จริงหรือเปล่าที่เขาว่ากันว่า บรรดาไนต์คลับ บาร์ และสถานที่บันเทิงเริ่มหันไปซบอกคน Gen X กันมากขึ้น?
ข้อมูลจาก The Wall Street Journal รายงานว่า บาร์จำนวนหนึ่งในสหรัฐอเมริกาเริ่มกลับมาสนใจลูกค้า Gen X ผ่านการจัดกิจกรรมและแคมเปญที่เกี่ยวข้องกับคนวัยนั้น อย่าง การจัดปาร์ตี้ธีม 1999 หรือ จัดงานเต้นรำธีม ปรินซ์ (Prince) นักร้องดังในช่วงยุค 80s กันมากขึ้น
ฟังดูชวนสงสัยไม่น้อยว่า ทำไมสถานที่เที่ยวกลางคืนที่ดูเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับวัยรุ่นหรือคนรุ่นใหม่ ถึงความให้ความสนใจกับคน Gen X มากกว่าคน Gen Z ทั้งที่คนวัยกำลังเติบโตอย่าง Gen Z น่าจะสนุกกับการเที่ยวกลางคืนมากกว่าด้วยซ้ำ
คนช่วงวัย Gen Z ใช้ชีวิตกลางคืน (Nightlife) เปลี่ยนไปอย่างไร แล้วอะไรทำให้ชีวิตกลางคืนของพวกเขาเปลี่ยนไปกัน?

ทำไมคนรุ่นใหม่เที่ยวกลางคืนน้อยลง?
เวลาพูดถึง ‘การเที่ยวกลางคืน’ บางคนก็อาจคิดว่า แค่ออกจากบ้านไปสนุกสนานกับเพื่อนเท่านั้น ดูไม่ได้มีอะไรให้ต้องคิดมากมาย ทว่าชาว Gen Z จำนวนไม่น้อยกลับมองว่าการเที่ยวกลางคืนมีราคาที่ต้องจ่าย และมันอาจไม่คุ้มสำหรับแค่ออกไปสนุกสนาน
การไปเที่ยวอาจสร้างร่องรอยดิจิทัล (Digital Footprint) ให้คน Gen Z ต้องคอยห่วงหน้าพะวงหลังในการใช้ชีวิตประจำวันพวกเขาเองก็ได้ โดย ดีน เบอร์เนตต์ (Dean Burnett) นักประสาทวิทยาและนักเขียน ชี้ให้เห็นว่า คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยรู้สึกกังวลกับการถูกมองว่าน่าอายบนโลกออนไลน์ ซึ่งแม้ความอายจะเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นเป็นปกติของมนุษย์ ทว่าโลกออนไลน์เป็นเหมือนพื้นที่ที่ขยายฐานผู้ชมให้มีคนมาเห็นความน่าอายของเรามากขึ้น
สถานที่เที่ยวกลางคืนต่างๆ ล้วนมีกล้องอยู่แทบทุกมุม ไม่ว่าจะกล้องจากตัวร้านสำหรับถ่ายภาพบรรยากาศโปรโมตหรือแม้แต่กล้องจากผู้ที่มาใช้บริการทั่วไป ซึ่งกล้องที่อยู่แทบทุกมุมนี้อาจมีสักตัวที่ถ่ายติดตัวเองหรือคนอื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมได้ เบอร์เนตต์มองว่าพฤติกรรมนี้ของคน Gen Z ถือเป็นความระแวดระวังมากเป็นพิเศษ (Hyper Awareness) อันนำไปสู่พฤติกรรมการเที่ยวกลางคืนที่เปลี่ยนไป
ยิ่งทุกวันนี้ ไม่ว่าอะไรก็สามารถกลายเป็นคอนเทนต์ได้ ผู้คนก็ยิ่งระวังกันมากขึ้น เพราะคน Gen Z จำนวนมากเริ่มตระหนักต่อปัญหาความเป็นส่วนตัว (Privacy) กันมากขึ้น หากภาพไม่พึงประสงค์ของพวกเขาหลุดออกไปบนโลกออนไลน์ อาจกระทบไปถึงชีวิตประจำวันหรือชีวิตการทำงานในอนาคตได้เช่นกัน ดังนั้น พวกเขาจึงเที่ยวกลางคืนกันน้อยลง
นอกจากนี้ การเที่ยวกลางคืนไม่ได้คิดปุ๊บออกจากบ้านบั๊ปได้เลยทันทีทุกคน บางคนก็อาจต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อยสำหรับการเที่ยวแต่ละครั้ง ผลสำรวจจากสมาคมอุตสาหกรรมสถานบันเทิงยามค่ำคืน (NTIA) ซึ่งได้สำรวจเกี่ยวกับท่องเที่ยวสถานบันเทิงของชาวลอนดอนพบว่า คนอายุ 18-30 ปี กว่า 68% ลดการออกไปเที่ยวกลางคืนด้วยเหตุผลทางการเงิน โดยพวกเขาเลือกที่จะเก็บเงินไว้สำหรับกิจกรรมสำคัญอื่นๆ มากกว่า
ลองคิดภาพดูว่า การไปเที่ยวกลางคืนแต่ละครั้งไม่ได้เสียแค่เครื่องดื่มอย่างเดียวเท่านั้น หากยังมีค่าอาหาร ค่าเดินทาง รวมถึงบางร้านก็อาจมีค่าบัตรเข้าร้านด้วย ซึ่งค่าใช้จ่ายมากมายนี้กลับสวนทางกับรายได้และค่าครองชีพที่ได้รับ จนทำให้การเที่ยวกลางคืนกลายเป็นกิจกรรมฟุ่มเฟือยสำหรับคนรุ่นใหม่หลายคน

ไม่เพียงเท่านั้นคน Gen Z จำนวนมากยังใส่ใจเรื่องสุขภาพและความเป็นอยู่ของตัวเองกันมากขึ้น จนทำให้การเที่ยวกลางคืนถูกมองเป็นกิจกรรมที่จะนำไปสู่สุขภาวะที่ไม่เหมาะสมได้ ผลสำรวจจาก Origym แพลตฟอร์มให้บริการด้านการออกกำลังกาย ชี้ให้เห็นว่า กลุ่มคนอายุ 18-29 กว่า 78% เลือกทำกิจกรรมอื่นๆ มากกว่า ไปเที่ยวกลางคืน ซึ่งมีอยู่เพียง 13% เท่านั้น โดย 15% จากทั้งหมดเลือกไปฟิตเนสหรือไปออกกำลังกาย
นอกจากเรื่องสุขภาพแล้ว สถิตินี้ยังสะท้อนให้เห็นว่า คน Gen Z ไม่ได้เลิกดื่มเลยเสียทีเดียว แต่พวกเขามีกิจกรรมให้เลือกทำมากขึ้น จนสถานบันเทิงไม่ใช่จุดหมายปลายทางยามค่ำคืนเพียงแห่งเดียวของพวกเขาเลือกอีกต่อไป ตัวอย่างกิจกรรมที่ปรากฏในผลสำรวจของ Origym ก็มีตั้งแต่ เข้าร้านกาแฟ เที่ยวคาเฟ่ เดินสวนสาธารณะ หรือบางคนก็ไม่ได้กิจกรรมที่เจาะจงเป็นพิเศษแต่ก็ไม่ได้เลือกเข้าสถานบันเทิง
ส่วนคนรุ่นใหม่ที่ยังเข้าไนต์คลับหรือบาร์ก็อาจเปลี่ยนพฤติกรรมไปจากเดิมพอสมควร โดยผลสำรวจจาก Bacardi บริษัทเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้สำรวจพฤติกรรมการกินดื่มของผู้บริโภค Gen Z พบว่า กว่า 34% ชอบดื่มระหว่างวันกันมากกว่าจะดื่มตอนกลางคืน โดยพฤติกรรมลักษณะนี้จะเรียกว่า ‘Daycap’ ซึ่งหมายถึงกลุ่มคนที่ชอบดื่มให้เสร็จแค่ช่วงหัวคำ่ไม่ได้ลากยาวไปยันดึกดื่น
สรุปแล้ว คน Gen Z ไม่ได้หันหลังให้กับการดื่มหรือความบันเทิงยามค่ำคืนเสียทีเดียว เพียงแต่วัฒนธรรมการใช้ชีวิตกลางคืนของพวกเขากำลังเปลี่ยนไปจากสิ่งที่คนรุ่นก่อนเคยทำมา ขณะเดียวกัน สถานบันเทิงก็กำลังกลายเป็นพื้นที่ที่ต้องรับมือกับความเปลี่ยนแปลงระหว่างช่วงวัยไปพร้อมกับการมอบความบันเทิงให้แก่ผู้คน ธุรกิจเหล่านี้จึงอาจต้องมองหาวิธีปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ แต่ในเวลาเดียวกันก็ต้องรักษาความสัมพันธ์กับคนรุ่นก่อนที่ยังคงเป็นกลุ่มลูกค้าสำคัญเอาไว้ให้ได้ด้วย
แล้วทุกคนยังเที่ยวกลางคืนกันอยู่ไหม ถ้าไม่ ทุกคนเลือกทำกิจกรรมอะไรกัน?
อ้างอิงจาก