เมื่อวานนี้ (16 ธันวาคม) ในงาน “ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้” ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้เปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ทั้ง 3 คน คือจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
ไม่เพียงเท่านั้น ในงานยังมีการแสดงวิสัยทัศน์ของแคนดิเดตทั้งสาม พร้อมกับเล่าถึงนโยบายที่พรรคเพื่อไทยจะผลักดันหากได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล–วันนี้ The MATTER ชวนรู้จักนโยบายของพรรคเพื่อไทยว่า เกี่ยวกับอะไรบ้าง? มีรายละเอียดอย่างไร? และแคนดิเดตทั้งสามสัญญาไว้ว่า จะทำให้สำเร็จภายในเวลาเท่าไหร่?
หวยเกษียณ
จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์–แคนดิเดตนายกฯ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ย้ำนโยบายแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนเป็นหลัก โดยมีมาตรการปลดหนี้ให้คนไทย และสานต่อนโยบาย ‘หวยเกษียณ’ ที่แม้รัฐบาลชุดปัจจุบันจะไม่สานต่อนโยบายดังกล่าว แต่พรรคเพื่อไทยจะทำให้ได้ใน 3 เดือนแรก ของการเป็นรัฐบาล
นโยบายนี้จะเป็นความหวังของคนทุกวัย แต่เงินทุกบาทที่ซื้อจะไม่หายไป เพราะหวยเกษียณคือการสร้างเงินออม โดยไม่ต้องไปปรับพฤติกรรมการเสี่ยงโชคของคนไทย แต่จะช่วยให้ผู้สูงอายุมีเงินก้อนยามแก่เฒ่า เสริมไปกับเบี้ยยังชีพและสวัสดิการอื่นๆ ทำให้ลูกหลานมีอิสรภาพทางการเงินที่มากขึ้น
จุลพันธ์กล่าวว่า หวยเกษียณจึงเปลี่ยนการเสี่ยงโชคสู่หลักประกัน และ “เปลี่ยนความหวังระยะสั้น ให้กลายเป็นความมั่นคงระยะยาว”
ล้างหนี้ให้คนไทย
อีกหนึ่งนโยบายที่จุลพันธ์เสนอคือ ‘การล้างหนี้ให้คนไทย’ ซึ่งเขามองว่า ไม่ใช่เรื่องส่วนบุคคลอีกต่อไป แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฉุดรั้งทั้งชีวิตประชาชนและอนาคตของเศรษฐกิจไทย
เขาจึงเสนอนโยบายที่จะช่วยล้างหนี้ให้คนหลายกลุ่ม เช่น
- แก้หนี้นอกระบบ–ด้วยการให้สินเชื่อรายละ 50,000 บาท ดอกเบี้ยต่ำ โดยไม่ต้องมีหลักประกันไปปิดหนี้นอกระบบ
- หนี้ NPL–จะทำให้รายได้กลายเป็นดอกเบี้ย หากคนที่เป็นหนี้เสียไม่เกิน 200,000 บาท จะจ่ายเพียง 10% หรือ 20,000 บาท ก็ปิดหนี้ได้ทันที
- หนี้เกษตรกร–พรรคเพื่อไทยจะพักเงินต้นและดอกเบี้ย 3 ปี วงเงินไม่เกิน 500,000 บาท เพื่อต่ออายุต่อลมหายใจให้พี่น้องเกษตรกร
- ล้างหนี้วัยเกษียณ–ปลดหนี้เสียของผู้สูงวัย ไม่เกิน 100,000 บาท ภายใน 3 เดือน
- ลูกหนี้ชั้นดี ผ่อนดี 1 ปีฟรี 1 งวด–สำหรับกลุ่มลูกหนี้ชั้นดีที่จ่ายตรง จ่ายครบทุกงวด ก็ควรได้รางวัล โดยถ้าผ่อนดี 1 ปี ฟรี 1 งวด สำหรับยอดหนี้ 100,000 บาท
“พรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะยกเครื่องประเทศไทย มีแต่พรรคเพื่อไทยเท่านั้นที่ทำได้ นี่คือคำมั่นสัญญาของผม จุลพันธ์ อมรวิวัตน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี” จุลพันธ์ย้ำ
รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย
ต่อมาที่สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ–อีกหนึ่งแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย ผู้เคยดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีหลายกระทรวง กล่าวในงานเดียวกันว่า “คมนาคมที่ดี ต้องทำให้คนเข้าถึงได้ และเป็นประโยชน์ในด้านอื่นของชีวิตด้วย”
เขาระบุว่า ก่อนจะมีความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองนั้น นโยบาย ‘รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย’ ของพรรคเพื่อไทยได้ไปไกลถึงขั้น “พร้อมลงทะเบียนและพร้อมใช้” แล้ว ซึ่งพรรคได้วางแผนฝ่าฟันทุกอุปสรรคทุกจุด รวมถึงการเดินหน้ากฎหมายสำคัญทั้ง 3 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ.การขนส่งทางราง, พ.ร.บ.รฟม. และ พ.ร.บ.ตั๋วร่วม เพื่อให้ระบบเดินได้จริงและเป็นธรรม
“ผมขอยืนยันว่า ภายใน 3 เดือนหลังพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พี่น้องประชาชนจะได้ใช้รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายทันทีครับ” สุริยะกล่าว
นอกจากนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายแล้ว เขายังเสนอนโยบาย ‘รถเมล์แอร์ 10 บาท’ เพื่อปรับปรุงรถเมล์ ให้คนไทยเข้าถึงการเดินทางที่มีคุณภาพได้จริง
บ้านเพื่อคนไทย
เพื่อพิสูจน์ว่าคนไทยสามารถมีบ้านในทำเลที่ดีได้จริง บ้านที่อยู่ใกล้ระบบคมนาคม ใกล้งาน ใกล้เมือง ใกล้บริการและที่สำคัญคือ ‘จ่ายไหว’ สุริยะจึงเสนอนโยบาย ‘บ้านเพื่อคนไทย’ ซึ่งพรรคเพื่อไทยเริ่มเดินหน้าไปแล้ว 4 โครงการนำร่อง
จาก 4 โครงการนำร่อง สุริยะตั้งใจจะขยายไปสู่พื้นที่ศักยภาพทั่วประเทศ โดยจะทำให้การลงทุนโครงสร้างคมนาคม ระบบราง ระบบการบิน ท่าเรือ ทั้งนี้สุริยะย้ำว่า ไม่ใช่แค่พาคนเดินทาง แต่เป็นโครงสร้างที่ทำให้คนไทย “ตั้งหลักได้” คือมีบ้าน มีคุณภาพชีวิต และมีแรงออกไปทำงาน หาเลี้ยงครอบครัว และสร้างอนาคตของตัวเองได้จริง
มุ่งสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ในงานนี้พรรคเพื่อไทยยังเปิดตัว ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งถูกวางให้เป็นแคนดิเดตนายกฯ อันดับแรกของพรรค โดยยศชนันเป็นนักวิชาการด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ และเป็นบุตรชายของสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี
แม้ในงานนี้ ยศชนันจะยังไม่ได้เสนอนโยบายที่ชัดเจน แต่เขาได้แสดงวิสัยทัศน์ในการวางรากฐานประเทศสู่การเป็นประเทศรายได้สูง ด้วยการสร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูง โดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Science and Technology หรือ S&T) พร้อมด้วย AI เป็นแกนหลัก
ยุทธศาสตร์สำคัญที่ยศชนันพูดถึง ก็มีตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพเศรษฐกิจเดิม (Old Economy) ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ในส่วนของภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรมการผลิต และภาคการบริการ พร้อมไปกับการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) จากศักยภาพท้องถิ่นผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย ครอบคลุมการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศ การผลิตอุตสาหกรรม และสุขภาพและคุณภาพชีวิต
ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็ต้องปรับตัวเพื่อรองรับเศรษฐกิจมูลค่าสูงด้วย โดยยศชนันกล่าวว่า รัฐบาลต้องเดินหน้า 3 ด้าน คือ
- สร้างความมั่นคงรอบด้าน ทั้งการทหาร ความมั่นคงไซเบอร์ ความมั่นคงด้านอาหาร พลังงาน และการรับมือ Climate Change ควบคู่การทูตที่รักษาสมดุลผลประโยชน์ของไทย
- ทำให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ (Rule of Law) โดยเสนอการแก้ปัญหาการคอร์รัปชันด้วยการสร้างความโปร่งใสด้วยรัฐบาลดิจิตัล และการสร้างวัฒนธรรมการต่อต้านคอร์รัปชัน
- พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ตั้งแต่คมนาคม โลจิสติกส์ ความปลอดภัยด้วย AI โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล พลังงานสะอาด สวัสดิการ การศึกษา วิจัย และนวัตกรรม พร้อมไปกับการสร้างคน คือเน้นการศึกษา เพื่อเตรียมคนให้สอดรับกับการวางโครงสร้างรากฐานทางเศรษฐกิจใหม่
“เริ่มจากวันนี้ เวลานี้ วินาทีนี้ ยกเครื่องประเทศไทย ถ้าเพื่อไทยทำได้ ประเทศไทยทำได้ แน่นอน” ยศชนันย้ำ