ตอนนี้เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า วิกฤตโลกเดือดได้กลายเป็นปัญหาใหญ่ในชีวิตของคนจำนวนมาก ทั้งสภาพอากาศแปรปรวน ตั้งแต่อากาศร้อนจัดจนฝนตกรุนแรง ที่กระทบชีวิตประจำวัน ทั้งต้นทุนของวัตถุดิบของอาหารที่เรากินทุกวันสูงขึ้น ตลอดจนภัยธรรมชาติที่อาจเกิดบ่อยและรุนแรงขึ้น จากปัจจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
แต่อีกหนึ่งสิ่งที่อาจคนอาจยังไม่ได้พูดถึงมากนักคือ ผลกระทบต่อ ‘เด็กแรกเกิด’ ซึ่งรายงานการศึกษาใหม่จากมหาวิทยาลัยเดร็กเซิล (Drexel University) ในเมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย พบความเชื่อมโยงระหว่างอุณหภูมิที่สูงขึ้น กับการคลอดก่อนกำหนด การเสียชีวิตของทารกในครรภ์ (stillbirths) น้ำหนักของทารกแรกเกิดต่ำ และทารกพิการแต่กำเนิด
“เราเพิ่งจะเริ่มเห็นถึงอันตราย” ผู้วิจัยกล่าวว่า ที่ผ่านมามีงานวิจัยเพียงไม่กี่ชิ้น ที่ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิแวดล้อมที่สูงขึ้น กับอัตราการเสียชีวิตในทารก “แต่ปัญหานี้ใหญ่มากอย่างชัดเจน”
รายงานนี้ได้วิเคราะห์แบบ case-crossover จากความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิโดยรอบ และอัตราการตายของทารกในเมืองฟิลาเดลเฟีย ในช่วงฤดูร้อนระหว่างปี 2000 ถึง 2015 โดยพบว่า หากอุณหภูมิต่ำสุดประจำวันนั้นสูงกว่า 23.9°C แล้วทุกๆ 1°C ที่อุณหภูมิสูงขึ้น จะทำให้ความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตของทารกเพิ่มขึ้น 22.4%
แม้ว่าการวิเคราะห์ข้อมูลในรายงานฉบับนี้ จะจำกัดแค่ในสหรัฐฯ เท่านั้น แต่รูพา บาซู (Rupa Basu) ที่ปรึกษาด้านสภาพภูมิอากาศจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย กล่าวกับเว็บไซต์ Vox ว่า ในภูมิภาคอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ของโลก ที่ได้รับผลกระทบจากความร้อนมากที่สุด อาจมีผลลัพธ์ที่ทวีความรุนแรงกว่าที่พบในสหรัฐฯ โดยเขาย้ำว่า “นี่เป็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น”
อีกทั้งรายงานพบว่า คลื่นความร้อนยังเพิ่มโอกาสในการคลอดก่อนกำหนดขึ้น 16-26% และผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ในช่วงเดือนที่ร้อนที่สุดของปี จะมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ ที่อาจเป็นอันตรายได้หากไม่ได้รับการรักษา
นอกจากปัจจัยด้านความร้อนแล้ว รายงานยังชี้ว่าการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล และสถานการณ์ไฟป่าที่รุนแรงมากขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลก มีแนวโน้มที่จะเชื่อมโยงกับอัตราการเกิดทารกน้ำหนักแรกเกิดต่ำทั่วโลก สูงถึง 16% เนื่องจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซ ก่อให้เกิดฝุ่นพิษขนาดเล็ก ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพร้ายแรงได้
อ้างอิงจาก