เคยรู้สึกไหมว่า ทุกวันนี้เราควบคุมอะไรได้ยากเหลือเกิน จนความไม่แน่นอนกลายเป็นความแน่นอนในชีวิตเราทุกคนไปแล้ว
ทั้งเศรษฐกิจที่ผันผวน อาชีพการงานที่เริ่มรู้สึกไม่มั่นคง ไหนจะข่าวร้ายที่รันขึ้นมาบนหน้าฟีดในทุกๆ วัน อนาคตที่เคยมั่นใจเริ่มคาดเดาไม่ได้มากขึ้นทุกที ไม่แปลกเลยที่หลายคนจะเริ่มมีอาการเครียดสะสมจากความไม่แน่นอนเรื้อรังในชีวิต
แล้วในวันที่โลกใจร้ายแบบนี้ พอจะมีทางไหนเยียวยาความบอบช้ำจากความไม่แน่นอนในชีวิตได้บ้างไหม?
ยิ่งรู้สึกว่าโลกใจร้ายกับตัวเองมากเท่าไร เรายิ่งต้องใจดีกับตัวเองมากขึ้นอีกหน่อย จริงอยู่ว่าสถานการณ์รอบตัวอาจดูหนัก แต่ใช่ว่าเราจะหาวิธีการมอบความรักให้กับตัวเองได้ยากขนาดนั้น สำหรับบางคนคำตอบของความสุขอาจจะเริ่มต้นได้ง่ายๆ ด้วยการมีมื้ออาหารไม้ตายที่กินแล้วรู้สึกดี นั่งกินกับคนที่สบายใจ ในบรรยากาศที่ปลอดภัยกับตัวเอง
บทความนี้เลยจะพาทุกคนทำความรู้จักกับแนวคิดทางจิตวิทยาเรื่อง “Sense of Control” และเหตุผลที่ทำให้มื้อง่ายๆ สามารถกลายเป็นคำตอบของการปลอบโยนตัวเองในวันที่ชีวิตไม่แน่นอนได้

เมื่อพูดถึงสาเหตุของความเครียด ถ้าเปอร์เซ็นต์เต็ม 100 อย่างน้อย 99 คงคิดว่าเกิดจากการมีเหตุการณ์ร้ายๆ มากระทบใจ
แต่แนวคิดทางจิตวิทยาเรื่อง Sense of Control เชื่อว่านอกเหนือจากเหตุการณ์ร้ายที่กระทบกับจิตใจแล้ว อีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้เราเกิดความเครียดคือความรู้สึกว่า ‘เราไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย’ ที่เป็นผลพวงจากสถานการณ์นั้นๆ ด้วย
เพราะการที่สมองรู้สึกถึงการได้ควบคุมแม้เพียงเล็กน้อย จะทำให้ระบบประสาทผ่อนคลายลง และลดความเครียดลงได้ ฉะนั้นแล้วความรู้สึกที่ว่า ’เราทำอะไรไม่ได้‘ จึงให้ผลแบบตรงกันข้ามนั่นเอง
แล้วในโลกที่ทุกสิ่งทุกอย่างดูเป็นเรื่องใหญ่ ไกลตัว อยู่นอกเหนือการตัดสินใจของเราไปเสียหมด อะไรที่เราพอจะเลือกเพื่อให้ตัวเองแฮปปี้ขึ้นมาได้บ้าง?
อะไรเอ่ยที่เป็นปัจจัยที่เราควบคุมง่าย ให้เราเติมความสุขตัวเองได้อย่างน้อยๆ วันละ 3 ครั้ง แถมยังเป็นช่วงเวลาที่ช่วยฮีลใจ?
คำตอบก็คือ ‘โมเมนต์การกิน’ ยังไงล่ะ

ทำไมอาหารง่ายๆ บางจาน ถึงเยียวยาใจเราให้ดีขึ้นได้
เคยได้ยินประโยคที่บอกว่า ‘ของอร่อยจะเยียวยาทุกอย่าง’ ไหม?
นี่ไม่ใช่แค่ประโยคขำขันสำหรับคนรักการกิน แต่ในทางจิตวิทยาสามารถอธิบายปรากฎการณ์ซึ่งหัวใจถูกเติมเต็มด้วยของอร่อยนี้ได้จริงๆ
เหตุผลแรกคือการเลือกเมนูอาหารที่อยากกิน เลือกเวลา สถานที่ และคนไปด้วยได้ตามที่ใจต้องการ จะทำให้เราได้รับความรู้สึกของ Sense of Control เป็นสเปซเล็กๆ ที่เราสามารถควบคุมจังหวะชีวิตของตัวเองได้ ทำให้ช่วงเวลาบนโต๊ะอาหารกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางอารมณ์ของผู้คนโดยไม่รู้ตัว
ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งที่หลายคนอาจยังไม่รู้ คืออาหารยังมีบทบาทในการเป็น Emotional Regulator หรือ ตัวช่วยปรับสมดุลอารมณ์ด้วย จากงานวิจัยจะพบว่า ความทรงจำเกี่ยวกับอาหาร (Food-Associated Memory) เชื่อมโยงกับสมองส่วน Hippocampus และ Amygdala ซึ่งเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและความทรงจำทางอารมณ์ ทำงานคล้ายกับเวลาเราได้กลิ่นบางอย่างแล้วคิดถึงคนบางคน รสชาติอาหารที่คุ้นเคยก็ส่งผลกับความทรงจำของเราโดยตรงเช่นกัน เสมือนเป็นกุญแจวิเศษไขเปิดประตูแห่งความสุขในอดีตแล้วแอบฉกฉวยมาแบ่งปันเราในปัจจุบันเลยล่ะ
สำหรับบางคนเวลาป่วยก็อดนึกถึงโจ๊กฝีมือแม่ขึ้นมาไม่ได้ใช่ไหม ถ้าพูดถึงตรุษจีนก็ต้องคิดถึงขนมเข่งฝีมืออาม่า ถ้าเป็นวันหยุดก็ต้องเป็นมื้อชิลล์ๆ หน้าทีวี บนโซฟาตัวเก่งที่บนตักมีแมวตัวโปรด หรือแม้แต่กินเมนูง่ายๆ อย่างไข่เจียวก็นึกถึงสภาพสิ้นเดือนเหมือนสิ้นใจสมัยเรียนขึ้นมาได้
เพราะอาหารง่ายๆ บางอย่าง หรือที่เราเรียกว่า Comfort Food ของแต่ละคน ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ทำให้อิ่มท้อง แต่คือสิ่งที่พาเรากลับไปหาความทรงจำดีๆ ในบรรยากาศเดิมๆ และความอร่อยที่ใจรู้สึกปลอดภัย การกินจึงกลายเป็นการดูแลหัวใจอย่างเงียบๆ ในวันที่เหนื่อยล้า และอาจเยียวยาเราได้มากกว่ามื้อหรูหราแปลกใหม่ซะอีก


เมื่อ Comfort Food กลายเป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยอัปมู้ดให้ดีขึ้น
เพราะอาหารไม่ได้มีฟังก์ชันแค่อิ่มท้องและเติมโภชนาการให้ร่างกาย แต่อาหารที่อร่อยจะช่วยเติมเต็มความสุขให้ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ (Well-being) ไปพร้อมๆ กัน จึงเกิดเป็นแคมเปญ ‘Eating is a Miracle กินอร่อย ใจก็ดีขึ้น’ ของอายิโนะโมะโต๊ะ ที่อยากชวนให้ทุกคนมองเห็นความสำคัญของการ ‘กินดี มีสุข’ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลตัวเองง่ายๆ ในทุกๆ วัน ผ่านช่วงเวลา Comfort Eating ด้วยการกินอาหารที่ชอบ บรรยากาศที่ใช่ กับคนที่เราสบายใจ
นอกจากจะปล่อยแคมเปญสะกิดให้ทุกคนกลับมาใส่ใจกับการสร้างความสุขให้ตัวเองผ่านมื้ออาหารง่ายๆ ปีนี้อายิโนะโมะโต๊ะยังมีกิจกรรมอีกมากมายรอให้ทุกคนติดตามตลอดปี
เริ่มต้นปีด้วยการจับมือกับพันธมิตรอย่าง LINE MAN Wongnai ผ่านกิจกรรม “Your Comfort Is Arriving สั่งคอมฟอร์ตฟู้ด อัปมู้ดดีๆ” ชวนทุกคนมาสัมผัสช่วงเวลา Comfort Eating ผ่านการสั่งเดลิเวอรี่กับร้านอาหารและเมนูพิเศษบนแอปฯ พร้อมของขวัญน่ารักๆ ที่จะช่วยสร้างโมเมนต์ดีๆ ผ่านการกิน ร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่ 26 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2569 นอกจากนี้ ยังต่อยอดความรู้สึกดีๆ สู่ Eating is a Miracle Self-Love Food Fest อีเวนต์ของคนรักตัวเองที่ทำให้การกินกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยของใจ ด้วยการรวบรวมร้านอร่อยบน LINE MAN ศิลปิน และกิจกรรมสนุกๆ ให้แวะมาเติมพลังใจให้ตัวเองได้ระหว่างวันที่ 20–22 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สยามสแควร์
สุดท้ายแล้วไม่ว่าโลกจะใจร้ายขนาดไหน ต้องเผชิญวันที่ไม่แน่นอนยังไง ก็พักใจด้วยมื้อ comfort ได้ เพราะเมื่อเรากินอย่างอร่อยและสบายใจ หัวใจก็อบอุ่นขึ้นได้แล้ว
อย่าลืมใจดีกับตัวเอง เริ่มต้นง่ายๆ จากมื้ออร่อยที่เราตั้งใจเลือกให้ตัวเอง เพราะ Eating is a Miracle เมื่อกินอร่อย ใจก็ดีขึ้น