กระแส #นับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ คงเป็นที่ประจักษ์ถึงคำถามที่ประชาชนมี รวมถึงความไม่ไว้วางใจของประชาชน ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
แม้ กกต.จะออกมาแถลงว่า พี่น้องประชาชนสามารถทักท้วงคัดค้าน เพื่อให้ กกต.สั่งนับคะแนนใหม่หรือสั่งให้เลือกตั้งใหม่ได้ โดยต้องเป็นไปตามระเบียบที่กำหนด แต่กระนั้น การตั้งคำถามต่อความโปร่งใสของ กกต.ก็ยังคงดำเนินต่อไป
วันนี้ The MATTER ช่วยรวบรวมปัญหาของการเลือกตั้ง 69 ซึ่งไม่เพียงแต่เกิดขึ้นใน #ชลบุรีเขต 1 แต่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย โดยเรียงตามปัญหาที่เกิดขึ้น จากกระบวนการต่างๆ ของการเลือกตั้ง เพื่อให้เห็นกันชัดๆ ไปเลยว่า ขณะนี้มีการเรียกร้องความโปร่งใสในเขตใดบ้าง

บรรยากาศมวลชนปักหลักรอคำตอบจาก กกต.เขต 1 ชลบุรี (Photographer: Asadawut Boonlitsak)
Phase 1: ปัญหาการลงคะแนน-นับคะแนน
ข้อมูลจาก Vote62 พบความปกติของการเลือกตั้งครั้งนี้ 5,057 รายงาน จากหน่วยเลือกตั้ง 3,622 หน่วย ซึ่งแบ่งเป็น
- ความผิดปกติที่หน่วยเลือกตั้ง 787 กรณี เช่น
- ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.และประชามติ “แต่ไม่พบชื่อ”
- พบ “ข้อมูลผิด” บนกระดานแนะนำผู้สมัคร/พรรค
- สถานที่เลือกตั้งในเว็บไซต์ของกรมการปกครอง “ไม่ตรงกับสถานที่จริง”
- ความผิดปกติหลังปิดหีบ 1038 กรณี เช่น
- สถานที่นับคะแนนมืดเกินไป
- เจ้าหน้าที่ไม่ให้ถ่ายภาพ/วิดีโอระหว่างนับคะแนน
- เจ้าหน้าที่เก็บใบรายงานผลการนับคะแนนเร็วเกินไป ถ่ายไม่ทัน
- มีคนที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่มาจัดการการนับคะแนน
- เจ้าหน้าที่ไม่ปิดประกาศใบรายงานผลการนับคะแนน
- เจ้าหน้าที่ไม่รับฟัง/ดำเนินการใดๆ เมื่อมีการทักท้วง
- ความผิดปกติขณะนับคะแนน 4317 กรณี เช่น
- ขีดคะแนนผิด
- รวมคะแนนผิด
- บัตรดีขานว่าเสีย
- บัตรเสียขานว่าดี
- คะแนนไม่ตรงกัน
- บัตรเขย่ง
เหล่านี้คือส่วนหนึ่งของปัญหาในกระบวนการออกเสียงจนถึงการนับคะแนน ที่ภาคประชาชนช่วยกันสอดส่องและเป็นผู้รวบรวมข้อมูล ที่ในความเป็นจริงอาจมีมากกว่านี้ก็ได้
และต่อไปนี้คือตัวอย่าง ‘บางกรณี’ ที่ปรากฏชัดในหน้าข่าวในช่วงที่ผ่านมา
ไฟดับ(?)แต่พัดลมติด
สำนักข่าวหลายแห่งรายงานเหตุการณ์ที่ จ.นนทบุรี เขต 7 ซึ่งมีวิดีโอไฟดับขณะนับคะแนน แต่พัดลมในบริเวณนั้นยังคงทำงานอยู่ จนเกิดเป็นข้อเรียกร้องให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง
ล่าสุดเมื่อวานนี้ (12 กุมภาพันธ์) กกต.ออกมาชี้แจงว่า ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่า ที่หน่วยเลือกตั้งดังกล่าวมี “ไฟส่องสว่างไม่ได้ดับ แต่อย่างใด” ซึ่งภาพขณะนับคะแนนที่ปรากฏในวิดีโอนั้น อยู่ในบริเวณเต็นท์ที่มีหลอดไฟส่องสว่าง 2 ดวง ที่ติดตั้งไว้ใกล้กันตรงจุดกึ่งกลาง ทำให้ไม่สามารถส่งแสงสว่างได้ทั่วถึงทุกจุดที่มีการนับคะแนน แต่ก็มีแสงไฟฟ้าจากหมู่บ้านส่องเข้ามา ช่วยให้สามารถมองเห็นและนับคะแนนได้โดยปกติ
ทั้งนี้ กกต.ย้ำว่าในการนับคะแนนของหน่วยนี้ ก็ดำเนินไปได้ตามปกติ โดยไม่มีการทักท้วง และไม่มีเหตุจำนวนบัตรไม่ตรงกับผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งแต่อย่างใด อีกทั้งไม่พบปัญหาบัตรเขย่งแต่อย่างใด

คำชี้แจงจาก กกต.
ผ้าดำคลุมกล้องวงจรปิด
ข่าวที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้คือกรณีของ จ.ปทุมธานี เขต 7 ซึ่งผู้สังเกตการณ์พบความผิดปกติหลายอย่าง ระหว่างการนับคะแนน ตั้งแต่ท่าทีของเจ้าหน้าที่ กปน. ที่ในตอนแรกไม่เป็นมิตรต่อการตรวจสอบของนักศึกษา โดยเจ้าหน้าที่ไม่ให้ถ่ายภาพหรือวิดีโอระหว่างนับคะแนน ไม่แสดงบัตรเสียให้เห็น ไม่ปิดประกาศใบรายงานผลการนับคะแนน
สิ่งที่แปลกของกรณีนี้คือ “มีผ้าดำคลุมกล้องวงจรปิดไว้” ที่นำไปสู่การตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใสระหว่างการนับคะแนน ที่แม้ว่า การคลุมผ้าดำในตอนแรกช่วงการลงคะแนนเลือกตั้งจะเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ไปใช้สิทธิ ทว่า เมื่อหีบปิดแล้ว ก็ยังคงคลุมผ้าดำต่อไป
กลายเป็นเหตุให้ประชาชนกว่า 300 คน รวมถึงนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) คลองหก จ.ปทุมธานี ทยอยมากันที่หน่วยเลือกตั้ง ซึ่งเป็นหอประชุมของมหาวิทยาลัย เพื่อเรียกร้องให้ “นับคะแนนใหม่”
จนเวลาผ่านไปข้ามคืน ในที่สุดเวลาประมาณ 09.10 น. ก็มีรายงานว่า เขตดังกล่าวได้ยอมให้นับคะแนนใหม่ทั้งหมด เพื่อแสดงความโปร่งใส

สถานการณ์ จ.ปทุมธานี เขต 7 (ภาพจาก ปทุมธานี รีวิว)
กปน.แอบลงคะแนนเอง 7 ใบ
10 กุมภาพันธ์ ไทยรัฐรายงานว่า มีกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) คนหนึ่ง จากเขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 6 หมู่ที่ 4 ต.ท่าวังทอง อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา ได้แสดงตนแทนผู้มีสิทธิเลือกตั้งและฉีกบัตรเลือกตั้ง จำนวน 7 ใบ ก่อนเข้าไปภายในคูหาเพื่อทำเครื่องหมายลงคะแนน
แต่โชคยังดีที่ ขณะ กปน.คนนี้กำลังจะหย่อนบัตรเลือกตั้งลงในหีบ มีผู้สังเกตเห็นความผิดปกติจึงทักท้วงและเข้าระงับเหตุไว้ได้ทันที ทำให้บัตรเลือกตั้งทั้ง 7 ใบ ซึ่งกาพรรคประชาชน ยังไม่ได้ถูกหย่อนลงในหีบ
ขณะนี้ประเด็นดังกล่าวกำลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ กกต. และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตรวจสอบและดำเนินคดีในข้อหากระทำความผิดตาม พ.ร.บ. การเลือกตั้ง มาตรา 23 ซึ่ง กปน.คนดังกล่าวได้ปฏิเสธข้อกล่าวหา และขอไปให้การในชั้นศาลต่อไป
ถูกขานว่าเป็นบัตรเสีย เพราะปลายเส้นเหมือนหัวลูกศร
อีกหนึ่งกรณีที่ถูกพูดถึงเยอะคือ เหตุการณ์ที่เขตเลือกตั้งที่ 33 หน่วยเลือกตั้งที่ 20 โรงเรียนบูรณวิทย์ บางพลัด กทม. ซึ่งอาสาสมัครของ Vote62 รายงานว่า เจ้าหน้าที่ขานคะแนนบัตรเลือกตั้งใบหนึ่งว่าเป็น “บัตรเสีย” ด้วยเหตุผลว่า ที่ปลายเส้นเหมือนหัวลูกศร ซึ่งในเวลานั้นอาสาสมัครภาคประชาชนได้คัดค้าน แต่เจ้าหน้าที่ไม่เปลี่ยนคำวินิจฉัย

ภาพจาก Vote62
จนท.หยิบบัตรขึ้นมา แต่ไม่ยกบัตรแสดงให้คนเห็น
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ จ.สุพรรณบุรี โดยมีรายงานว่า จนท.จากเขต 2 นับคะแนน โดยไม่แสดงบัตรเลือกตั้งให้ผู้สังเกตการณ์เห็นชัดเจน รวมถึงยังมีกรณีของเขตอื่นๆ ที่ทำให้มวลชนกว่า 300 คน รวมตัวกัน ตั้งแต่เวลาราว 16.00-02.00 น. เมื่อ 10 กุมภาพันธ์ ณ ที่ว่าการ อ.เมืองสุพรรณบุรี เพื่อเรียกร้องให้ กกต.นับคะแนนใหม่ทั้ง 5 เขตของ จ.สุพรรณบุรี
เหตุการณ์ในวันนั้นมีตำรวจมาดูแลความปลอดภัยกว่า 100 นาย โดย ThaiPBS รายงานว่า แม้ในช่วงดึกชาวสุพรรณบุรีบางส่วนจะแยกย้ายแล้ว แต่ก็ยังมีประชาชนราว 30 คนที่ยังคงปักหลักรอคำตอบอย่างต่อเนื่อง
ด้านคมกริช ทิพย์สมบูรณ์ ผ.อ.กกต.สุพรรณบุรีชี้แจงกับประชาชนว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนและหลักฐานเอาไว้แล้ว และกำลังตรวจสอบอย่างละเอียด ซึ่งหากมีมูลความผิดจริง จะส่งเรื่องให้กับ กกต.กลาง เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และพิจารณาไม่เกิน 60 วัน

บรรยากาศขณะ ผอ.กกต.สุพรรณบุรีแถลงต่อสื่อมวลชน (ภาพจาก ตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี)
แปะแผ่นไวนิลใหม่ทับบอร์ดประกาศคะแนน
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เขตเลือกตั้งที่ 1 อ.เมืองใหม่ จ.มหาสารคาม ซึ่งช่วงค่ำของวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ประชาชนและนักศึกษาจำนวนมาก มารวมตัวกันที่มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม เพื่อเรียกร้องให้ กกต.นับคะแนนใหม่
สาเหตุของการเรียกร้องก็มาจากมีผู้สังเกตว่า ที่บอร์ดประกาศผลคะแนนมี “แผ่นไวนิลแปะใหม่” ทำให้ผลการนับคะแนนเลือกตั้งสส.เขต ของผู้สมัครหมายเลข 6 ฤทธิรงค์ ภูมิสวัสดิ์ จากพรรคภูมิใจไทย “เพิ่มขึ้น” โดยมีการเขียนคะแนนปิดทับลงไปจากเดิม 2,930 คะแนน เป็น 3,078 คะแนน
ขณะที่คะแนนของผู้สมัครหมายเลข 5 เชวงศักดิ์ พลลาภ พรรคประชาธิปัตย์ จาก 1,200 คะแนน ลดลงเหลือ 1,199 คะแนน ไม่เพียงเท่านั้นยังมีขั้นตอนการนับคะแนนที่ไม่อนุญาตให้ประชาชนเข้าไปดูได้ และมีผู้พบว่า หีบบัตรเลือกตั้งบางใบไม่มีการรัดสายพลาสติกตามระเบียบ กกต.
กรณีนี้ทำให้มวลชนในพื้นที่รวมตัวกันปักหลักรอคำตอบกันทั้งคืน โดยเจ้าหน้าที่ กกต. อธิบายว่า ที่ต้องแก้ไขคะแนนใหม่เพราะมีความคลาดเคลื่อนในผลรวมของคะแนน อย่างไรก็ตาม ล่าสุด (10 กุมภาพันธ์) ไทยรัฐรายงานว่า มีประชาชนรวมตัวกันกว่า 200 คน เพื่อกดดันให้มีการนับคะแนนใหม่ พร้อมยืนยันว่า จะชุมนุมจนกว่าจะได้ข้อสรุปที่เป็นธรรม

สถานการณ์บริเวณมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม (ภาพจากเพจเฟซบุ๊ก มหาสารคาม)
กรอกหมายเลขผู้สมัครแทนคะแนน
เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ มวลชนชาวพระประแดงกว่า 100 คน รวมตัวกันเพื่อขอคำตอบกรณีความปกติในการเลือกตั้ง จ.สมุทรปราการ เขต 6
ข้อสังเกตสำคัญของชาวพระประแดงคือ ผอ.การเลือกตั้งเขต 6 อาจมีความใกล้ชิดกับพรรคการเมืองที่ชนะ รวมถึงที่ผ่านมา นายกเทศบาลเมืองลัดหลวง ได้เดินหาเสียงร่วมกับอนุทิน ชาญวีรกุล จึงสงสัยในความโปร่งใส
นอกจากนี้ ยังพบความผิดพลาดของใบรายงานผลการนับคะแนน ของหน่วยการเลือกตั้งที่ 12 เขต 6 จ.สมุทรปราการ ซึ่งได้กรอก ‘หมายเลขผู้ลงสมัคร’ แทนคะแนนของผู้สมัคร แถมยังลงลายมือชื่อเรียบร้อย

สถานการณ์บริเวณหน้าเทศบาลเมืองลัดหลวงเขตเลือกตั้งที่ 6 อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ (ภาพจาก amarintv)
กระดานขีดคะแนนกับใบรวมคะแนน “มีตัวเลขไม่ตรงกัน”
มาต่อกันที่กรณี “รวมคะแนนผิด” ซึ่งก็ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่หน่วยเลือกตั้งเดียว โดยข้อมูลจาก Vote62 รายงานกรณีของเขตต่างๆ ไว้ดังนี้
1. เขต 10 กรุงเทพมหานคร เขตดอนเมือง สีกัน หน่วยที่ 19 เต็นท์บริเวณศาลาอเนกประสงค์ชุมชนดอนเมืองวิลล่า
Vote62 ระบุว่าอาสาภาคประชาชนสังเกตว่า พบความผิดปกติของกระดานขีดคะแนน และรายงานรวมคะแนนที่มีตัวเลข “ไม่ตรงกัน” ดังนี้
- ผู้สมัครลำดับที่ 1 ในกระดาน ได้รับ 6 คะแนน แต่ในใบสีเขียวลงว่า 16
- ผู้สมัครลำดับที่ 2 ในกระดาน ได้รับ 38 คะแนน แต่ในใบสีเขียวลงว่า 238
- ผู้สมัครลำดับที่ 3 ในกระดาน ได้รับ 0 คะแนน แต่ในใบสีเขียวลงว่า 30
- ผู้สมัครลำดับที่ 4 ในกระดาน ได้รับ 2 คะแนน แต่ในใบสีเขียวลงว่า 42
2. ราชบุรี เขต 2 ต.ห้วยยางโทน หน่วยเลือกตั้งที่ 2 ศาลาอเนกประสงค์ หมู่ 2
Vote62 ระบุว่ามีรายงานจากอาสาว่า คะแนนในใบขีดคะแนนกับใบรวมคะแนนไม่ตรงกัน โดยคะแนนของ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน มีการขีดคะแนนและรวมคะแนนเป็นตัวเลขไว้ที่ 90 คะแนน แต่ในใบรวมคะแนนนั้นกลับพบว่า มีการกรอกตัวเลข 0 คะแนน
3. สุโขทัย เขต 3 หน่วย 1 สถานีตำรวจภูธรอำเภอสวรรคโลก (เรือนปั้นหยา)
Vote62 ระบุว่าที่หน่วยเลือกตั้งดังกล่าว “รวมคะแนนผิด” โดยระบุคะแนนของ สส.เขตพรรครวมไทยสร้างชาติ ผิดจาก 10 เป็น 20 คะแนน อีกทั้งไม่มีคะแนนรวมของผู้สมัคร สส.พรรคกล้าธรรมและพรรคเศรษฐกิจ และไม่มีใบสรุปคะแนนส่งมาด้วย
เหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของข้อสงสัยในกระบวนการนับคะแนนเลือกตั้ง ซึ่งที่ผ่านมา เราคงได้เห็นกันบ้างแล้วว่า มีประชาชนจากหลายเขตหลายจังหวัด ออกมาเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่กันอย่างต่อเนื่อง

บรรยากาศมวลชนปักหลักรอคำตอบจาก กกต.เขต 1 ชลบุรี (Photographer: Asadawut Boonlitsak)
ประชาไทรายงานว่า พรรคประชาชนได้ยื่นเรื่องขอนับคะแนนใหม่ต่อ กกต. ไปแล้วทั้งหมด 18 เขต ได้แก่
- ขอนแก่น เขต 3 ชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง
- ลำปาง เขต 2 สุวิภา กุศลจูง
- สุราษฎร์ธานี เขต 1 รัฐภัทร์ พัฒนาศิริรักษ์
- ชลบุรี เขต 1 วรท ศิริรักษ์
- มหาสารคาม เขต 1 ธีระวัฒน์ พรรณะ
- นครราชสีมา เขต 13 นาลันทา บุญชิต
- ชัยนาท เขต 1 ทรงพล ภัทราภิรมย์
- สมุทรปราการ เขต 6 วีรภัทร คันธะ
- ตาก เขต 1 คริษฐ์ ปานเนียม
- สระบุรี เขต 1 สรพัช ศรีปราชญ์
- สุพรรณบุรี ยกจังหวัด ได้แก่
- เขต 1 สมเกียรติ เสรีวิพุธ
- เขต 2 นุศรา ศรีสังข์งาม
- เขต 3 มงคล สุนทรวิภาต
- เขต 4 ภิญโญ สุนทรวิภาต
- เขต 5 สมเกียรติ กู้เกียรติภูมิ
- นครราชสีมา เขต 2 ปิยชาติ รุจิพรวศิน
- เชียงราย เขต 6 จุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม
- เชียงใหม่ เขต 6 อรพรรณ จันตาเรือง
ทีนี้เรามาดูปัญหาในกระบวนการต่อไปคือ “การรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการ” บ้างดีกว่า ซึ่งอาจนับได้ว่าเป็น “ความผิดปกติระดับประเทศ”
Phase 2: การรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการ
ที่ผ่านมา สื่อหลายแห่งได้ทำงานอย่างหนักเพื่อรวบรวมพิรุธในกระบวนการรายงานผลการเลือกตั้ง โดยปัญหาหลักๆ คือ ‘บัตรเขย่ง’ เมื่อตัวเลขบนเว็บไซต์ของ กกต. ที่รายงานจำนวนบัตรเลือก สส.เขต (บัตรเขียว) กับจำนวนบัตรเลือก สส.บัญชีรายชื่อ (บัตรชมพู) นั้น “ไม่ตรงกัน”
อ้างอิงข้อมูลจากThe Active และ Rocket Media Lab พบว่า จำนวนบัตรสีชมพูและบัตรสีเขียว “ไม่เท่ากันในหลายเขต” ซึ่งถ้ามองตามความเป็นจริงแล้ว ตอนที่เราไปเลือกตั้งก็จะได้บัตรทั้งสองนี้พร้อมๆ กัน และได้หย่อนลงหีบเลือกตั้งพร้อมๆ กัน โดยอาจมีบางกรณีซึ่งเป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ที่จำนวนบัตรทั้ง 2 สีนี้จะต่างกัน
แต่สิ่งที่พบว่าจำนวนบัตรทั้งสอง (แบบไม่เป็นทางการ) ตามเว็บไซต์ของ กกต. ณ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ เวลา 16.00 น กลับมีผลต่างที่ “ห่างกันมาก” ในหลายเขต
ที่ผ่านมา กกต.อ้างอยู่เสมอว่า ที่จำนวนบัตรไม่ตรงกันนั้น เป็นเพราะยังอยู่ในขั้นตอนของการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการเท่านั้น ทว่า คำอธิบายนี้ก็ไม่ได้ชัดเจน และไม่ได้ตอบว่า ถ้าคะแนนการรายงานผลถึง 100% แล้ว กกต.ใช้วิธีการอย่างไรที่จะลดจำนวนบัตรเขย่ง?
The Active ได้แบ่งผลต่างผู้มาใช้สิทธิออกเป็นตามเขต และพบความผิกปกติดังนี้
- จำนวนผู้ใช้สิทธิเลือกบัตรเขียวมากกว่าบัตรชมพู “เกิน 1,000 คน” จำนวน 31 เขต
- จำนวนผู้ใช้สิทธิเลือกบัตรเขียวมากกว่าบัตรชมพู “1 – 1,000 คน” จำนวน 164 เขต
- จำนวนผู้ใช้สิทธิเลือกบัตรเขียวกับบัตรชมพู “เท่ากัน” จำนวน 10 เขต
- จำนวนผู้ใช้สิทธิเลือกบัตรชมพูมากกว่าบัตรเขียว “1 – 1,000 คน” จำนวน 174 เขต
- จำนวนผู้ใช้สิทธิเลือกบัตรชมพูมากกว่าบัตรเขียว “มากกว่า 1,000” จำนวน 21 เขต
สิ่งที่น่าสนใจคือ มีเพียง 10 เขตจาก 8 จังหวัดเท่านั้น ที่มีจำนวนผู้มาใช้สิทธิ สส.เขต และ สส.บัญชีรายชื่อ เท่ากัน ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เขต 19, กรุงเทพมหานคร เขต 27, จันทบุรี เขต 3, ชลบุรี เขต 2, ชลบุรี เขต 3, นครนายก เขต 2, นครศรีธรรมราช เขต 1, ร้อยเอ็ด เขต 8, ระยอง เขต 1 และอุบลราชธานี เขต 2
สำหรับรายละเอียดในแต่ละจังหวัดก็น่าตกใจไม่แพ้กัน โดยยกตัวกรณีของเขตต่างๆ ดังต่อไปนี้
- แพร่ เขต 3 มีผลต่างบัตรสีเขียวและบัตรสีชมพูสูงถึง 11,036 ใบ
- ศรีสะเกษ เขต 6 มีผลต่างบัตรสีเขียวและบัตรสีชมพูสูงถึง 10,408 ใบ
- น่าน เขต 2 มีผลต่างบัตรสีเขียวและบัตรสีชมพูสูงถึง 8,806 ใบ
โดยถ้ามองเป็นภาพรวม “ทั้งจังหวัด” จะพบผลต่างของบัตรสีเขียวและบัตรสีชมพู ดังนี้
จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือก สส.เขต มากกว่า สส.บัญชีรายชื่อ ได้แก่
- พัทลุง 15,654 คน
- ศรีสะเกษ 11,321 คน
- แพร่ 10,379 คน
จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือก สส.บัญชีรายชื่อ มากกว่า สส.เขต ได้แก่
- ร้อยเอ็ด 14,584 คน
- อุบลราชธานี 11,336 คน
- สกลนคร 8,955 คน

จำนวนผู้มาใช้สิทธิ จ.พัทลุง จากเว็บไซต์ กกต. (ข้อมูล ณ วันที่ 12 กุมภาพันธ์)
Phase 3 : การเก็บหีบเลือกตั้ง
หากดูที่มาตรการของ กกต. เกี่ยวกับการเก็บรักษาบัตรเลือกตั้งที่นับคะแนนแล้ว และเอกสารเกี่ยวกับการเลือกตั้ง จะพบว่า กกต.ต้องเก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่า 2 ปีนับแต่วันเลือกตั้งต้องปลอดภัย โปร่งใส และตรวจสอบได้
ทั้งนี้ตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2566 ข้อ 252 ระบุว่าการเก็บรักษาบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง และเอกสารที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ในระยะเวลา 2 ปีนั้น ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้
- คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศผลการเลือกตั้ง และไม่มีเรื่องร้องคัดค้านเกี่ยวกับการนับคะแนน และ
- ไม่มีกรณีร้องคัดค้านในความผิดเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้งหรือมีแต่เรื่องร้องคัดค้านคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือศาลฎีกา เว้นแต่กรณี วินิจฉัยแล้วเสร็จ
- ไม่มีกรณีการฟ้องคดีอาญา คดีแพ่ง หรือคดีปกครองในความผิดเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง การออกเสียงลงคะแนน หรือเอกสารเกี่ยวกับการเลือกตั้ง หรือการนับคะแนนเลือกตั้ง หรือมีกรณีการพิจารณาคดีต่อศาลในความผิดดังกล่าว แต่คดีถึงที่สุดแล้ว
“ยึดหลัก โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นธรรม เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าบัตรเลือกตั้งทุกใบได้รับการดูแลรักษาอย่างปลอดภัยหลังจากที่ได้มีการนับคะแนนเลือกตั้งแล้ว เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย” กกต.ย้ำเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์
เมื่อพูดถึงการเก็บรักษาหีบเลือกตั้ง ก็คงไม่พูดถึงกรณีของ จ.ชลบุรี เขต 1 ไม่ได้ เพราะเป็นหนึ่งในกรณีตัวอย่างของพิรุธ ระหว่างกระบวนการเก็บรักษาบัตรเลือกตั้ง
กลางดึกวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ชาวชลบุรีจำนวนมากได้ไปรวมตัวกันที่สนามแบดมินตัน เทศบาลเมืองชลบุรี หลังมีประเด็นการเก็บหีบบัตรเลือกตั้งชลบุรี เขต 1 โดยพิรุธที่ประชาชนพบก็มีตั้งแต่
- หีบบัตรเลือกตั้งซึ่งถูกเก็บไว้ ไม่ได้อยู่ในที่ปลอดภัยมิดชิด
- หีบบัตรเลือกตั้งไม่มีสายเคเบิลไทร์รัดไว้ ตามระเบียบของ กกต. โดยมีเพียงการปิดผนึกด้วยเทปกาว
- หีบบัตรเลือกตั้งไม่มีการลงลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่ปิดทับ
- มีเพียงหีบบัตรเลือกตั้งส่วนน้อยเท่านั้น ที่มีสายเคเบิลไทร์ พร้อมทั้งมีลายมือชื่อกำกับเอาไว้ อย่างถูกต้องตามระเบียบของ กกต.
- ในหีบบัตรเลือกตั้ง 1 ใบ มีการบรรจุถุงใส่บัตรเลือกตั้ง จำนวนหลายใบไว้ในหีบเดียว
จนกลายเป็นการปักหลัก “นอนเฝ้าหีบ” ที่สนามแบดมินตัน พร้อมเรียกร้องให้ กกต.นับคะแนนใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็มีเหตุการณ์ความชุลมุนเกิดขึ้นมากมาย ตั้งแต่ประชาชนช่วยกันปิดล้อมรถบรรทุกหีบ เพื่อกดดันเจ้าหน้าที่ไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายหีบซึ่งเป็นหลักฐาน, นายอำเภอเมืองชลบุรี เดินทางมาที่สนามแบดมินตัน เพื่อย้ำว่าไม่มีอำนาจนับคะแนนใหม่ได้ทันที จนถึง ผอ.กกต.ชลบุรีแจ้งความประชาชนบางส่วนที่มาขอนับคะแนนใหม่ เป็นต้น

ภาพหีบเลือกตั้งบริเวณชลบุรี เขต 1 (Photographer: Asadawut Boonlitsak)
Phase 4: กระแสนับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ
เรื่องราววุ่นวายทั้งหมดนำมาสู่กระแส #นับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ ซึ่งไม่เพียงแค่กรณีของเขตใดเขตหนึ่ง จังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง หรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือปัญหาของ “ความโปร่งใสของ กกต.” ซึ่งเป็นองค์กรสำคัญต่อพัฒนาการระบบการเมืองไทย และจะมีผลต่อเราคนไทยทุกคนต่อจากนี้ในอนาคต

บรรยากาศการยื่นหนังสือต่อ กกต. (Photographer: Asadawut Boonlitsak)
เมื่อวานนี้ (11 กุมภาพันธ์) กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม พร้อมตัวแทนภาคประชาชนได้รวมตัวกัน เพื่อยื่นหนังสือถึง กกต. โดยมีข้อเรียกร้อง 5 ข้อดังนี้
- นับคะแนนใหม่ทั้งประเทศอย่างเปิดเผย และเปิดให้ประชาชนร่วมตรวจสอบ เนื่องจากเห็นว่าความผิดปกติเกิดขึ้นอย่างกระจายตัวในวงกว้าง และระบบตรวจสอบปัจจุบันไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้
- ดำเนินการสืบสวนสอบสวนทางวินัยและอาญา กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง หรือผู้ที่ปล่อยปละละเลยจนเกิดการทุจริต
- เปิดเผยผลคะแนนรายหน่วยทั่วประเทศทันที เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบความถูกต้อง
- หากนับคะแนนใหม่แล้วยังพบเขตใดมีความผิดปกติ เช่น บัตรเลือกตั้งหาย หรือจำนวนบัตรเกินกว่าผู้มาใช้สิทธิ ให้ กกต.ประกาศเขตนั้นเป็นโมฆะ และจัดการเลือกตั้งใหม่เฉพาะเขต
- หลังแก้ไขปัญหาแล้ว ให้คณะกรรมการ กกต.ทั้ง 7 คน ลาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“การพ่ายแพ้เป็นสิ่งที่ยอมรับได้ แต่ความไม่โปร่งใสยอมรับไม่ได้” แกนนำมวลชนในเหตุการณ์นี้ย้ำว่า กลุ่มนี้เป็นเพียงตัวแทนประชาชนที่ “ไม่สามารถยอมรับ” ความผิดปกติของการเลือกตั้งครั้งนี้ได้