เมื่อคืนที่ผ่านมาจนถึงเช้าวันนี้ หลายคนคงได้ติดตามกรณี ‘ชลบุรี เขต 1’ ซึ่งมีประชาชนจำนวนมาก เดินทางมาปักหลักรอการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ หลังพบพิรุธหลายประการ
เพื่อช่วยให้เข้าในสถานการณ์ดีขึ้น รวมถึงติดตามว่าตอนนี้มีความคืบหน้าอะไรบ้าง The MATTER ชวนทุกคนอ่านไทม์ไลน์กรณีชลบุรี เขต 1 ไปพร้อมๆ กัน
- ช่วงเย็นเมื่อวานนี้ (9 กุมภาพันธ์) มีการรายงานว่าจะมี “การนับคะแนนใหม่” ของเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี ทำให้ประชาชนไปติดตามกัน แต่เมื่อไปถึงกลับไม่พบการนับคะแนนใหม่แต่อย่างใด
- ต่อมาเมื่อประชาชนได้ติดตามเรื่องก็ทราบว่า หีบบัตรเลือกตั้งชลบุรี เขต 1 นั้นถูกย้ายมารวมไว้ที่สนามแบดมินตัน เทศบาลเมืองชลบุรี
- เมื่อทราบดังนั้นแล้ว ชาวชลบุรีจึงรวมใจกันเดินทางไปที่สนามแบดมินตันดังกล่าว เพื่อเรียกร้องให้ กกต.ชลบุรี “นับคะแนนใหม่ทันที”
- ระหว่างที่ประชาชนทยอยมารวมตัวนั้น ก็คนที่ช่วยกันตรวจสอบรถบรรทุก 2 คันที่ขนหีบบัตรเลือกตั้ง และพบ “ความผิดปกติ” หลายประการกับหีบบัตรเลือกบางส่วน เช่น
– หีบบัตรเลือกตั้งซึ่งถูกเก็บไว้ ไม่ได้อยู่ในที่ปลอดภัยมิดชิด
– หีบบัตรเลือกตั้งไม่มีสายเคเบิลไทร์รัดไว้ ตามระเบียบของ กกต. โดยมีเพียงการปิดผนึกด้วยเทปกาว
– หีบบัตรเลือกตั้งไม่มีการลงลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่ปิดทับ
– มีเพียงหีบบัตรเลือกตั้งส่วนน้อยเท่านั้น ที่มีสายเคเบิลไทร์ พร้อมทั้งมีลายมือชื่อกำกับเอาไว้ อย่างถูกต้องตามระเบียบของ กกต.
– ในหีบบัตรเลือกตั้ง 1 ใบ มีการบรรจุถุงใส่บัตรเลือกตั้ง จำนวนหลายใบไว้ในหีบเดียว
เหตุการณ์นี้ประชาชนหลายคนยืนยันว่า พวกเขาไม่ได้มาเรียกร้องเพื่อคะแนนของพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่เป็นการขอตรวจสอบความโปร่งใสในการรับคะแนนของทุกพรรคการเมือง
- เมื่อมวลชนมารวมตัวกันหนาแน่นขึ้น ก็มีเจ้าหน้าที่ กกต.ชลบุรีชี้แจงว่า สาเหตุที่ไม่มีสายรัดเคเบิลไทร์ “เพราะหมด” อย่างไรก็ตาม ต่อมาประชาชนช่วยกันตรวจสอบ และพบว่า ที่สนามแบดมินตันนั้น “ยังคงมีเคเบิลไทร์เหลืออยู่”
- เวลาราว 20.00 น. ประชาชนช่วยกันปิดล้อมรถบรรทุกหีบ เพื่อกดดันเจ้าหน้าที่ไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายหีบซึ่งเป็นหลักฐาน
จนต่อมา กกต. ได้มีการนำรถบรรทุกขนผลการเลือกตั้งทั้งหมดมาเก็บไว้ที่สนาม พร้อมมีกำลังเสริมมาดูแลความสงบเรียบร้อย
- เวลาราว 21.00 น. วรจักร สถาพรภิญโญ นายอำเภอเมืองชลบุรี เดินทางมาที่สนามแบดมินตัน โดยได้พูดคุยกับตัวแทนประชาชน พร้อมประสานไปยัง ผอ.กกต.ชลบุรี เพื่อชี้แจงกระบวนการยื่นเรื่องร้อง
วรจักรยืนยันว่า ไม่สามารถนับคะแนนใหม่ได้ทันที เพราะอยู่นอกเหนือจากอำนาจในการพิจารณา แต่มีการแจ้งเรื่องไปทาง กกต.กลาง เรียบร้อยแล้ว ซึ่งต้องเป็นไปตามขั้นตอน ซึ่งกรณีที่จังหวัดปทุมธานีสามารถขอนับคะแนนใหม่ได้ทันทีนั้น เป็นเพราะว่ามีการทักท้วงก่อนจะปิดหีบ
- อย่างไรก็ตามประชาชนยืนยันว่า ขอให้นับคะแนนใหม่ในทันที เนื่องจากหีบเลือกตั้งถูกเปิดไปแล้ว จึงไม่สบายใจกับการเก็บรักษาหีบเลือกตั้ง พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าจะมีขั้นตอนอย่างไรต่อไป ทั้งนี้ย้ำว่า “ความประสงค์ของประชาชนคืออยากให้นับคะแนนใหม่
- เวลา 22.00 น. มนัสนันท์ วิทนา ผอ.กกต.ชลบุรี เดินทางมาแจ้งกับมวลชนว่า ไม่สามารถนับคะแนนใหม่ได้ หลังมีการพูดคุยกับรองเลขาธิการ กกต. พร้อมระบุว่า ตอนนี้ทำได้เพียงรับเรื่องร้องเรียน
- ตัวแทนของ iLaw ได้เข้าพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ กกต.เพื่อให้ชี้แจงว่า “ทำไมถึงมีการเปิดหีบบัตรเลือกตั้งที่ได้รับมาจากแต่ละหน่วยเลือกตั้ง รวมถึงมีการเปิดผนึกและตัดสายเคเบิลไทร์ที่มีการลงลายมือชื่อ”
iLaw รายงานคำตอบที่ได้รับว่า เจ้าหน้าที่ กกต.ดำเนินการตามระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี 2566 ข้อ 183 ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถยุบรวมหีบที่ได้มาจากหน่วยเลือกตั้งต่างๆ ได้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ กกต. “ไม่ได้ให้คำตอบ” ว่าทำไมหลายหีบมีการปิดผนึกด้วยเทปกาวและไม่มีสายรัดเคเบิลไทร์พร้อมลงลายมือชื่อ
- เวลา 01.35 น. ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต.เดินทางมาถึงสนามแบดมินตัน เพื่อมาดูแลความสงบเท่านั้น ทั้งนี้ระบุว่าตนเองไม่มีอำนาจตัดสินใจ ซึ่งการเปิดหีบและนับคะแนนใหม่นั้น ต้องรอ กกต.ประชุมตอน 10.00 น.
- แม้จะยังไม่คำตอบชัดเจน แต่ประชาชนจำนวนมากก็ยืนยันจะปักหลักรอพร้อมสอดส่องความโปร่งใส ซึ่งช่วงเวลา 03:00 น. มีประชาชนพบ ใบนับคะแนนของหน่วยเลือกตั้งที่ 15 บริเวณโรงเรียนอนุบาลวัดกลางดอน “ถูกทิ้งในถังขยะ” จึงเก็บเป็นหลักฐานไว้
นอกจากนี้ ยังมีผู้พบแบบขีดคะแนน (หรือใบ สส.5/11 และ สส. 5/11 (บช)) ในสนามแบดมินตัน ซึ่งถูกวางไว้บนตะกร้าสีเขียวขนาดเล็กซึ่งมีขยะอยู่ในนั้น รวมถึงพบในกองกระดาษที่พับอยู่ บริเวณหีบบัตรเลือกตั้งที่ถูกวางซ้อนทับกันอยู่ข้างสนาม
- จนถึงเช้าวันนี้ (10 กุมภาพันธ์) ก็ยังคงมีประชาชนจำนวนมากที่เดินทางจากหลายพื้นที่ มาช่วยกันปักหลักรอคำตอบของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่เจ้าหน้าที่ กกต.หลายคน ก็ยังคงเฝ้าอยู่ในพื้นที่เช่นเดียวกัน เพื่อรอการประชุมของ กกต.วันนี้
- ด้าน iLaw ได้สรุปและรวบรวมข้อเท็จจริงอย่างน้อย 3 ประเด็น ซึ่งเป็นปัญหาจนประชาชนต้องขอนับคะแนนใหม่ ได้แก่
หนึ่ง นับคะแนนผิดพลาด
หน่วยที่ 32 ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี มีคะแนนที่ไม่ตรงกัน โดยในแบบขีดคะแนน (ใบ สส. 5/11) มีการรวมคะแนนของ สุชาติ ชมกลิ่น ผู้สมัคร สส.พรรคภูมิใจไทยไว้ 273 คะแนน แต่ในแบบรวมคะแนน (ใบ สส.5/18) กลับระบุคะแนนเป็น 274 คะแนน
ไม่เพียงเท่านั้นในหน่วยนี้ยังพบว่า ยอดผู้มาใช้สิทธิกับบัตรที่ใช้ “ไม่ตรงกัน” โดยมีบัตรเกินจากจำนวนผู้มาใช้สิทธิ 1 ใบ
หน่วยที่ 23 บริเวณอาคารอเนกประสงค์ ฝั่งประถมศึกษา (โดม) โรงเรียนสาธิตพิบูลบำเพ็ญ ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี มีจำนวนผู้มาใช้สิทธิ 585 คน แต่ใช้บัตรเลือกตั้งไปเพียง 584 ใบ มีบัตรหายไปจำนวน 1 ใบ
หน่วย 7 บริเวณสนามฟุตบอล โรงเรียนวัดตาลล้อม ไม่มีการระบุจำนวนบัตรดี
หน่วย 12 บริเวณอาคาร อบจ.ชลบุรี โรงเรียนวอนนภาศัพท์ อ.เมือง ต.แสนสุข มียอดผู้มาใช้สิทธิกับบัตรที่ใช้ก็ไม่ตรงกัน โดยมีจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 844 แต่มีการใช้บัตร 845 เกินมา 1 ใบ
สอง การปิดยุบรวมหีบไม่มีการรัดสาย
จากกรณีของชลบุรี เขต 1 ที่ประชาชนพบว่า หีบที่มีการยุบรวมไม่มีการปิดหีบด้วยสายรัดเคเบิลไทร์ หรืออุปกรณ์อื่นแทนสายรัดพร้อมลงลายมือชื่อไว้ ซึ่งไม่เป็นไปตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ข้อ 183
สาม พบแบบขีดคะแนน (ใบ สส.5/11 และ สส. 5/11 (บช)) ที่กองขยะ
จากกรณีของชลบุรี เขต 1 พบว่า แบบขีดคะแนนดังกล่าวกองอยู่บริเวณถังขยะตามที่ประชาชนพบเห็น ซึ่งไม่เป็นไปตามระเบียบ กกต. พ.ศ.2566 ข้อ 179
iLaw ย้ำว่าจากกรณีที่เกิดขึ้นทั้ง 3 ประการนี้ “เข้าข่ายที่จะสามารถนับคะแนนใหม่ได้” โดยอ้างอิงจากข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการนับคะแนนใหม่ ได้แก่
พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 124 ระบุว่า “เมื่อคณะกรรมการได้รับรายงานผลการนับคะแนนแล้ว ถ้าปรากฏหลักฐาน อันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งใดมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือการนับคะแนน เป็นไปโดยไม่ถูกต้อง คณะกรรมการจะงดการประกาศผลการเลือกตั้งและจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือ นับคะแนนใหม่ในหน่วยเลือกตั้งใดหน่วยเลือกตั้งหนึ่งหรือทุกหน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นก็ได้”
ระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ข้อ 223 ที่ระบุว่า กกต.สามารถสั่งให้มีการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ได้ เมื่อมีเหตุว่า
– จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ออกเสียงลงคะแนน
– หรือ ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า การเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งใดมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม
– หรือ การนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง
– หรือ ก่อนหรือในวันเลือกตั้งเมื่อคณะกรรมการหรือกรรมการ ได้ดำเนินการสอดส่อง สืบสวน ไต่สวน หรือแสวงหาข้อเท็จจริง และพยานหลักฐาน รวมถึงได้สืบสวนหรือไต่สวน แล้วมีเหตุอันควรสงสัย ว่าการเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
“กรณีชลบุรีเขต 1 จึงเข้าข่ายที่จะตีความได้ว่า ควรมีการนับคะแนนใหม่ แต่ต้องรอให้ กกต.ชุดใหญ่ เป็นผู้พิจารณาในด่านสุดท้าย” iLaw กล่าว
มองในภาพรวม สิ่งที่เกิดขึ้นที่ชลบุรีนี้ เป็นเรื่องสำคัญมากที่ต้องจับตากันอย่างใกล้ชิด เพราะสะท้อนถึง ความผิดพลาดในการนับคะแนน กระบวนการนับคะแนนที่เกิดความไม่ชัดเจน เจ้าหน้าที่อธิบายอะไรแทบไม่ได้ ตลอดจนปฏิกิริยาจาก กกต. เองที่แทบจะสื่อสารอะไรเลยให้ประชาชนเข้าใจในตลอดค่ำคืนที่ผ่านมา
ยังมีอีกหลายเขตที่เผชิญกับปัญหาที่คะแนนไม่ตรงกัน บัตรเขย่ง ตลอดจนมาตรฐานการนับคะแนนของเจ้าหน้าที่ที่เป็นที่น่ากังขาเป็นอย่างมาก
นี่จึงเป็นอีกเหตุการณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึง ความโปร่งใสและการถูกตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของการเลือกตั้งครั้งนี้ และเป็นอีกปัจจัยที่นำไปสู่ข้อเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ และไม่ใช่แค่ชลบุรีเขต 1 แต่เป็น #นับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ