ช่วงที่ผ่านมาหลายคนคงเคยได้ยินกรณีการพบ ‘สารพิษปนเปื้อน’ ในแม่น้ำกก จ.เชียงราย ที่สร้างความกังวลให้คนในพื้นที่อย่างมาก ซึ่งล่าสุดนักวิชาการพบ “สารหนูสะสมเกินค่ามาตรฐาน” ในเส้นผมและเล็บในกลุ่มตัวอย่างคนที่ใช้ชีวิตริมน้ำกก
ในการประชุมพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายสาธารณะ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทีมนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงและมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้ชี้ถึงผลกระทบจากสารพิษปนเปื้อนในแม่น้ำกก
นักวิชาการได้เก็บตัวอย่างเล็บและเส้นผมของผู้ใหญ่และเด็ก ประมาณ 100 ตัวอย่าง ที่อาศัยอยู่บริเวณต้นน้ำ ใน 4 พื้นที่ ได้แก่ ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่, ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย, ต.ดงมหาวัน อ.เวียงเชียงรุ่ง และ ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เพื่อตรวจสารหนู
จากนั้นก็พบว่า มีสารหนูอยู่ในเล็บและผมของกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งบ่งชึ้ถึงการสัมผัสกับสารพิษนานระยะหนึ่ง
ข้อมูลในที่ประชุมระบุว่า พบปริมาณสารหนูสะสมในเล็บ “เกินค่ามาตรฐาน” (0.5 มก./กก.) ในกลุ่มตัวอย่าง 16 ราย หรือร้อยละ 17.78
โดยมีอาการคือ ระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ชาปลายมือปลายเท้า และอ่อนแรง 10 คน, ระบบผิวหนัง ระคายเคือง 7 คน, พบความผิดปกติของสีผิวตุ่มหนาคล้ายตาปลา 5 คน และระบบทางเดินหายใจ เยื่อโพรงจมูกอักเสบ และผนังกั้นโพรงจมูกทะลุ 3 คน
นักวิชาการยังชี้ถึงผลด้านสุขภาพจิต โดยชาวบ้านหลายคนมีความกังวลหลายด้าน ตั้งแต่วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป การประกอบอาชีพ จนถึงความเสี่ยงที่น้ำประปาในหมู่บ้านจะมีสารพิษปนเปื้อน
“สิ่งที่สำคัญคือกลุ่มที่มีความเสี่ยงเหล่านี้ รัฐบาลจะมีมาตรการดูแลพวกเขาอย่างไร รัฐบาลควรลงพื้นที่และตรวจเพิ่มเติม ตอนนี้ได้เกิดความเสี่ยงด้านสุขภาพเพราะเราตรวจเจอหมดแล้ว รัฐควรตรวจยืนยัน ที่สำคัญคือวางมาตรการรับมือความเสี่ยงที่เกิดขึ้น กระทรวงสาธารณสุขกับกระทรวงมหาดไทยต้องทำงานแบบบูรณาการกัน ตรงนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนเพราะตรวจเจอแล้ว และก่อนหน้านี้กรมควบคุมโรคก็เคยตรวจพบสารหนูในปัสสาวะของชาวบ้านริมแม่น้ำกก” ผศ.เสถียร ฉันทะ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย ระบุ
ล่าสุดวันนี้ (26 กุมภาพันธ์) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ชี้แจงว่า “ระดับสารหนูยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน”
กระทรวงสาธารณสุขระบุว่า หน่วยงานในพื้นที่ได้รายงานผลการตรวจเฝ้าระวังการปนเปื้อนของสารหนูในแม่น้ำกก และในน้ำประปาหมู่บ้าน ซึ่งทำให้มั่นใจได้ว่าประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้ปกติ และไม่ได้รับผลกระทบต่อสุขภาพ
ทั้งนี้ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ขอบคุณนักวิชาการและหน่วยงานในพื้นที่ ที่ให้ความสนใจและติดตามสุขภาพของคนในพื้นที่
นพ.สมฤกษ์ กล่าวต่อว่า แม้การปนเปื้อนสารหนูจะยังไม่เกินค่ามาตรฐาน และยังอยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ เพื่อไม่ให้กระทบต่อสุขภาพประชาชน แต่กระทรวงสาธารณสุขยังคงตรวจเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค เฝ้าระวังการปนเปื้อนในอาหาร และตรวจสุขภาพกลุ่มเสี่ยง เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง