ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา เกิดแผ่นดินไหวซึ่งมีจุดศูนย์กลางที่ประเทศเมียนมา และส่งผลกระทบต่อประเทศไทยซึ่งเป็นเหตุให้เกิดโศกนาฎกรรมครั้งใหญ่ โดยอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างถล่มลงมา จนทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบราย
ล่าสุดวันนี้ (7 สิงหาคม) ที่สำนักอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ศักดิ์เกษม นิไทรโยค ผู้ตรวจการอัยการ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดเปิดเผยว่า จากที่พนักงานสอบสวนสน.บางซื่อ ส่งสำนวนการสอบสวนคดีอาคารสตง. ที่ถล่มระหว่างเกิดแผ่นดินไหวให้กับพนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 เมื่อ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
ซึ่งพนักงานสอบสวนมีความเห็นว่าควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดารวม 23 ราย ในฐานเป็นผู้มีวิชาชีพการออกแบบ ควบคุม ก่อสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์อันพึงกระทำ โดยประการน่าจะให้เกิดอันตรายแก่บุคคลอื่น เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และร่วมกันปลอมเอกสาร
สำหรับผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว ประกอบด้วย
ผู้ต้องหาที่ 1 บริษัท ฟอ-รัม อาร์คิเทค จำกัด
ผู้ต้องหาที่ 2 สุชาติ ชุติปภากร
ผู้ต้องหาที่ 3 พิมล เจริญยิ่ง
ผู้ต้องหาที่ 4 บริษัท ไมนฮาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด
ผู้ต้องหาที่ 5 ธีระ วรรธนะทรัพย์
ผู้ต้องหาที่ 6 สุพล อัครอารีสุข
ผู้ต้องหาที่ 7 ชัยณรงค์ เสียงไพรพันธ์
ผู้ต้องหาที่ 8 อภิชาติ รักษา
ผู้ต้องหาที่ 9 บริษัท พี เอ็น ซิงค์โครไนซ์ จำกัด โดย ปฏิวัติ ศิริไทย
ผู้ต้องหาที่ 10 ปฏิวัติ ศิริไทย
ผู้ต้องหาที่ 11 บริษัท เคพี คอนซัลแทนส์ แอนด์ แมเนจเม้นท์ จำกัด โดย กฤตภัฏ ปล่องกระโทก
ผู้ต้องหาที่ 12 กฤตภัฏ ปล่องกระโทก
ผู้ต้องหาที่ 13 บริษัท ว.และสหาย คอนซัลแตนส์ จำกัด โดย พลเดช เทิดพิทักษ์วานิช และประณีต แสงอัลงการ (ขณะเกิดเหตุ)
ผู้ต้องหาที่ 14 พลเดช เทิดพิทักษ์วานิชสมชาย เย็นทรัพย์
ผู้ต้องหาที่ 15 สมชาย เย็นทรัพย์
ผู้ต้องหาที่ 16 บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลล็อปเมนต์ จำกัด โดย เปรมชัย กรรณสูตร และนิจพร จรณะจิตต์ (ขณะเกิดเหตุ)
ผู้ต้องหาที่ 17 เปรมชัย กรรณสูตร
ผู้ต้องหาที่ 18 บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด โดย ชวนหลิง จาง
ผู้ต้องหาที่ 19 ชวนหลิง จาง
ผู้ต้องหาที่ 20 เกรียงศักดิ์ กอวัฒนา
ผู้ต้องหาที่ 21 อนุวัฒน คันษร
ผู้ต้องหาที่ 22 ธิปัตย์ รัตนวงษา
และ ผู้ต้องหาที่ 23 วิศาลจุลพัลลภ
อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาทั้ง 23 รายที่ถูกยื่นฟ้องในวันนี้ เป็นคดีหมายเลขดำ อ2201/2568 ของศาลอาญา ซึ่งผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ทั้งหมด และยังไม่มีรายใดได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว