ชาวเชียงใหม่ และชาวไทย เอาไงต่อ? กฎหมาย PRTR จะเป็นทางรอดในยุคที่ไทยเต็มไปด้วยสารพิษหรือไม่?
หลังทีมวิจัยไทยพบสารหนูปนเปื้อนในแม่น้ำกดสูงกว่าค่ามาตรฐาน จนเกิดความกังวลด้านสุขภาพจากการได้รับสารพิษในระยะยาว นอกจากการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า คนยังตั้งคำถามถึงความปลอดภัย ในยุคที่สภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลง และเราอาจสัมผัสมลพิษได้ตลอดเวลา
‘กฎหมายว่าด้วยการเปิดเผยข้อมูลมลพิษ’ จึงเป็นอีกความหวังแห่งทางออก ที่ยังคงรอว่าจะได้บังคับใช้เมื่อไร
กฎหมาย PRTR (Pollutant Release and Transfer Registers) คือ กฎหมายว่าด้วยการรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยมลพิษและการเคลื่อนย้ายสารเคมีอันตราย จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค
รายละเอียดของกฎหมายนี้ คือการสร้างฐานข้อมูลระดับประเทศ รวบรวมข้อมูลการปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อมจากแหล่งต่างๆ ทั้งอากาศ แหล่งน้ำ ดิน จากทุกแหล่งกำเนิด เช่น โรงงานอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้า เหมืองแร่ รถยนต์ รวมถึงการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม
หากมีกฎหมาย PRTR ประชาชนจะสามารถเข้าถึงข้อมูลแหล่งมลพิษได้ง่ายและรวดเร็วผ่านระบบออนไลน์ ทำให้สามารถป้องกันตนเองจากความเสี่ยงด้านสุขภาพได้ทันที นอกจากนี้ ยังเป็นประโยชน์ต่อภาครัฐในการวางแผนจัดการมลพิษ และช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมพัฒนาระบบการผลิตที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น
เครือข่ายภาคประชาชน ได้เสนอร่าง พ.ร.บ. PRTR ต่อรัฐสภาไปเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567
และถูกบรรจุเข้าวาระที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2567 แต่ปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ
สภาผู้บริโภค จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งผลักดันร่างกฎหมาย PRTR ให้มีผลบังคับใช้ เพื่อให้ประชาชนมีสิทธิในการรับรู้ข้อมูลและดำรงชีวิตในสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย
นอกจากนั้น สภาผู้บริโภคยังได้เสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค โดยเพิ่ม “สิทธิในการบริโภคที่ยั่งยืนและการดำรงชีวิตในสภาพแวดล้อมที่ดีและปลอดภัย เพื่อเป็นการบัญญัติเรื่องนี้ไว้ในกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคโดยตรง และผู้บริโภคจะได้เข้าใจว่าสามารถใช้สิทธิของตนเองได้ผ่านกฎหมายนี้
อ้างอิงจาก
greenpeace.org