หลายคนอาจทราบแล้วว่า การเลือก สว. ระดับประเทศนั้นใช้วิธีการสุดพิสดาร โดยรอบแรกจะให้ผู้สมัคร สว. จากแต่ละกลุ่ม ‘เลือกกันเอง’ ได้คนละไม่เกิน 10 หมายเลข ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีผู้สมัครไม่เกิน 154 คน
ระหว่างนับคะแนน ผู้สังเกตการณ์พบเรื่องบังเอิ๊ญบังเอิญ เมื่อบัตรหลายใบเลือกตรงกันทั้ง 10 หมายเลข แถมเรียงเหมือนกันทุกตำแหน่ง อย่างกลุ่มสาธารณสุขพบบัตรที่ลงคะแนนเป็นแพทเทิร์นเดียวกันถึง 20 ใบ กล่าวคือ มีคนอยู่ 20 คนที่บังเอิญใจตรงกัน ชอบพอคนเหมือนกัน และเลือกกรอกคะแนนตามลำดับแบบเดียวกันอย่างไม่แตกแถว
หากคำนวณความน่าจะเป็นที่คนสองคนจะเลือกตรงกันทั้ง 10 หมายเลขและเรียงเลขเหมือนกัน จะอยู่ที่ประมาณ 1 ใน 5,567 ล้านล้านล้าน ยากกว่าถูกหวย 3 งวดติดต่อกันเสียอีก
แต่ในความเป็นจริง ยังมีอีกหลายสิบคน จากอีกหลายกลุ่มที่โหวตใจตรงกัน อย่างกลุ่มสาธารณสุขที่มีคนโหวตเหมือนกัน 20 คน ซึ่งเป็นปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นได้ ~1 ใน ล้านล้านล้านล้าน… (พูดไปอีก 72 ครั้ง) แหม อะไรก็เกิดขึ้นได้จริงๆ ในประเทศนี้ มาดูซิว่าเรื่องบังเอิญนี้มีความเป็นไปได้แค่ไหน เมื่อเทียบกับเรื่องสุดเหลือเชื่อในโลก

บังเอิญแค่ไหน?
รายงานจาก iLaw พบว่า ระหว่างการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ระดับประเทศ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 ที่ใช้เวลาลงคะแนนและนับคะแนนนานกว่า 21 ชั่วโมง ผู้สังเกตการณ์พบว่า บัตรหลายใบเลือกผู้สมัครตรงกันทั้ง 10 หมายเลข และเขียนเรียงในลำดับเดียวกัน และนำไปสู่ข้อสังเกตว่า นี่อาจมีการตกลงโพยหรือแพทเทิร์นบางอย่างในการลงคะแนนเลือกสว. ครั้งนี้ เช่น
- กลุ่ม 4 กลุ่มการสาธารณสุข เลือกแบบเดียวกัน 20 ใบ
- กลุ่ม 9 กลุ่ม SMEs มี 3 Pattern มีบัตรที่เลือกแบบซ้ำกัน 29 ใบ
- กลุ่ม 10 กลุ่มผู้ประกอบกิจการอื่นมี 2 Pattern มีบัตรที่เลือกแบบซ้ำกัน 24 ใบ
- กลุ่ม 12 กลุ่มผู้ประกอบอุตสาหกรรม มี 2 Pattern มีบัตรที่เลือกแบบซ้ำกัน 22 ใบ
สมมติว่าผู้สมัคร 154 คนสุ่มเลือกอย่างอิสระ และทุกหมายเลขมีโอกาสถูกเลือกเท่ากัน ความเป็นไปได้ที่บัตรสองใบจะตรงกันทั้ง 10 หมายเลขและทุกลำดับอยู่ที่ประมาณ 1 ใน 5,567 ล้านล้านล้านโดยประมาณ แต่อย่างที่กล่าวไปว่า มันไม่ได้มีแค่คน 2 คนในตรงกัน ยังมีอีกหลายสิบคนที่บังเอิญโหวตเหมือนกันเป๊ะ จนทำให้ค่าความน่าจะเป็นใกล้เคียง 0 มากขึ้นเรื่อยๆ จนดูเหมือนว่ามันเป็นไปไม่ได้เลย
แต่เอ๊ะ แล้ว 1 ใน 5,567 ล้านล้านล้าน มันบังเอิญแค่ไหนกัน หลายคนอาจนึกภาพไม่ออก The MATTER ลองยกตัวอย่างปรากฏการณ์สุดเหลือเชื่อ เพื่อมาเทียบเคียงให้เราพอจะได้เห็นภาพกัน

เครดิตภาพ: iLaw
ถูกรางวัลที่ 1 ติดต่อกัน 3 งวด
รางวัลที่ 1 ของสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นเลข 6 หลัก ที่เป็นไปได้ตั้งแต่ 000000–999999 จึงมีเลขที่เป็นไปได้หนึ่งล้านหมายเลข และในแต่ละงวดมีเลขรางวัลที่ 1 เพียงหนึ่งหมายเลข หากเราซื้อหวยแค่ 1 ใบต่อ 1 งวด ความเป็นไปได้ที่ถูกหวยจะเป็น 1 ในล้าน และหากถูกหวยเช่นนี้ 3 งวดติดต่อกัน ความเป็นไปได้จะอยู่ที่ 1 ในล้านล้านล้าน ซึ่งยังเกิดขึ้นได้ง่ายกว่า 5 พันกว่าเท่า เมื่อเทียบกับโอกาสที่ผู้สมัคร สว. 2 คนโหวตเลือกหมายเลขแบบเรียงลำดับเหมือนกัน
เอาชนะธานอสได้ 3 ครั้งติดต่อกัน
ใน Avengers: Infinity War หมอแปลก หรือ Dr. Strange มองเห็นอนาคต 14,000,605 รูปแบบ และพบเพียงหนึ่งรูปแบบที่จะสามารถเอาชนะธานอสได้ ถึงอย่างนั้น นั่นก็ยังเป็นไปได้ง่ายกว่ามากๆ เมื่อเทียบกับเหตุการณ์บัตรโหวตสว. ตรงกัน
ถ้างั้นเราทำให้มันยากขึ้นอีก โดยสมมติว่า 14 ล้านรูปแบบนั่นคือความเป็นไปได้ทั้งหมดของอนาคตที่มี และเราต้องเลือกเส้นทางเพื่อเอาชนะธานอสให้ได้ 3 ครั้งติดต่อกัน แบบชนะใสๆ กันไปเลย ค่าความเป็นไปได้จะอยู่ที่ 1 ใน 2,744 ล้านล้านล้าน ซึ่งก็ยังเกิดง่ายกว่าเหตุการณ์เลือกสว. อยู่ดี
อย่างไรก็ตาม การคำนวณส่วนหลังเป็นเพียงการนำตัวเลขจากภาพยนตร์มาตั้งสถานการณ์สมมติ เพราะในเรื่องไม่ได้บอกว่าอนาคตทั้ง 14,000,605 แบบมีโอกาสเท่ากัน และไม่ได้เกิดการต่อสู้สามครั้งที่เป็นอิสระต่อกันจริงๆ
ตายจากอุกกาบาตชน 3 ครั้ง
National Geographic ได้ประมาณค่าความน่าจะเป็นไว้ว่า มนุษย์โลกคนหนึ่งมีโอกาส ‘เสียชีวิต’ จากผลกระทบของอุกกาบาต ดาวเคราะห์น้อย หรือดาวหาง ประมาณ 1 ใน 1.6 ล้านตลอดช่วงชีวิตคน โดยผลกระทบนี้อาจหมายถึง การถูกแรงระเบิดอัดใส่ คลื่นกระแทก เศษวัตถุพุ่งชน และเหตุร้ายอื่นๆ ที่เป็นผลจากสะเก็ดอุกกาบาต ไม่จำเป็นต้องโดนอุกกาบาตโหม่งหัวโดยตรง
ถึงอย่างนั้น 1 ใน 1.6 ล้าน ก็ยังเป็นไปได้ง่ายกว่ามากอยู่ดี เช่นนั้นเราลองสมมติไปเลยว่า หากคนคนหนึ่งมีถึงสามชีวิต และเขาเสียชีวิตจากผลกระทบของอุกกาบาตครบทั้งสามชีวิต โอกาสจะอยู่ที่ประมาณ 1 ใน 4,096 ล้านล้านล้าน ซึ่งก็พอเทียบเคียงได้กับเหตุการณ์บัตรเลือก สว. โหวตเหมือนกัน
โยนเหรียญออกหัว 72 ครั้งติดต่อกัน
สิ่งนี้เข้าใจได้ไม่ยากนัก เพราะเป็นเหตุการณ์สุดคลาสสิกที่มักยกมาใช้ในวิชาคณิตศาสตร์ โดยระบุว่า เหรียญหนึ่งมีหน้าผลลัพธ์อยู่สองแบบ คือหัวและก้อย โอกาสที่จะออกหัวแต่ละครั้งจึงเท่ากับ 1 ใน 2
หากต้องการให้ออกหัว 72 ครั้งรวด ก็นำเลข 2 มาคูณกัน 72 ครั้ง ก็จะได้รูปแบบความเป็นไปได้ทั้งหมด ~4,722 ล้านล้านล้าน รูปแบบ และโอกาสที่ทุกครั้งจะออกหัวเสมอ จึงอยู่ที่ 1 ใน 4,722 ล้านล้านล้าน นั่นเอง
เจอโปเกมอนไชนี่ 6 ตัวติดต่อกัน
หากคุณเป็นโปเกมอนเทรนเนอร์ ที่ต้องการสร้างทีมโปเกมอนสุดเก๋ ที่เป็นสี Shiny (โปเกมอนที่มีโทนสีต่างจากปกติ เช่น ลิซาด้อนไชนี่จะเป็นสีดำแทนที่จะเป็นสีส้ม) ทั้งหมด 6 ตัว โดยคุณคาดหวังว่า คุณจะสามารถตามหาโปเกมอนทั้ง 6 ตัวนั้น ภายในรวดเดียว เรามาดูกันว่าความเป็นไปได้ของเหตุการณ์นี้มีอยู่เท่าไหร่แน่
ตั้งแต่เกมโปเกมอนเจเนอเรชันที่ 6 เป็นต้นมา โอกาสพื้นฐานที่จะพบโปเกมอนไชนี่อยู่ที่ประมาณ 1 ใน 4,096 ต่อการพบหนึ่งครั้ง โดยไม่พึ่งพาไอเทม อุปกรณ์ หรือสูตรใดๆ เลย หากคุณต้องการเจอโปเกมอนไชนี่หกครั้งรวด จะมีโอกาสอยู่ที่ 1 ใน 4,722 ล้านล้านล้าน หรือพอๆ กับการโยนเหรียญให้ออกหัว 72 ครั้งติดต่อกันนั่นเอง แต่นั่นก็ยังเกิดง่ายกว่าเหตุการณ์บัตรเลือก สว. โหวตเหมือนกันอยู่ดี

เครดิตภาพ: iLaw
ทำไมต้องสั่งฟ้อง สว.?
iLaw ระบุว่า หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เห็นว่ามี “หลักฐานอันควรเชื่อ” ว่าการเลือกไม่สุจริต ก็มีหน้าที่ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยเองว่าผู้ถูกกล่าวหาผิดจริงหรือไม่ เพราะเป็นหน้าที่ของศาล หากศาลรับเรื่อง สว. ที่ถูกกล่าวหาต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ และอาจถูกเพิกถอนสิทธิ พ้นจากตำแหน่ง หรือรับโทษจำคุก แต่หาก กกต. ไม่ยื่นฟ้อง คดีก็จะจบลงก่อนถึงศาล
นอกเหนือไปจากเรื่องความบังเอิญที่ดูผิดปกติในการลงคะแนน ทาง iLaw มองว่า ยังมีเหตุผลอีกหลายประการที่ กกต. ควรส่งคดีให้ศาลพิจารณา ดังนี้
ผลการเลือกมีรูปแบบผิดสังเกต
จากผลการเลือกพบว่า สว. กระจุกตัวอยู่ในบางจังหวัดอย่างชัดเจน เช่น บุรีรัมย์มี สว. ตัวจริง 14 คน ขณะที่ 13 จังหวัดไม่มี สว. ตัวจริงเลย นอกจากนี้ ผู้สมัครจาก 8 จังหวัดผ่านเข้าสู่รอบเลือกไขว้ในสัดส่วนสูง และจังหวัดเหล่านั้นล้วนมี สส. พรรคภูมิใจไทย
ยังพบผู้สมัครบางกลุ่มได้คะแนนสูง 30-50 คะแนน ทิ้งห่างคนส่วนใหญ่ ผู้สมัครจำนวนหนึ่งไม่ลงคะแนนให้ตัวเอง รวมถึงบัตรหลายใบที่เลือกตรงกันทั้ง 10 หมายเลขและเขียนเรียงเหมือนกันทุกตำแหน่ง ความผิดสังเกตแต่ละอย่างอาจยังไม่เพียงพอให้สรุปว่ามีการทุจริต แต่เมื่อเกิดขึ้นหลายรูปแบบและเชื่อมโยงไปยังผู้สมัครกลุ่มเดียวกัน จึงเป็นเหตุให้ควรตรวจสอบอย่างจริงจัง
มีคำให้การเรื่องการจัดทำโพยและข้อมูลเส้นทางเงิน
พยานหลายคนให้ข้อมูลว่า ผู้สมัครถูกเชิญไปประชุมตามโรงแรมต่างๆ และในการประชุมมีการเตรียมชุดหมายเลขผู้สมัครไว้ พร้อมแจ้งให้ผู้เข้าร่วมลงคะแนนตามโพยในวันเลือก หากคำให้การเหล่านี้ตรวจสอบได้ ก็อาจอธิบายว่าทำไมบัตรหลายใบจึงเลือกหมายเลขและเรียงลำดับตรงกัน
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลการโอนเงินไปยังผู้สมัครในช่วงใกล้วันเลือก เช่น เงินรวม 34,000 บาทที่โอนไปยังผู้สมัคร 10 คนในอำเภอเดียวกันของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ก่อนและในวันเลือกระดับจังหวัด รวมถึงเงินประมาณ 105,000 บาทที่พยานกล่าวว่าถูกส่งต่อไปยังผู้สมัครอย่างน้อย 7 คนในจังหวัดหนองบัวลำภู
ข้อมูลเหล่านี้ยังต้องพิสูจน์ว่าเงินถูกโอนด้วยเหตุใด และเกี่ยวข้องกับการลงคะแนนหรือไม่ แต่เมื่อกฎหมายห้ามให้เงินหรือผลประโยชน์เพื่อจูงใจให้สมัคร ถอนตัว ลงคะแนน หรือไม่ลงคะแนนให้ผู้ใด เส้นทางเงินและคำให้การเรื่องโพยจึงเป็นหลักฐานที่ควรได้รับการตรวจสอบในศาล
แม้บัตรเลือก สว. จำนวนมากจะมีลักษณะการลงคะแนนเป็นแพตเทิร์นเดียวกัน ในความเป็นไปได้ 1 ในหลักล้านล้านล้านครั้ง แต่นั่นก็ไม่อาจสรุปได้ว่าเกิดการทุจริตขึ้น กลับกัน ความผิดปกตินี้เป็นเหตุให้ กกต. ต้องตรวจสอบและทำให้ข้อเท็จจริงปรากฏต่อสาธารณะต่างหาก
อ้างอิงจาก