เหลืออีกเพียงไม่กี่ชั่วโมง มหกรรมกีฬา SEA Games ครั้งที่ 33 ก็จะเปิดฉากขึ้นแล้ว โดยปีนี้มีประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน แต่ดูเหมือนว่า ความพร้อมในหลายๆ ด้านของมหกรรมกีฬาครั้งนี้อาจยังไม่เรียบร้อยดีเท่าที่ควร
โดยมีปัญหาให้เห็นเรื่อยมาตั้งแต่ประเด็นเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา การประชาสัมพันธ์ที่ยังไม่ทั่วถึง และปัญหาอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้เกิดการตั้งคำถามจากหลายภาคส่วนว่า “นี่เรากำลังเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันอยู่ใช่ไหม?”
แล้วปัญหาที่พบมีอะไรบ้าง ต้นเหตุเหล่านี้มาจากไหน The MATTER สรุปมาให้แล้วในบทความนี้
นักกีฬาทีมชาติต้องเผชิญปัญหา ‘เบี้ยเลี้ยงจ่ายช้า-เงินอัดฉีดไม่เพิ่ม’
เริ่มจากขุนพลหลักอย่าง ‘นักกีฬาทีมชาติ’ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการแข่งขันครั้งนี้ แต่กลับมีประเด็นเรื่อง ‘เบี้ยเลี้ยง’ ซึ่งมีปัญหาเรื่องการจ่ายเงินที่ล่าช้าและการไม่เพิ่ม ‘เงินอัดฉีด’ ซึ่งส่งผลต่อขวัญกำลังใจของนักกีฬา
โดยที่ผ่านมามีข่าวนักกีฬาทีมชาติขอถอนตัวไม่ร่วมการแข่งขันในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 เนื่องจากปัญหาเรื่องเบี้ยเลี้ยงและการบริหารงานของสมาคมกีฬาต่างๆ เช่น ณี-สุธิยา จิวเฉลิมมิตร นักกีฬายิงเป้าบิน, หมิว-พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ นักแบดมินตันหญิงเดี่ยว
แต่ในกรณีของพรปวีณ์ได้มี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย เข้าพูดคุยและสั่งให้ อรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เร่งแก้ไขดำเนินการด่วนในเดือนตุลาคม พรปวีณ์จึงตัดสินใจกลับมาเข้าร่วมการแข่งขันอีกครั้ง
ถึงกระนั้น สมาคมกีฬาอื่นๆ ยังคงประสบปัญหาเรื่องเบี้ยเลี้ยงอยู่เหมือนเดิม โดยล่าสุด บุญส่ง นวลย่อง ผู้จัดการทีมมวยไทยชุดซีเกมส์ เปิดเผยว่า นักกีฬากำลังซ้อมด้วยความรู้สึกเซ็งและหมดกำลังใจ เนื่องจากรอเงินเบี้ยเลี้ยงที่ค้างมานานกว่า 3 เดือน ทั้งที่ส่งเอกสารทั้งหมดให้การกีฬาแห่งประเทศไทยครบถ้วนแล้ว แต่ไม่ทราบว่าติดขัดอยู่ในขั้นตอนไหน
ขณะที่ ‘เงินอัดฉีด’ นักกีฬาในกรณีที่ชนะการแข่งขันและได้เหรียญรางวัล โดย 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย เผยว่า เหรียญทองจะได้รับเงินอัดฉีดเพิ่มจาก 300,000 เป็น 500,000 บาท ส่วนเหรียญเงินจะได้ 250,000 บาท และเหรียญทองแดง 125,000 บาท ซึ่งเป็นนโยบายของธรรมนัส และ รมต.การท่องเที่ยวและกีฬา
แต่หลังมีการประชุมบอร์ดกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ผู้จัดการกองทุนกลับแจ้งต่อธรรมนัสซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยว่า ‘กองทุนไม่มีเงิน’ ทำให้ไม่สามารถเพิ่มเงินอัดฉีดให้นักกีฬาได้ และยังคงอัตราเดิมตั้งแต่ปี 2561 คือ เหรียญทอง 300,000 บาท เหรียญเงิน 150,000 บาท และเหรียญทองแดง 75,000 บาท
ทั้งนี้ การมีเบี้ยเลี้ยงถือเป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจของนักกีฬาในการฝึกซ้อมเพื่อให้มาซึ่งเหรียญรางวัล โดยไม่ต้องกังวลเรื่องชีวิตความอยู่ด้านอื่นๆ สามารถทำให้กีฬากลายเป็นอาชีพที่หาเลี้ยงตนเอง และโฟกัสกับการแข่งขันเพื่อนำชัยชนะกลับมาสู่ประเทศไทยได้
ขณะที่การเพิ่มเงินอัดฉีดก็ควรปรับให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้นักกีฬาที่ผ่านการฝึกซ้อมมาอย่างหนัก และเป็นเงินสนับสนุนให้สมาคมกีฬาต่างๆ สามารถขับเคลื่อนองค์กรของตัวเองได้ต่อไป
การประชาสัมพันธ์-ตารางการแข่งขัน-บัตรสื่อมวลชน
‘ตารางการแข่งขัน’ เป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่สำหรับคอกีฬาที่เฝ้ารอรับชมการแข่งขันมหกรรมกีฬาครั้งนี้ โดยหากเข้าไปในเฟซบุ๊กเพจ ‘SEA GAMES Thailand 2025’ จะพบว่าพึ่งมีการอัปเดตตารางการแข่งขันเมื่อเวลา 13:48 น. ของวันนี้ (2 ธันวาคม) โดยจะเริ่มการแข่งขันรายการแรกในวันที่ 3 ธันวาคม
หรือเว็บไซต์ seagames2025.org ซึ่งควรเป็นช่องทางการประชาสัมพันธ์รายละเอียดการแข่งขันกีฬาต่างๆ แต่กลับพบว่ามีการให้ข้อมูลที่กระจัดจายและบางข้อมูลยังไม่สามารถเข้าถึงได้ อย่างหน้า ‘LIVE SPORT PROGRAM’ ที่ยังขึ้นข้อความกำกับว่า ‘Coming Soon’ หรือจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง

ภาพ เว็บไซต์ seagames2025.org หน้า ‘LIVE SPORT PROGRAM’ วันที่ 2 ธันวาคม 2025 เวลา 15:30 น.
ขณะที่การจองบัตรเพื่อรับชมกีฬาในสนามก็ยังไม่มีการเปิดให้จองตั๋วล่วงหน้าในระบบ โดยเฉพาะรายการแข่งขันที่จะจัดขึ้นก่อนมีพิธีเปิด
ส่วนการจองที่นั่งเพื่อรับชมพิธีเปิด SEA Games 2025 ในวันที่ 9 ธันวาคม 2025 ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน ก็พบปัญหาที่รอบแรกเปิดที่นั่งให้น้อยจนต้องเปิดให้มีการลงทะเบียนเข้าชมรอบที่ 2 ซึ่งทำให้เกิดปัญหาเรื่องคนที่เลือกที่นั่งเดิมไปแล้วอยากย้ายไปโซนที่ดีกว่า (จากโซน S และ N ซึ่งเป็นหัว-ท้ายสนาม เป็นโซน W ที่อยู่ด้านกว้าง)
นอกจากนั้น ‘สื่อมวลชน’ ซึ่งเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญในการร่วมถ่ายทอดบรรยากาศการแข่งขันกีฬาต่างๆ ยังเผชิญปัญหาที่ว่ามีการออกบัตรประจำตัวสื่อมวลชน (AD Card) ล่าช้า สื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศยังไม่ได้รับบัตรดังกล่าว ทั้งที่บางรายการจะเริ่มทำการแข่งขันในพรุ่งนี้แล้ว
วันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้อัปเดตความคืบหน้าในประเด็นดังกล่าวว่า กำลังเร่งประสานงานไปยังคณะกรรมการโอลิมปิกให้เร่งรัดออกบัตรโดยเร็วที่สุด ก่อนพิธีเปิดที่จะจัดขึ้นในวันที่ 9 ธันวาคมนี้
ปัญหาประสานงานและความล่าช้า
ที่กล่าวข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาที่พบในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 33 โดยก่อนหน้านี้ได้พบปัญหาอื่นๆ ที่มาจากการปรับเปลี่ยนแผนงานต่างๆ กะทันหัน เช่น การเปลี่ยนมาสคอต ‘เดอะ สาน’ จากสีประจำวันเป็นสีธงชาติไทย การเปลี่ยนสนามการแข่งขันฟุตบอลกนักแรกที่สนามกีฬาติณสูลานนท์ จ.สงขลา มาเตะที่ ราชมังคลากีฬาสถาน ในเดือนตุลาคม
การปรับเปลี่ยนเหล่านี้อาจมีผลมาจากการปรับเปลี่ยน รมต.การท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงการเปลี่ยนผู้นำรัฐบาลที่เกิดขึ้นตลอดช่วงระยะการเตรียมการแข่งขันซีเกมส์ครั้งนี้
โดยตลอดช่วงการเตรียมงานซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ในปี 2566-2568 ประเทศไทยได้เปลี่ยนรัฐมนตรีการท่องเที่ยวและกีฬามาแล้ว 4 คน ได้แก่ สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล, เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช, สรวงศ์ เทียนทอง และ อรรถกร ศิริลัทธยากร
ควบคู่กับการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 3 ครั้ง ได้แก่ เศรษฐา ทวีสิน, แพทองธาร ชินวัตร จากพรรคเพื่อไทย และ อนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย
เหล่านี้ ทำให้เกิดการตั้งข้อสังเกตว่าเมื่อมีการปรับเปลี่ยนรัฐบาลหรือรัฐมนตรีประจำกระทรวง การดำเนินงานต่างๆ ที่เตรียมไว้อาจต้องสะดุดลง เพราะต้องมีการเริ่มปรับจูนแนวทางจัดการแข่งขันใหม่ และทำให้การประสานงานต่างๆ ช้าลงไปอีก
นอกจากนั้น ยังมีปัญหาการพูดคุยระหว่างองค์กร อย่างกรณีที่มีการพูดต่อหน้าสาธารณะว่าจะมีการเพิ่มเงินอัดฉีดนักกีฬาเพิ่มจากอัตราเดิม แต่หลังจากนั้นกลับพบว่า ‘กองทุนไม่มีเงิน’ สำหรับการอัดฉีดนักกีฬา รวมถึงการดำเนินการเรื่องเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาที่ล่าช้า
สุดท้ายนี้ การแข่งขันมหกรรมซีเกมส์ ครั้งที่ 33 จะเริ่มแข่งขันรายการแรกในวันพรุ่งนี้ (3 ธันวาคมนี้) และจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ วันที่ 9 ธันวาคม 2025 ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน และมีการแข่งขันเรื่อยไปจนถึงพิธีปิด 20 ธันวาคม 2025