หลายครั้งเราคิดว่าเรารู้จักร่างกายตัวเองดีที่สุด แต่เมื่อเป็นเรื่องการได้ยิน ความเปลี่ยนแปลงมักเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป จนเราไม่ทันสังเกต ในขณะที่คนรอบตัวกลับเป็นคนที่เห็นความผิดปกติได้ก่อน
ปัญหาการได้ยินไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะนอกจากจะกระทบการสื่อสารและคุณภาพชีวิตแล้ว หากปล่อยไว้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมในอนาคต การตรวจการได้ยินตั้งแต่เนิ่นๆ จึงสำคัญ ทั้งสำหรับผู้สูงอายุ และคนวัยทำงานที่ต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังเป็นประจำ
การเข้าพบผู้เชี่ยวชาญด้านการได้ยินจึงเป็นก้าวแรกสู่การรักษาคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว เราจึงชวนคุยกับ คุณภูมิ พัฒนะเอนก ผู้บริหารจาก Dear Hearing ที่ก่อตั้งมากว่า 35 ปี และเป็น Widex Authorized Partner เพียงรายเดียวในประเทศไทย ในการนำเทคโนโลยีและประสบการณ์การได้ยินอย่างเป็นธรรมชาติมาให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสด้วยด้วยตัวเอง ร่วมกันกับ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นายแพทย์สมอาจ วงษ์ขมทอง อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย (Longevity) และผู้ใช้งานเครื่องช่วยฟัง ที่จะร่วมให้ข้อมูลทางการแพทย์ด้านการได้ยินและบอกเล่าประสบการณ์การใช้งานเครื่องช่วยฟัง
ฟังเสียงวันนี้ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว
อาจารย์สมอาจเริ่มต้นเท้าความให้เห็นภาพของความสัมพันธ์ระหว่างการได้ยินกับคุณภาพชีวิตให้เราฟังแบบเห็นภาพ “ช่วงชีวิตที่ต้องเผชิญกับความเจ็บป่วย (Sick Span) ที่เรามีปัญหามากที่สุดก็คือเรื่องของสมองเสื่อม คนทั่วไปมักไม่คิดว่าสมองเสื่อมเกี่ยวกับหูด้วย จริงๆ แล้ว การหูตึงเนี่ย เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เราสมองเสื่อมเลย คิดเป็น 8% ในขณะที่สูบบุหรี่ กินเหล้า คิดเป็น 2-3%”

“หูไม่ได้เป็นแค่อวัยวะที่รับเสียงอย่างเดียว เมื่อเสียงเข้ามาถึงหูชั้นใน มันก็จะเปลี่ยนเป็นสัญญาณไฟฟ้าส่งไปที่สมองของเรา เราลองจินตนาการว่าสมองเราก็เหมือนกับคอมพิวเตอร์ พอหูเราได้ยิน ไม่ได้ยินบ้าง สมองก็เลยเหมือนคอมพิวเตอร์ที่ติดๆ ดับๆ แล้วก็พังในที่สุด และอีกอย่างคืออีกเรื่องก็คือหากปล่อยไว้นานๆ คนหูตึงก็อาจจะไม่ค่อยอยากคุยกับคนอื่นๆ แม้กระทั่งคนในครอบครัว เนื่องจากไม่ค่อยได้ยิน ไม่เข้าใจคนพูดอะไรกัน ซึ่งก็จะทำให้เขารู้สึกโดดเดี่ยว และอาจเกิดภาวะซึมเศร้าได้ครับ”
“พออายุมากขึ้น การเสื่อมของอวัยวะก็เป็นเรื่องธรรมชาติของชีวิตครับ เราไม่สามารถยับยั้งการเสื่อมของอวัยวะได้ แต่เราสามารถทำให้การเสื่อมนั้นไม่กระทบชีวิตประจำวันของเราได้ ถ้าเราสูญเสียการได้ยิน ก็มีเครื่องช่วยฟังอยู่แล้ว ทำไมเราจะไม่ใช้ ในเมื่ออุปกรณ์ก็แก้ปัญหาของเราได้ง่ายๆ แล้วเครื่องช่วยฟังมันก็ไม่ใช่เครื่องที่ต้องแทงไปในสมองหรือแทงเข้าหัวใจ ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ได้ทำให้เราต้องเจ็บตัวอะไรเลย ตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจมันก็ไม่เจ็บ เราแค่เข้าไปทดสอบการได้ยิน ได้ยินเสียงติ๊ดๆ พอมาใส่เครื่อง ก็ไม่เจ็บอีก แต่ช่วยทำให้ประสาทหูการรับรู้เรากลับคืนมา เราจะปล่อยให้ประสาทหูซึ่งสำคัญต่อการดำรงชีวิตของเราสูญเสียไปทำไม ทั้งๆ ที่แก้ได้ง่ายนิดเดียว”

คุณภูมิเสริมในแง่มุมของยุคปัจจุบันที่สภาพแวดล้อมและพฤติกรรมในชีวิตประจำวันซึ่งอาจกลายเป็นปัจจัยแฝงที่นำไปสู่ภาวะการเสื่อมสภาพทางการได้ยินในอนาคต “ปัจจุบันเราเผชิญมลพิษทางเสียงตลอดเวลา ทั้งจากท้องถนน การเปิดหูฟังเสียงดัง หรือการไปงานมิวสิกเฟสติวัล แต่คนไทยยังตระหนักเรื่องการปกป้องหูน้อยมาก เมื่อเทียบกับฝั่งยุโรปหรืออเมริกาที่ใส่ Earplugs ป้องกันกันเป็นเรื่องปกติ อย่าลืมว่าการได้ยินเป็นสิ่งที่ถ้าสูญเสียไปแล้วอาจไม่กลับมาอีก การป้องกันไว้ก่อนจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด”
Dear Hearing พื้นที่เปลี่ยนการได้ยินให้เป็นความสุข
และการเป็น Widex Authorized Partner เพียงรายเดียวในไทย
Dear Hearing ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 35 ปีที่แล้ว โดย ผศ.นพ.สมชาย พัฒนะเอนก โสต ศอ นาสิกแพทย์ และ ดร.มุกดา พัฒนะเอนก นักโสตสัมผัสวิทยา โดยเริ่มต้นจาก Bel Hearing Center ที่จังหวัดชลบุรี ก่อนจะเปลี่ยนชื่อและรีแบรนด์มาเป็น Dear Hearing เช่นในปัจจุบันโดยคุณภูมิที่เป็นลูกชายที่ซึมซับความอบอุ่นและต้องการส่งมอบความปรารถนาดีให้กับผู้มารับบริการทุกคน จนกลายเป็นคำว่า Dear พร้อมกันกับเป็นการเล่นคำกับ D Ear หรือหูดี ซึ่งสะท้อนความตั้งใจที่อยากมอบสุขภาพการได้ยินในมาตรฐานระดับนานาชาติให้กับทุกคนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ภายใต้บรรยากาศสบายๆ ที่ลบภาพจำของคลินิกแบบเดิมๆ ออกไป

คุณภูมิเล่าให้ฟังถึงบริการของ Dear Hearing ที่ครอบคลุมตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการตรวจประเมิน จนถึงการแนะนำเพื่อการใช้ชีวิตร่วมกับการฟังอย่างมีความสุข และการทำงานร่วมกับ Widex หนึ่งในแบรนด์เทคโนโลยีการได้ยินชั้นนำระดับโลกจากประเทศเดนมาร์ก ในฐานะ Widex Authorized Partner เพียงรายเดียวในประเทศไทย กับบทบาทในการนำเทคโนโลยีและประสบการณ์การได้ยินใหม่ๆ มาสู่ผู้ใช้งานชาวไทย
“ขั้นตอนการดูแลของเราเริ่มต้นจากการตรวจวัดการได้ยินอย่างแม่นยำด้วยเครื่องมือมาตรฐานระดับสากลจากประเทศเยอรมนีครับ เพื่อให้ทราบอย่างชัดเจนว่ามีการสูญเสียการได้ยินที่ความถี่ไหน และกี่เดซิเบล พร้อมทั้งส่องตรวจช่องหูเบื้องต้นด้วย เพราะบางครั้งปัญหาอาจเกิดจากขี้หูอุดตัน หรือแก้วหูอักเสบทะลุ ซึ่งถ้าเป็นกรณีนี้ เราจะแนะนำให้เข้าพบแพทย์เฉพาะทาง (ENT) ทันทีครับ เราจะไม่ Over-prescribe หรือยัดเยียดขายเครื่องให้ลูกค้าถ้ายังไม่มีความจำเป็นจริงๆ”

“หลังจากทราบผลตรวจ เราจะประเมินการเลือกเครื่องตามไลฟ์สไตล์และบริบทการใช้ชีวิตของผู้รับบริการแต่ละท่าน เช่น ผู้บริหารที่ยังต้องออกสังคม เจอเสียงรบกวนเยอะ ก็จะเหมาะกับรุ่น High-level ที่มีระบบตัดและแยกแยะเสียงรบกวนได้ดี แต่ถ้าเป็นผู้สูงอายุที่พักผ่อนอยู่บ้าน สื่อสารแบบตัวต่อตัวเป็นหลัก ก็ใช้รุ่นมาตรฐานที่คุ้มค่าและครอบคลุมได้ครับ จากนั้นเราจะให้ลูกค้านำเครื่องไปทดลองใช้ในชีวิตจริง 1 สัปดาห์ ไม่ว่าจะไปทานข้าวหรือทำกิจกรรมประจำวัน แล้วค่อยกลับมา Fine-tune ปรับแต่งเสียงอีกครั้งให้สมบูรณ์ที่สุด”
“สุดท้ายคือ การดูแลหลังการขาย ซึ่งเราเน้นมากเหมือนกับการนำรถเข้าเช็กระยะครับ ทุกๆ 3 เดือน ลูกค้าสามารถนำเครื่องเข้ามาอบความชื้นและทำความสะอาดได้ฟรี เพื่อป้องกันปัญหาคราบเหงื่อจากสภาพอากาศร้อนชื้น และสำหรับสาขาต่างจังหวัด เราจะมี Service Day ที่ส่งทีมช่างไปล้างและดูแลเครื่องให้จบในวันนั้นทันที โดยที่ลูกค้าไม่ต้องเสียเวลาฝากเครื่องส่งเข้าแล็บส่วนกลางครับ”
Dear Hearing เชื่อว่าการดูแลที่ดี ไม่ใช่การเลือกเครื่องช่วยฟังที่เหมาะสมเท่านั้น แต่ต้องมั่นใจด้วยว่าผู้ใช้งานจะได้รับการดูแลที่เหมาะสมและได้รับมาตรฐานระดับสูงตลอดการใช้งาน ผ่านนโยบายรับประกันความพึงพอใจ (100% Satisfaction Guarantee) และการขยายระยะเวลารับประกัน (Extended Warranty) เพื่อให้ทั้งผู้ใช้งานและลูกหลานสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจ พร้อมกลับมามีความสุขกับการได้ยิน และใช้เวลากับคนที่รักได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง

Widex ที่มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อมอบประสบการณ์การได้ยินที่เป็นธรรมชาติ ได้ก้าวเข้ามาร่วมสร้างประสบการณ์การได้ยินผ่าน Dear Hearing เพื่อส่งมอบเทคโนโลยีการได้ยินระดับสากลให้เข้าถึงคนไทย พร้อมกันกับการปรับจูนเครื่องช่วยฟังที่นับเป็นศิลปะที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทีมผู้เชี่ยวชาญจึงนำประสบการณ์มาใช้ในการตีความและปรับแต่งเครื่องให้สวมใส่สบายหูที่สุด เพราะเป้าหมายสำคัญคือการทำให้ผู้รับบริการสามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างต่อเนื่องและมีความสุข
เครื่องช่วยฟังที่เป็นมากกว่าการฟัง แต่เป็นการเปิดใจให้ได้กลับมาใช้ชีวิตของตัวเอง
ปัจจุบัน อาจารย์สมอาจก็เป็นอีกหนึ่งท่านที่ใช้งานเครื่องช่วยฟัง จึงถ่ายทอดประสบการณ์ตรงจากการใช้งานให้กับเราได้ฟัง “เรื่องหูเป็นปัญหาเดียวที่ผมประสบในชีวิตนี้ ตอนแรกเราก็ไม่มีความรู้ว่าเครื่องช่วยฟังมันมีหลายแบบ หลายรุ่น หมอแนะนำยังไงก็ใส่ไปก่อน ตอนแรกผมก็ใส่แต่หูซ้าย แต่รุ่นแรกที่ผมใส่ที่ผมรู้สึกอายๆ อาจจะเป็นเพราะว่าเป็นเครื่องรุ่นเก่า ใส่แล้วคนรู้ทันทีว่าหูไม่ดี เราก็ใส่เฉพาะช่วงเวลาประชุมเท่านั้น พอเราอายุมากขึ้น ลูกชายผมเป็นคนบอกว่าพ่อน่าจะไปหาเครื่องช่วยฟังดีๆ นะ ตอนนั้นเราก็คิดว่ามันดีแล้วนะ เพราะอันนึงมันก็ 20,000 กว่าบาท ก็เลยนึกถึง Dear Hearing เพราะผมรู้จักอาจารย์สมชาย อาจารย์มุกดา และคุณภูมิอย่างดี”

“พอเข้ามาที่นี่ ผมก็เลยเพิ่งรู้ว่าเครื่องแรกของผมมันเป็น Completely-In-The-Canal ทุกอย่างมันอัดเข้าไปในหูหมด เราเลยรู้สึกว่าเหมือนอุดหูพูด อาจจะเพราะการปรับจูนไม่ค่อยดีด้วย หูผม 2 ข้างก็มีปัญหาไม่เหมือนกัน ผมแนะนำทุกคนว่าต้องทำตรวจวัดการได้ยินก่อนใส่ ไม่ใช่ไปซื้อตามอินเตอร์เน็ตแล้วจะใส่ได้เลย และต้องมีการตรวจและปรับจูนเครื่องโดยผู้เชี่ยวชาญให้เหมาะสมกับการได้ยินของหูเราจริงๆ ไม่งั้นหูเราจะเสียหายยิ่งกว่าเดิม”
จนปัจจุบันอาจารย์ใส่เครื่องช่วยฟังเป็นเครื่องที่สามแล้ว และยังได้รับการดูแล ตรวจติดตาม และปรับจูนกับทีมผู้เชี่ยวชาญของ Dear Hearing มาอย่างต่อเนื่อง นอกจากการได้ยินที่เป็นธรรมชาติแล้ว นวัตกรรมของเครื่องช่วยฟังยังช่วยให้การคุยโทรศัพท์ หรือการสตรีมเสียงจากการดูแพลตฟอร์มออนไลน์ก็สามารถทำได้อย่างสบายหู เหล่านี้เป็นสิ่งที่ Dear Hearing และทางคุณภูมิต้องการส่งมอบมาตรฐานของการได้ยินพร้อมกับการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างราบรื่น


“เวลาของครอบครัวเป็นสิ่งมีค่าเกินกว่าจะเสียไปกับความเข้าใจผิดและการกระทบกระทั่งจากปัญหาการได้ยิน” คุณภูมิทิ้งท้าย “เราจึงอยากให้การได้ยินเป็นจุดเริ่มต้นของการคืนความสุขให้ครอบครัวจึงเริ่มจากการสังเกตคนใกล้ตัว เพื่อนำไปสู่การตรวจวิเคราะห์ระดับการได้ยินอย่างถูกต้อง ทุกวันนี้เครื่องช่วยฟังก็เหมือน Gadget อย่างหนึ่ง สวมใส่สบายเหมือนกับเราใส่หูฟังบลูทูธ และคุณภาพเสียงก็มีโหมดมิติที่กว้างสมจริง สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟน ปรับเพิ่มลดเสียงหรือซูมโฟกัสเสียงทิศทางที่ต้องการได้ยินได้เลย เทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น และช่วยเติมเต็มความสุขในทุกวันผ่านการได้ยินครับ”