ในช่วงสัปดาห์ที่ที่ผ่านมา สื่อต่างประเทศรายงานว่า ชาวเกาหลีใต้จำนวนมากร่วมชุมนุมประท้วงในกรุงโซล เพื่อเรียกร้องให้จัดการเลือกตั้งท้องถิ่นใหม่ หลังเกิดเหตุการณ์ “บัตรเลือกตั้งไม่เพียงพอ” จนทำให้ประชาชนบางส่วนไม่สามารถลงคะแนนได้
ย้อนเล่าว่าเมื่อวันพุธ (3 มิถุนายน) ประเทศเกาหลีใต้ได้จัดการเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยประชาชนสามารถเลือกผู้ว่าระดับจังหวัด นายกเทศมนตรี สมาชิกสภาท้องถิ่น และผู้บริหารหน่วยงานการศึกษา ได้พร้อมกันทั่วประเทศ
นี่ถือเป็นการลงคะแนนเสียงระดับชาติครั้งแรก นับตั้งแต่ประธานาธิบดีอี แจมยอง เข้ารับตำแหน่งต่อจากยุน ซุกยอล ที่ถูกขับออกจากตำแหน่ง เนื่องจากการประกาศกฎอัยการศึกระยะสั้น ทำให้การเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้ กลายเป็นที่จับตามองอย่างมากในประเทศ
อย่างไรก็ตาม พบหน่วยเลือกตั้ง 14 แห่งในกรุงโซลที่มีบัตรเลือกตั้งไม่เพียงพอ จนประชาชนไม่สามารถลงคะแนนเสียงได้
ไม่นาน คณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งชาติเกาหลีใต้ (กกต.) ก็ออกมาขอโทษ โดยอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นว่า เพราะ กกต.คาดการณ์จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ผิดพลาด ทั้งนี้ โร แทอัก ประธาร กกต.เกาหลีใต้ ก็ได้ลาออกจากตำแหน่งในวันศุกร์ พร้อมกล่าวว่าเขา “ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ สำหรับเหตุการณ์ที่ไม่สามารถยอมรับได้” ซึ่ง “ละเมิดสิทธิอันมีค่าของประชาชนในการออกเสียงเลือกตั้ง”
แม้จะประกาศลาออกทันที แต่ประธาน กกต.ก็ไม่ได้พูดว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่อีกครั้งหรือไม่ โดยมีเพียงการขยายเวลาเปิดทำการของหน่วยเลือกตั้งบางแห่ง จนถึง 22.00 น. เท่านั้น
ด้านประธานาธิบดีอี แจ มยอง เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ได้ออกมาแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อกรณีบัตรเลือกตั้งไม่เพียงพอ และสั่งให้มีการสอบสวนร่วมกันอย่างละเอียดโดยอัยการและตำรวจเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว
ขณะเดียวกัน ความไม่พอใจก็ก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ โดยประชาชนจำนวนมากสงสัยว่าจะมีกรณีโกงการลงคะแนนเสียง จึงรวมตัวประท้วงที่ศูนย์นับคะแนนในกรุงโซล เพื่อกดดันให้ กกต.หยุดการนับคะแนน พร้อมประกาศให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ โดยจำนวนผู้ชุมนุมนั้นได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
“นี่เป็นการละเมิดสิทธิออกเสียงเลือกตั้งของประชาชน” หนึ่งในผู้ประท้วงกล่าวกับ Reuters ว่านี่เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้และคำชี้แจงของ กกต.ยังคงไม่เพียงพอ
ต่อจากนี้คงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป โดยเช้าวันนี้ (8 มิถุนายน) The Korea Times รายงานว่า ยังคงมีผู้ชุมนุมปักหลักที่โรงยิมแฮนด์บอลโอลิมปิก ของโรงเรียนประถมศึกษาในเขตซงพา กรุงโซล ราว 1,600 คน โดยยังคงยืนยันข้อเรียกร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ