เมื่อวาน (22 มีนาคม 2569) นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กองระบาดวิทยาได้ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้กาฬหลังแอ่นในสหราชอาณาจักรอย่างใกล้ชิด
ข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุขระหว่างประเทศ (UKHSA และ ECDC) ระบุว่า โรคดังกล่าวมีการระบาดในพื้นที่ทางตอนใต้ของสหราชอาณาจักร มักเกิดขึ้นในกลุ่มนักเรียนและนักศึกษา ดังนั้น ผู้ที่วางแผนเดินทางไปสหราชอาณาจักร ให้เพิ่มความระมัดระวังโรคไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal Disease)
และแนะนำผู้ที่มีแผนเดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการระบาด เช่น สหราชอาณาจักรหรือประเทศในยุโรป ให้พิจารณารับวัคซีนป้องกันล่วงหน้าอย่างน้อย 10 วันก่อนการเดินทาง โดยเฉพาะวัคซีนสายพันธุ์ MenB โดยกลุ่มเสี่ยงที่ควรพิจารณาเป็นพิเศษ ได้แก่ เด็ก วัยรุ่น ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ และผู้ที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศเป็นประจำ
อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังไม่พบการระบาดเป็นกลุ่มก้อน แต่ขอความร่วมมือประชาชนติดตามข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ซึ่งขณะนี้ ประเทศไทยพบพบผู้ป่วยสะสม 5 ราย และมีผู้เสียชีวิต 3 ราย โดยยังไม่พบความเชื่อมโยงกับการระบาดจากต่างประเทศ (ข้อมูลระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 17 มีนาคม 2569)
แม้จำนวนผู้ป่วยจะอยู่ในระดับต่ำ แต่กรมควบคุมโรคยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นโรครุนแรงและต้องรายงานตามกฎหมาย หากพบผู้ป่วยต้องสงสัยจะต้องรายงานทันที และหากยืนยันว่าป่วยแม้เพียง 1 ราย เจ้าหน้าที่จะเร่งสอบสวนโรคโดยเร็วเพื่อควบคุมไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดต่อไป
รู้จัก ‘โรคไข้กาฬหลังแอ่น’
‘โรคไข้กาฬหลังแอ่น’ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Neisseria Meningitidis ทำให้เกิดโรครุนแรงที่อาจเสียชีวิตได้ภายใน 24 ชั่วโมง หากเข้ารับการรักษาไม่ทัน อาจเกิดโรคที่รุนแรง ได้แก่ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และติดเชื้อในกระแสเลือด
โดยเชื้อดังกล่าวสามารถแพร่กระจายผ่านการไอ จาม หรือการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ มักระบาดในสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกันอย่างหนาแน่นและแออัด เช่น โรงเรียน หอพัก
อาการเบื้องต้นจะคล้ายกับ ‘โรคไข้หวัดใหญ่’ คือ มีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะรุนแรง คอแข็ง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยอาการจะทรุดลงอย่างรวดเร็วใน 24 ชั่วโมง อาจนำไปสู่โรคที่รุนแรงในบางรายซึ่งมีอาการดังนี้
- เยื่อหุ้มสมองอักเสบ – ปวดศีรษะรุนแรง อาเจียน คอแข็ง ซึม หมดสติ
- ติดเชื้อในกระแสเลือด – มีผื่นจ้ำเลือด ช็อก หมดสติ
การป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่น
โรคไข้กาฬหลังแอ่นสามารถป้องกันได้โดยลดการอยู่ในสถานที่แออัด หลีกเลี่ยงการใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล ล้างมืออยู่เสมอ หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้า หรือสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่แออัด
และการฉีดวัคซีนป้องกันโรคซึ่งมี 2 ชนิด คือ
- วัคซีนไข้กาฬหลังแอ่นสายพันธุ์ B (MenB) ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 2 เดือนขึ้นไป
- วัคซีนไข้กาฬหลังแอ่นสายพันธุ์ A, C, W, Y ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 1 ปีขึ้นไป
กลุ่มเสี่ยงที่ควรพิจารณาฉีดวัคซีน เช่น ผู้ที่มีการทำงานของม้ามบกพร่อง ภาวะพร่องคอมพลีเมนต์ และผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณที่มีการระบาด โดยเฉพาะวัยรุ่นที่ไปศึกษาต่อและอยู่หอพัก หรืออาจพิจารณาฉีดในเด็กเล็กที่อายุน้อยกว่า 2 ปี
อ้างอิงจาก
kcmh.chulalongkornhospital.go.th