เคยสงสัยไหมว่า ทำไมผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุบางคนเริ่มเก็บตัว เงียบขรึม หรือขี้ลืมขึ้นผิดปกติ?
หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงเรื่องธรรมดาตามวัย แต่ความจริงแล้วเบื้องหลังอาการเหล่านี้อาจมาจาก ‘การได้ยิน’ ที่ค่อยๆ เลือนหายไป จนทำให้สมองต้องแบกภาระหนักในการเค้นพลังงานเพื่อเติมเต็มข้อมูลเสียงที่แหว่งวิ่น จนเกิดภาวะสมองล้า และกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญของภาวะสมองเสื่อม (Dementia) ที่หลายคนมักมองข้ามไปโดยไม่ทันระวังตัว
เนื่องในโอกาส World Hearing Day แบรนด์ Rexton นวัตกรรมการได้ยินจากเยอรมนี ร่วมกับ บริษัท มารุ่งโรจน์ จำกัด จึงอยากชวนทุกคนกลับมาใส่ใจสุขภาพการได้ยินผ่านบทความจาก The MATTER เพื่อทำความเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างหูกับสมอง พร้อมแคมเปญ ‘ตรวจการได้ยินฟรี’ ที่มารุ่งโรจน์ทุกสาขา ตลอดเดือนมีนาคมนี้ เพื่อถนอมความทรงจำและคุณภาพชีวิตที่ดีก่อนจะสายเกินไปเพียงเพราะเราไม่ได้ยิน
ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ตรวจการได้ยินฟรี : https://www.rexton.com/en-sg/local/zh-tw/world-hearing-day-free-hearing-test/

กลไกการฟัง งานหนักที่สมองต้องแบกรับ
เรามักเข้าใจกันว่าการได้ยินเป็นหน้าที่ของหู แต่ในทางวิทยาศาสตร์ระบบประสาท หูทำหน้าที่เพียงรับคลื่นเสียงเท่านั้น แต่ผู้ที่ทำหน้าที่ฟังและตีความเรื่องราวต่างๆ อย่างแท้จริงคือสมอง
ลองจินตนาการว่าสมองเราเหมือนคอมพิวเตอร์ที่ต้องประมวลผลงานตลอดเวลา เมื่อจุดรับสัญญาณอย่างหูเริ่มเสื่อมสภาพ ข้อมูลเสียงที่ส่งไปยังสมองจะแหว่งวิ่นและไม่ครบถ้วน สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือ Cognitive Load หรือภาวะที่สมองต้องใช้พลังงานมากขึ้นกว่าปกติเพื่อ ‘เดา’ และปะติดปะต่อคำพูดที่ได้ยินเพียงครึ่งๆ กลางๆ ทรัพยากรสมองที่ควรถูกใช้ไปกับความจำหรือการคิดวิเคราะห์ จึงถูกดึงมาใช้กับการพยายามฟังเพียงอย่างเดียว ผลลัพธ์คือเราจะรู้สึกเหนื่อยล้าจากการสนทนา สมาธิสั้นลง และในระยะยาว สมองส่วนที่ไม่ได้ถูกกระตุ้นด้วยเสียงอาจเสื่อมประสิทธิภาพลงได้

เมื่อการ ‘ฟังไม่ชัด’ คือต้นเหตุของภาวะสมองเสื่อมที่เกิดขึ้นอย่างเงียบเชียบ
ปัญหาการได้ยินมักแทรกซึมเข้าสู่ชีวิตอย่างช้าๆ โดยไม่มีอาการเจ็บปวด แต่จะแสดงออกผ่านพฤติกรรม เช่น การเริ่มหลีกเลี่ยงการเข้าสังคม หรือนั่งเงียบๆ คนเดียว เพราะเหนื่อยล้าจากการต้องคอยแกะคำพูดที่ได้ยินไม่ชัด ซึ่งความโดดเดี่ยวและการขาดปฏิสัมพันธ์นี้เองที่เป็นตัวเร่งให้สุขภาพสมองถดถอยลงอย่างรวดเร็ว
ความกังวลนี้ไม่ใช่เรื่องที่คิดไปเองแต่อย่างใด มีการยืนยันจากงานวิจัยหลายแห่ง ทั้งจาก The Lancet Commission และ Johns Hopkins Bloomberg School of Public Health พบว่า การสูญเสียการได้ยินเป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับต้นๆ ของภาวะสมองเสื่อมที่ป้องกันได้ โดยผู้ที่มีปัญหาการได้ยินระดับรุนแรงมีความเสี่ยงสูงกว่าคนปกติถึง 5 เท่า หรือเพิ่มขึ้น 61% ในกลุ่มตัวอย่างผู้สูงอายุอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยยังมีข่าวดีว่า กลุ่มคนที่เลือกใช้เครื่องช่วยฟังสามารถลดความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมลงได้ถึง 32% เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้ดูแล เพราะช่วยลดภาระการทำงานของสมองได้ทันท่วงที การใส่ใจสุขภาพหูในวันนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการได้ยินเสียงที่ชัดเจน แต่มันคือการถนอมสมองและรักษาความทรงจำของเราให้อยู่ได้นานที่สุด

Rexton x มารุ่งโรจน์: ดูแลหูในวันนี้ เพื่อสมองและชีวิตในวันข้างหน้า
การตรวจการได้ยินถือเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ที่ช่วยสนับสนุนคุณภาพชีวิตในระยะยาว และมีความสำคัญไม่แพ้การตรวจสุขภาพด้านอื่นๆ โดยเฉพาะเมื่อการได้ยินเกี่ยวข้องกับการทำงานของสมองโดยตรง
Rexton แบรนด์จากประเทศเยอรมนี เล็งเห็นว่าปัญหาการได้ยินเป็นหนึ่งในปัจจัยที่อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาวได้ จึงมุ่งมั่นพัฒนางานวิศวกรรมและเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องมายาวนานกว่า 70 ปี ด้วยความตั้งใจที่จะสนับสนุนการดูแลสุขภาพการได้ยินของผู้คนทั่วโลก โดยเชื่อว่าการรับฟังที่มีประสิทธิภาพไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการได้ยินที่ชัดเจนเท่านั้น แต่คือการรักษาความเชื่อมโยงกับคนรอบข้าง และเกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพในระยะยาว

และความตั้งใจนี้ยังถ่ายทอดไปสู่ความพิถีพิถันในขั้นตอนการผลิต โดย Rexton ยึดถือมาตรฐานการทดสอบภายใต้สภาวะจำลองที่หลากหลาย เพื่อให้พร้อมรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันของผู้คน

โดยมี บริษัท มารุ่งโรจน์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่ดูแลคนไทยมาเกือบ 40 ปี พร้อมส่งมอบบริการตรวจวัดที่แม่นยำโดยนักแก้ไขการได้ยินผู้เชี่ยวชาญ พร้อมส่งมอบบริการตรวจวัดการได้ยินอย่างแม่นยำ ภายใต้มาตรฐานวิชาชีพที่เชื่อถือได้
เพื่อต้อนรับเดือนแห่งการได้ยินโลก มารุ่งโรจน์และ Rexton ได้มอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่ลงทะเบียนภายในเดือนมีนาคม 2569 ด้วยบริการตรวจเช็กระดับการได้ยินฟรี เพื่อประเมินสุขภาพหูและสมองเบื้องต้น พร้อมทั้งรับส่วนลดพิเศษสำหรับเครื่องช่วยฟังทุกรุ่นที่ร่วมรายการ
การตรวจการได้ยินตั้งแต่วันนี้ คือของขวัญที่ดีที่สุดที่จะสามารถมอบให้กับสมองและความทรงจำในอนาคตของตัวเอง เพื่อที่เราจะใช้ชีวิตและรักษาความสัมพันธ์กับคนรอบข้างได้อย่างเต็มที่ไปอีกนานแสนนาน