ไม่ใช่แค่ไทย แต่ประเทศก็หาทางรับมือกับวิกฤตด้านพลังงาน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางกันอย่างถ้วนหน้า
เมื่อวานนี้ (16 มีนาคม) ทางการศรีลังกาได้ประกาศให้ ‘ทุกวันพุธ’ เป็นวันหยุดราชการเพื่อประหยัดพลังงาน พร้อมทั้งขอความร่วมมือภาคเอกชน รวมถึงโรงเรียนและมหาวิทยาลัยในประเทศอีกด้วย
มาตรการรัดเข็มขัดนี้จะคงอยู่ต่อไปอย่างไม่มีกำหนด โดยอนุรา กุมาร ดิสนายาเก (Anura Kumara Dissanayake) ประธานาธิบดีกล่าวผ่านที่ประชุมฉุกเฉินว่า “เราต้องเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่เลวร้ายที่สุด แต่หวังว่าจะดีที่สุด”
สำหรับสถานการณ์ด้านพลังงานของศรีลังกา ที่ผ่านมาประเทศนี้ต้องนำเข้าน้ำมันทั้งหมด รวมทั้งต้องซื้อถ่านหินเพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้าด้วย โดยรัฐบาลรายงานว่า แม้ปริมาณสำรองน้ำมันเบนซินและดีเซลของประเทศจะใช้ได้เกือบ 6 สัปดาห์ แต่หากเกิดการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานอีกครั้ง ก็อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงได้
รัฐบาลศรีลังกายืนยันว่า บริการที่จำเป็น เช่น โรงพยาบาล ท่าเรือ และบริการฉุกเฉินต่างๆ จะยังคงดำเนินการตามปกติ แต่จะระงับพิธีการสาธารณะทั้งหมด รวมถึงขอให้ข้าราชการทำงานจากที่บ้านหากเป็นไปได้ เพื่อจำกัดการใช้เชื้อเพลิง
ด้านสถานการณ์ในประเทศอื่นๆ ในเอเชีย ก็น่าติดตามไม่แพ้กัน เพราะเกือบ 90% ของน้ำมันและก๊าซทั้งหมดที่ไหลผ่านช่องแคบเมื่อปีที่แล้ว “มุ่งหน้าไปยังเอเชีย” ซึ่งถือเป็นภูมิภาคที่นำเข้าน้ำมันมากที่สุดในโลก
ยกตัวอย่างฟิลิปปินส์ ที่ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานราชการบางแห่ง “ทำงานจากที่บ้าน” อย่างน้อย 1 วันต่อสัปดาห์ ทั้งยังสั่งห้ามการเดินทางที่ไม่จำเป็นในภาครัฐ
ส่วนเวียดนาม ก็กำลังส่งเสริมให้ประชาชนอยู่บ้านมากขึ้นเพื่อประหยัดเชื้อเพลิง โดยรัฐบาลยังรณรงค์ให้ประชาชน ปั่นจักรยาน ใช้รถร่วมกัน ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ และ “จำกัดการใช้รถส่วนตัวเมื่อไม่จำเป็น”