เยอร์เกน ฮาเบอร์มาส (Jürgen Habermas) นักปรัชญาและนักคิดทางสังคมและการเมืองที่มีอิทธิพลอย่างมากในเยอรมนีหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 96 ปี เมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา ณ เมืองชตาร์นแบร์ค ประเทศเยอรมนี
ฮาเบอร์มาสเกิดเดือนมิถุนายน ปี 1929 เขาเติบโตในเยอรมนีภายใต้การปกครองของนาซี โดยเข้าร่วมพรรคนาซีเป็นยุวชนฮิตเลอร์ในปี 1933 ก่อนช่วงเดือนสุดท้ายของสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาถูกส่งไปเป็นแนวรบด้านตะวันตก ซึ่งขณะนั้นเขามีอายุเพียง 15 ปี
เมื่อสงครามสิ้นสุดลง ฮาเบอร์มาสได้เข้าศึกษาด้านปรัชญา จนได้รับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยมาร์บูร์ก ก่อนที่จะเข้าร่วมสถาบันวิจัยสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแฟรงก์เฟิร์ต
ฮาเบอร์มาสกลายเป็นผู้สอนปรัชญาและสังคมวิทยาที่มหาวิทยาลัยแฟรงก์เฟิร์ตในทศวรรษ 1960 ซึ่งเขาได้สนับสนุนการประท้วงของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเยอรมนีตะวันตกเมื่อปี 1968 อย่างเปิดเผย
เขาเป็นสมาชิกคนสำคัญของ “สำนักแฟรงก์เฟิร์ต” ซึ่งเป็นกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ระบบทุนนิยมจากมุมมอง “ฝ่ายซ้ายใหม่” ที่ต่างจากลัทธิมาร์กซ์ดั้งเดิม และในช่วงทศวรรษ 1980 เขาได้มีส่วนร่วมในการถกเถียงกับนักประวัติศาสตร์อนุรักษ์นิยมที่ตั้งคำถามว่าการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เป็นปรากฏการณ์เฉพาะของเยอรมนีหรือไม่
เขาร่วมกับ แม็กซ์ ฮอร์คไฮเมอร์ (Max Horkheimer) และ ธีโอดอร์ อดอร์โน (Theodor Adorno) ในการเผยแพร่แนวคิดชั้นนำของสำนักแฟรงก์เฟิร์ต ซึ่งเป็นที่รู้จักดีในด้านทฤษฎีวิพากษ์ ซึ่งกล่าวว่าแทนที่สังคมทุนนิยมจะส่งเสริมการปลดปล่อยมนุษย์ แต่กลับกลายเป็นสังคมที่เปลี่ยนพลเมืองที่กระตือรือร้นให้กลายเป็นผู้บริโภคที่เฉื่อยชา
นอกจากนั้น ฮาเบอร์มาสยังเคยวิพากษ์วิจารณ์ว่าสื่อมวลชนและความบันเทิงกลายเป็นสินค้าที่ถูกผลิตขึ้นจำนวนมากและทำลายการถกเถียงอย่างมีวิจารณญาณในพื้นที่สาธารณะ
ช่วงปี 1989-1990 เขาได้วิพากษ์วิจารณ์การผนวกดินแดนเยอรมนีตะวันออก-เยอรมนีตะวันตกทันที โดยเกรงว่าจะเกิดการฟื้นชีพของลัทธิชาตินิยม โดยเขาสนับสนุนกระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไปมากกว่า
ในช่วงทศวรรษ 1990 ฮาเบอร์มาสสนับสนุนการที่ยุโรปจะเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งเขามองว่านี่เป็นแนวทางที่ดีที่สุดในการป้องกันการกลับมาของความขัดแย้งทางชาตินิยม
ผลงานที่มีอิทธิพลมากที่สุดของเขาคือ ‘ทฤษฎีการกระทำเชิงสื่อสาร (The Theory of Communicative Action)’ ซึ่งตีพิมพ์ในปี 1981 โดยเสนอข้อโต้แย้งว่าสังคมมนุษย์ไม่ได้ดำรงอยู่ด้วยอำนาจทางการเมืองหรือเศรษฐกิจ แต่อยู่ด้วยการพูดคุยอย่างมีเหตุผล
นอกจากนั้น เขายังเป็นผู้เสนอแนวคิดทฤษฎีวิพากษ์ (Critical Theory), แนวคิดพื้นที่สาธารณะ (Public Sphere), และจริยธรรมเชิงวาทกรรม (Discourse Ethics)