“เบื่อจริงๆ สอนงานเด็กพวกนี้ไม่เคยได้ความ ไม่รู้เรียนจบมาได้ยังไง ใบปริญญาแค่กระดาษแท้ๆ เลย”
ไหน พี่ๆ คนไหนกำลังก้มหน้าปวดหัว คิ้วขมวด เพราะเด็ก Gen Z ที่โดนด่ารายวินาทีบนโลกอินเทอร์เน็ตอยู่บ้าง จากนี้ไม่ต้องปวดหัวอีกต่อไปว่าจะสอนงานเด็กพวกนี้ยังไงให้ทำงานได้ ทำงานเป็น เพราะ The MATTER สอบถามความคิดเห็นของเหล่า Frist Jobber มาให้แล้ว ว่าพวกเขาชอบวิธีการสอนงานแบบไหน กังวลใจเรื่องอะไร แล้วจริงไหมที่อยากให้เปิดคลิป Roblox ดึงความสนใจไว้ข้างจอเวลาสอนงานด้วย
งานนี้ข้อไหนจริง ข้อไหนเท็จ เราสอบถามและรวบรวมมาให้เป็นคู่มือแล้ว แถมนอกจากสอบถาม Frist Jobber เรายังแวะเวียนไปสอบถามพี่ๆ Gen อื่น ที่เคยสอนงาน Gen Z มาแล้วด้วยว่า วิธีไหนที่พวกเขาใช้เทรนเด็กจบใหม่ให้ทำงานได้แบบผ่านฉลุย
แต่ก่อนไปอ่านคู่มือฉบับนี้ เราขอย้ำไว้ว่านี่เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้นให้นำไปปรับใช้ ไม่สามารถเหมารวมว่า Gen Z ทุกคนบนโลกจะเป็นแบบนี้ได้นะ!

01 ยึด Job Description ไว้ อุ่นใจกันทุกฝ่าย
ข้อนี้ไม่ใช่แค่ Gen Z แต่ Gen ไหนๆ ถ้าต้องทำงานเกินขอบเขตหน้าที่คงมีเซ็งกันบ้าง เพราะฉะนั้น ตั้งแต่เปิดรับสมัครงาน สัมภาษณ์ ผ่านกระบวนการคัดสรรและเลือกใครสักคนมานั่งตำแหน่งนี้ ก็ต้องแจกแจงขอบเขตหน้าที่ให้ชัดเจน เพื่อจะได้เข้าใจตรงกันว่างานนี้ควรจบที่ตรงไหน มีภาระผูกพันร่วมกับใครบ้าง ยิ่งในยุคที่ชื่อตำแหน่งยาวเป็นกิโล ควบรวมทุกหน้าที่เอาไว้ในตัวคนเดียว ยิ่งต้องแจ้งให้ครอบคลุม เพื่อจะได้ไม่ละเมิดขอบเขตหรือบกพร่องในหน้าที่การทำงาน
02 ท่องไว้ว่าน้องคือ ‘มือใหม่หัดทำงาน’
คนเพิ่งเริ่มขับรถแปะสติ๊กเตอร์มือใหม่หัดขับกันโดนด่าได้ น้องจบใหม่เพิ่งเริ่มงานก็มีสติ๊กเกอร์นี้แปะตัวไว้เหมือนกัน
ท่องไว้ว่าทุกคนมีครั้งแรกเสมอ น้องๆ Gen Z ก็ด้วย เพิ่งก้าวขาพ้นรั้วมหาวิทยาลัย สำเร็จการศึกษามาได้ไม่นาน ยังไม่เคยเรียนรู้ระบบการทำงานจริงจังในองค์กร เพราะฉะนั้นพี่ๆ ที่คร่ำหวอดในการทำงานมาแล้ว ลองใจเย็นลงสักนิด พูดจากันด้วยถ้อยคำสุภาพ ไม่แฝงด้วยอารมณ์และการจิกกัด เพราะคนฟังเขารู้สึก และจำได้ไม่ลืม ดังนั้นอย่าเพิ่งพังก้าวแรกของใครเพียงเพราะวันนั้นเราอารมณ์ไม่ดีเลยนะ พูดจารุนแรงไป ทำร้ายจิตใจกัน แล้วพอน้องไม่ทนขึ้นมา กลับมาบ่นว่าเด็กสมัยนี้ นิดหน่อยก็แตะไม่ได้ ไม่มีความอดทน มันก็แอบไม่เริ่ดน้าคุณพี่ ดีไม่ดีวันไหน Gen Z แอบหมดความอดทน ลุกขึ้นมาสวน มันจะจบกันไม่สวยเอา
03 เปิดช่องว่างให้น้องถามหน่อย
“ถามทำไม เรื่องง่ายๆ แค่นี้” “ไม่รู้แล้วทำไมไม่ถาม นี่ทำอะไรมาส่ง”
น้องๆ Gen Z เลือกทางไหนได้บ้างนะ เพราะถามก็โดนด่า ไม่ถามก็โดนด่า
บางเรื่องไม่รู้จริงๆ แต่จะเข้าไปถามก็กลัวจะโดนแยกเขี้ยวใส่กลับมา แอบเข้าใจว่างานภาระงานพี่ๆ ก็คงมีกันล้นมือ บางทีต้องมาสอนงานเด็กใหม่ที่ดูไม่รู้ประสีประสาก็อาจจะหงุดหงิดกันได้ แต่อยากให้ลองเก็บความไม่พอใจนั้นใส่ลิ้นชักไว้ก่อน แล้วเปิดโอกาสให้น้องได้ลองถาม เพราะน้องเองก็อยากเรียนรู้ ถ้าไม่ได้ถามทั้งที่ใจอยากรู้ กลับบ้านไปคงนอนไม่หลับ จะให้งมหาคำตอบเองถามว่าได้มั้ย มันก็ได้ แต่ผิดยังไงล่ะ เพราะชีวิตนี้ Gen Z ถูกอยู่อย่างเดียว คือถูกด่า
และถึงพี่ๆ จะบอกว่าไม่ด่า ไม่มีคำหยาบสักคำ แต่น้ำเสียง สายตา ท่าทาง รวมๆ แล้ว หมอดูเจ้าไหนก็ทายว่าว่าพี่ขาดน้ำตาลแน่นอน จะมาบอกว่า พี่ไม่ได้ใส่อารมณ์!!!!! มันไม่ด๊าย เพราะพี่ใส่อยู่เต็มๆ T__T
04 อย่าโยนลงน้ำ ไม่มีใครอยากลองผิด
“ลองทำมาก่อนเลย” ได้ยินครั้งแรกขนลุกเกรียวตั้งแต่หัวแม่โป้งตีนยันปลายเส้นผม 15 เซ็น อย่าบอกให้ลองลุยเองเลย ถ้ายังไงก็ไม่มีทางโดนใจกรรมการแบบพี่อยู่ดี การโยนเด็กใหม่ลงน้ำไม่ใช่ความคิดที่เวิร์ก เพราะเหล่า Gen Z ไม่ได้มองว่านั่นคือการสอนงาน เข้ามาทำงานครั้งแรกสิ่งที่อยากได้คือวิธีทำงาน 1 2 3 4 เสร็จแล้วส่งต่อให้ใคร คำอธิบายคือสิ่งที่ทุกคนต้องการ เพราะต่อให้จะเด็กใหม่ หรือเคยทำงานมาแล้ว แต่ทุกองค์กรก็มีกระบวนการ หรือวิธีที่แตกต่างกันออกไป การสอนให้เข้าใจกระบวนการคือสิ่งที่จำเป็นที่สุด
ถ้ามาโยนลงน้ำแล้วบอกว่าลองทำมาก่อน แต่พอส่งไปโดนสับกลับมายับว่าทำไมทำแบบนี้ ที่นี่เราไม่ทำกัน แบบนี้ก็อาจจะไม่เริ่ด แถมพี่ตรวจงานไปอารมณ์เสียไป เด็กใหม่ก็อารมณ์เสียที่โดนแก้เหมือนกัน ทั้งๆ ที่ถ้าบอกกันตั้งแต่แรก ก็คงไม่โดนด่าสับแบบนี้
พี่หลายคนอาจจะคิดว่าการให้ลองลงมือทำเลย จะได้เกิดการเรียนรู้ ตัวเองก็เคยโดนสอนงานมาแบบจับโยนเหมือนกัน ก็อยู่รอดมาได้ ไม่ตาย อันนี้ก็ต้องขอยืนปรบมือ สดุดีให้นักว่ายน้ำคนเก่งด้วย แต่จากการสอบถามเด็กใหม่ทั้งหลายมาแล้ว การถูกโยนให้ลงมือทำเองแบบไร้คนสอน ตามมาด้วยคราบน้ำตาและความเสียใจเกือบทั้งสิ้น ไม่มีใครแฮปปี้กับการถูกดุด่าเพราะลงมือทำเองแล้วโดนตำหนิ อย่าเพิ่งไปคิดว่าถ้าบอก 1 2 3 4 แล้วน้องจะไม่ได้คิด ไม่ได้ลองทำเอง กระบวนการเรียนรู้มันมีอยู่ในทุกขั้นตอนอยู่แล้ว ฉะนั้นบอกเถอะว่าทำยังไง No pain ก็ gain ได้จริงๆ นะพี่
05 What สำคัญแล้ว Why ก็สำคัญด้วย
แน่นอนว่าถ้าพี่สั่งงานมา ตัวเล็กตัวน้อยก็ต้องทำให้ แต่จะดีกว่าไหมถ้าพี่บอกมาด้วยว่าสิ่งที่สั่งจะเอาไปใช้ทำอะไร ขอให้น้องได้รู้ภาพกว้างด้วยหน่อย จะได้รับรู้ว่าตัวเองกำลังต้องทำอะไร เพื่ออะไร การได้รู้จุดประสงค์ของสิ่งที่ทำ จะช่วยให้เด็กจบใหม่รู้สึกมีคุณค่าในตัวเอง จากเกินที่ตั้งใจเต็ม 100 พอรู้ว่างานมีคุณค่า อาจจะพยายาม 100 นั้นด้วยความรู้สึกที่เบิกบานขึ้น แม้จะเป็นแค่ตำแหน่งเล็กๆ หรืองานรูทีนทั่วไปก็ตาม
ลองคิดภาพว่าถ้าหัวหน้าสั่งให้ทำเอกสารสักชิ้นขึ้นมาลอยๆ แต่ไม่ได้บอกว่าเอกสารนั้นเอาไปใช้ทำอะไร เราที่เพิ่งเข้ามาใหม่ ก็คงต้องก้มหน้าทำ ทั้งที่ในหัวเต็มไปด้วยคำถามมากมาย อันนี้เอกสารอะไรนะ ทำแล้วไปไหนนะ ส่งต่อให้ใครนะ กลับกันถ้าหัวหน้าบอกว่าเรากำลังจะมีโปรเจ็กต์ใหม่เกี่ยวกับอะไร ช่วยทำเอกสารชิ้นนี้ให้พี่หน่อยนะ เพราะมันเป็นตัวที่จะช่วยซัปพอร์ตให้ส่วนที่พี่ต้องทำโฟลว์ขึ้นได้ ความรู้สึกของการทำงานเอกสารชิ้นเดิมก็จะเปลี่ยนไป เพราะเรารู้แล้วว่างานชิ้นนี้จะอยู่ในกระบวนการไหน มีคุณค่าอย่างไรบ้าง
ฟังดูอาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อย ที่คนทำงานก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าภาระที่ต้องทำคืออะไร แต่ในวันที่เพิ่งจบใหม่ กำลังมีไฟ อยากเรียนรู้ อยากทำให้ตัวเองมีคุณค่า กำลังหาเป้าหมายในชีวิต การบอกจุดประสงค์ให้เห็นภาพรวมของงานสักหน่อย อาจจะไม่เหนือบ่ากว่าแรงจนเกินไป แถมยังได้น้องที่มีไฟเพิ่มเข้ามาด้วย
06 สั่ง 1 อย่าคาดหวัง 10
เข้ามาทำงานครั้งแรก พี่สั่งให้ทำงานนี้ เราก็ทำแค่งานนี้ แต่พอทำเสร็จดันบอกว่า “แล้วทำไมไม่ทำอันนี้ๆๆๆ ต่อด้วย คอมมอนเซนส์ไม่มีเลย”
… คือว่าพี่คะ น้อยคนนักที่จะกล้าทำงานเกินคำสั่ง เพราะเรานั้นเป็นมือใหม่ เป็นอะไรใหม่ๆ ที่เข้ามานั่งในองค์กรของพี่ เดิมเจ้าของที่คนเก่าอาจจะทำได้ดีเริ่ด สั่ง 1 พี่ได้ 10 20 กลับมาด้วย แต่กับหนูที่เข้ามาใหม่ พี่จะคาดหวังแบบนั้นไม่ได้และไม่ควรคาดหวังด้วย เพราะคนเราต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ ไม่ใช่เข้ามาวันแรกแล้วจะทำได้ทุกอย่างเหมือนคนเก่าที่อยู่มา 5 ปี ฉะนั้นเวลาสั่งงาน ต้องบอกใช้ชัดเจนว่าต้องการอะไรบ้าง เสร็จแล้วต้องดำเนินการยังไงต่อ ส่งต่อให้พี่คนไหน กำหนดเดดไลน์วันที่เท่าไหร่ จะได้ไม่เกิดปัญหาภายหลัง
นอกจากนี้คำว่า ‘คอมมอนเซนส์’ อาจจะไม่สามารถเอามาอ้างในการทำงานได้จริงๆ เพราะเรื่องที่คอมมอนของพี่ สังคมที่หนูจากมาอาจไม่คอมมอน และเรื่องคอมมอนของหนู ก็อาจจะไม่คอมมอนของพี่เช่นกัน ฉะนั้นเวลาสั่งงานต้องระบุให้ชัดเจนตั้งแต่แรก จะได้ไม่ต้องมานั่งเดาใจ ใช้ความเคยชิน หรืออ้างว่าคิดว่าจะรู้มาใช้ได้ เพราะต้องขอเน้นย้ำจริงๆ ว่าน้องใหม่ก็เป็นเพื่อนร่วมงาน ไม่ใช่แฟน ที่จะเดาใจกันได้ถูก
07 ไม่ยากถ้าอยากเปิดโอกาส
เปิดคลิป Roblox ตอนสอนงาน ไม่ ❌
เปิดใจรับฟังกัน ใช่ ✅
“โลกหมุนเร็วจนฉันตามไม่ทันแล้วพี่บัวลอย” เอาจริงๆ ใครทันประโยคนี้อาจจะไม่ใช่น้องใหม่ในการทำงานแล้วก็ได้ แต่เชื่อเถอะว่ามันยังใช้ได้อยู่จริงๆ ในเมื่อโลกมันหมุนเวียนไปทุกวัน ความก้าวล้ำ ไอเดียใหม่ๆ ก็ผุดขึ้นมาอยู่เสมอ ลองมั้ย ลองมาให้เรียนรู้กัน เปิดใจรับฟังความคิดเห็น ทุกครั้งเวลาถามว่าน้องมีความเห็นอะไรมั้ย ลองเปิดใจกว้างๆ ดีไม่ดีอาจจะได้แนวทางใหม่ๆ ในการทำงาน ไม่ใช่บรีฟว่าอยากได้ไอเดียแบบ Gen Z แต่พอเสนอเข้าให้จริงๆ เคาะออกมากลายเป็น Gen ซีเนียร์ เฉยเลยพี่
หรือแม้ว่าบางความเห็นอาจจะไม่เข้าตา ได้ยินแล้วขมวดคิ้ว แต่ถ้าน้องเขากล้าพูดจริง ก็ลองรับฟังกันหน่อย แล้วค่อยๆ สอน ก็ได้ว่าทำไมแบบนี้อาจจะไม่เวิร์ก แต่ถ้าง้างตั้งแง่กันมาตั้งแต่ต้น อยากให้ลองฉุกคิดสักหน่อยว่านั่นอาจจะเป็นความกล้าครั้งสุดท้ายของน้องก็ได้ แถมแผลใจที่เกิดขึ้นอาจจะไม่มีวันจางหายไป คราวหน้าจะมาหวังให้น้องแสดงความคิดเห็นอีกก็คงไม่เกิดขึ้นแล้ว
08 ไม่มีใครไม่เคยพลาด
แน่นอน ไม่มีใครตื่นมาแล้วคิดว่าวันนี้ฉันทำงานให้ผิดพลาดดีกว่าหรอก แต่สิ่งสำคัญคือถ้าพลาดมาแล้ว มีโอกาสให้ก้ไขไหม มีพื้นที่ให้เด็กจบใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้ามาได้ปรับตัวหรือเปล่า ทางที่ดีหากกังวลว่างานจะเกิดขึ้นผิดพลาด กลัวน้องทำมาแล้วจะกุมขมับถ้าพลาด เวลาสอนงาน จุดไหนที่รู้สึกว่าเป็นช่องโหว่ อาจทำผิดพลาดได้ จากประสบการณ์ของรุ่นพี่ที่มีมาก่อน ก็ลองบอกน้องใหม่ไปเลยตั้งแต่ต้นว่า ระวังจุดนี้นะ ถ้าเกิดผิดขึ้นมา ลองแก้ไขแบบไหน มีวิธีรับมือยื่นให้ ก็จะช่วยให้น้องใหม่อุ่นใจ และกล้าที่จะลงมือทำมากขึ้น เพราะรู้ว่าพื้นที่ตรงนี้ เราสามารถลงมือทำได้อย่างเต็มที่ หากพลาดขึ้นมาจริงๆ ก็มีคนคอยซัปพอร์ตอยู่เสมอ
ทั้งหมดที่รวบรวมมา อาจไม่ใช่คู่มือเพื่อ Gen Z เพียงอย่างเดียว แต่ไม่ว่าจะคนทำงาน Gen ไหนๆ ถ้าได้รับการสอนงานที่ใส่ใจ พร้อมจะปรับตัวเข้าหากันและกัน การเริ่มต้นเส้นทางใหม่ ในบริษัทใหม่ๆ ก็คงไม่อยากอย่างที่คิด