคอมาในนามมารี อองตัวเน็ต โดยบอกว่าจะจ่ายเงินให้ภายหลัง แต่สุดท้ายแล้ว เมื่อเจ้าของเพชรไม่ได้เงิน จึงทวงเงินไปที่มารี อองตัวเน็ต โดยตรง ซึ่งราชินีแห่งฝรั่งเศสก็ยืนยันว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นด้วยเลย
แม้ในการพิจารณาคดีในเวลาต่อมาจะพบว่ามารีไม่มีความผิด แต่ข่าวลือต่างๆ ก็แพร่กระจายออกไป จนทำให้ชื่อเสียงของเธอ ถูกมองว่ามักจะใช้จ่ายฟุ่มเฟือยอีกครั้ง และถือเป็นหนึ่งในตัวเร่งปฏิกิริยา ช่วยจุดชนวนให้เกิดการปฏิวัติและการล้มล้างสถาบันกษัตริย์ฝรั่งเศสในท้ายที่สุด
นอกจากเรื่องอื้อฉาวนี้ Sotheby’s แถลงว่า ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 สร้อยคอชิ้นนี้ที่ถูกนำมาประมูล เคยเป็นของมาร์ควิสแห่งแองเกิลซี ซึ่งเป็นตระกูลขุนนางชั้นนำในสหราชอาณาจักรที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับราชวงศ์อังกฤษ
มาร์จอรี เพจเจ็ต (Marjorie Paget) มาร์เชียเนสแห่งเกาะแองเกิลซี สวมสร้อยคอเส้นนี้ในพิธีราชาภิเษกของกษัตริย์จอร์จที่ 6 ในปี 1937 จากนั้น ลูกสะใภ้ของเธอเองก็สวมเครื่องประดับชิ้นเดียวกันในพิธีราชาภิเษกของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในปี 1953
และในช่วงทศวรรษ 1960 เพชรนี้ก็ถูกนำไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติอเมริกัน ก่อนที่จะมีนักสะสมส่วนตัวซื้อไป
“เพชรเม็ดนี้หายากและสำคัญมาก เป็นอัญมณีที่รอดพ้นจากชีวิตในราชสำนักอันโอ่อ่าของยุคจอร์เจียน โดดเด่นด้วยความโอ่อ่าและความหรูหราที่ไม่มีใครเทียบได้ ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในอัญมณีจอร์เจียนที่งดงามและสมบูรณ์ที่สุดชิ้นหนึ่งในมือของเอกชน” แอนเดรส ไวท์ คอร์เรียล (Andres White Correal) ประธานบริษัทเครื่องประดับ Sotheby’s กล่าวในการแถลงข่าง
“เมื่อเทียบกับอัญมณีของราชวงศ์และจักรวรรดิอื่นๆ ที่ยังคงอยู่จากยุคเดียวกัน สร้อยคอเส้นนี้โดดเด่นกว่าตัวอย่างเหล่านี้มาก ถือเป็นอัญมณีมูลค่ามหาศาล และยังเป็นผลงานระดับปรมาจารย์ด้านการออกแบบ ฝีมือ และนวัตกรรมทางเทคนิคอันประณีตสำหรับยุคนั้นอีกด้วย” เขากล่าวเสริม
เพชรแต่ละเม็ดถูกตัดแบบ old mine brilliant cut และมีน้ำหนักระหว่าง 1-1.5 กะรัต และข้อมูลยังระบุว่าเพชรเหล่านี้มีแหล่งที่มาจากเหมืองโกลคอนดาในตำนานของอินเดีย ซึ่งเป็นเหมืองเดียวกับกับที่พบเพชรโฮป
อ้างอิงจาก