เคยสงสัยไหมว่า ท่ามกลางโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็วและเต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง
อะไรคือฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่ทำให้สังคมของเรายังคงเดินหน้าต่อไปได้ในทุกๆ เช้า คำตอบอาจไม่ใช่เทคโนโลยีล้ำสมัยหรือพลังวิเศษที่ไหน แต่เป็นสิ่งเรียบง่ายที่ซ่อนอยู่ในกิจวัตรประจำวันของ ‘คนธรรมดา’ ที่ตื่นขึ้นมาเพื่อสวมบทบาทและลงมือทำสิ่งต่างๆ อย่างเงียบๆ และสม่ำเสมอ
สิ่งนั้นเรียกว่า ‘หน้าที่’ คำสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยความหมายและน้ำหนักของความรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นการตื่นแต่เช้าเพื่อดูแลครอบครัว การทำงานอย่างซื่อสัตย์ในแต่ละสายอาชีพ หรือการช่วยเหลือเกื้อกูลกันในยามยากลำบาก ทุกๆ หน้าที่ล้วนเป็นเหมือนจิ๊กซอว์ชิ้นเล็กๆ ที่เมื่อทุกคนต่างทำส่วนของตัวเองอย่างเต็มกำลัง จิ๊กซอว์เหล่านี้ก็จะประกอบกันเป็นภาพใหญ่ที่ทำให้สังคมเกิดความสงบสุขและหมุนต่อไปได้อย่างยั่งยืน
The MATTER ชวนไปสัมผัสความตั้งใจของ ‘วิริยะประกันภัย’ ผู้ที่ยืนหยัดทำหน้าที่ของตัวเองตลอด 79 ปีที่ผ่านมา ในการเป็น ‘แนวหลัง’ ที่คอยสนับสนุนและรับมือกับทุกความเสี่ยง เพื่อมอบความอุ่นใจให้ทุกคนกล้าที่จะก้าวออกไปทำหน้าที่ของตัวเองในทุกๆ วัน ด้วยความเชื่อมั่นว่า เมื่อเบื้องหลังมีความมั่นคง เบื้องหน้าก็จะสามารถขับเคลื่อนโลกใบนี้ให้ไปต่อได้

จิ๊กซอว์ตัวเล็กๆ ที่เรียกว่า ‘ความรับผิดชอบ’
ลองจินตนาการถึงเมืองที่ไม่มีใครลุกขึ้นมาทำหน้าที่ของตัวเองดูสิ ถนนหนทางคงเต็มไปด้วยความไร้ระเบียบ การขนส่งคงหยุดชะงัก และเมื่อยามเจ็บป่วยก็คงไม่มีใครคอยดูแล
ในความเป็นจริง สังคมที่สงบสุขและขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างราบรื่นในทุกๆ วัน ล้วนถูกค้ำจุนไว้ด้วย ‘จิ๊กซอว์ตัวเล็กๆ’ ที่ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างแข็งขัน จิ๊กซอว์เหล่านั้นคือภาพของพนักงานกวาดถนนที่ตื่นก่อนใครเพื่อให้เมืองสะอาดตา คือไรเดอร์ที่ฝ่าแดดฝนไปส่งอาหารให้ตรงเวลา หรือบุคลากรทางการแพทย์ที่อดหลับอดนอนเพื่อเฝ้าระวังชีวิตของคนไข้ ทุกอาชีพ ทุกบทบาท ไม่ว่าจะอยู่ในมุมไหนของสังคม ต่างมีความสำคัญและเป็นฟันเฟืองที่ขาดไม่ได้ การกระทำเหล่านี้ไม่ใช่แค่การทำงานตามรูทีน แต่คือ ‘ความรับผิดชอบ’ ที่ยิ่งใหญ่
วิริยะประกันภัยมองเห็นและตระหนักถึงคุณค่าในทุกๆ ความทุ่มเท จึงขอเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนที่ยืนเคียงข้าง และส่งต่อกำลังใจให้คนธรรมดาทุกคนที่ตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป เพราะเชื่อว่าจิ๊กซอว์ทุกชิ้นที่คุณกำลังต่อเติมลงไป คือรากฐานที่มั่นคงที่สุดของสังคมนี้

พลังของการ ‘ส่งต่อ’ กำลังใจ เมื่อเสียงขอบคุณ คือเชื้อเพลิงให้คนทำหน้าที่ไปต่อได้
บ่อยครั้งที่ความเหนื่อยล้าจากการแบกรับหน้าที่ซ้ำๆ ในทุกวัน อาจทำให้พลังใจของใครหลายคนถดถอยลง ในช่วงเวลาเหล่านั้น สิ่งที่ช่วยชุบชูจิตใจให้พร้อมลุกขึ้นมาสู้ต่อได้ อาจไม่ใช่รางวัลที่ยิ่งใหญ่ หรือผลตอบแทนที่มากมาย แต่เป็นเพียง ‘เสียงขอบคุณ’ และการมีใครสักคนมองเห็นถึงความตั้งใจนั้น
ด้วยความเข้าใจในจุดนี้ ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา วิริยะประกันภัยจึงอยากขอเป็นส่วนหนึ่งในการเติมไฟให้คนทำงาน ผ่านแคมเปญ ‘วิริยะประกันภัยเป็นกำลังใจให้คุณทำหน้าที่’ ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นป้ายบิลบอร์ดข้อความให้กำลังใจตามจุดต่างๆ เพื่อส่งรอยยิ้มให้กับคนที่กำลังเหน็ดเหนื่อยอยู่บนท้องถนน ไปจนถึงการลงพื้นที่ทำกิจกรรม เพื่อส่งมอบคำขอบคุณให้กับคนทำหน้าที่ในหลากหลายอาชีพอย่างใกล้ชิด
สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า วิริยะประกันภัย ไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงแค่บริษัทประกันวินาศภัยที่รอรับมือกับปัญหาอยู่ที่ปลายทางเท่านั้น แต่พร้อมที่จะเป็น ‘กองหนุน’ ที่คอยซัพพอร์ต ดูแล และเติมเชื้อเพลิงใจให้กับทุกคนที่ตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองอย่างถูกต้อง เพราะทุกความมุ่งมั่นของทุกคน สมควรได้รับการมองเห็นและชื่นชมเสมอ

ในวันที่โลกหยุดชะงัก แต่ ‘หน้าที่’ ต้องไปต่อ
เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันหรือวิกฤตการณ์ที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง สัญชาตญาณแรกของเราคือการชะงักงันและมองหาที่ปลอดภัย แต่ในทางกลับกัน ช่วงเวลาที่มืดมิดและยากลำบากที่สุดเหล่านั้น คือช่วงเวลาที่คำว่า ‘หน้าที่’ จะถูกทดสอบและต้องทำงานให้หนักที่สุด
หากลองมองย้อนกลับไปในหลายเหตุการณ์สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ วิกฤตการณ์โควิด-19 ที่พลิกผันชีวิตผู้คน หรือแม้แต่อุบัติเหตุรุนแรงระดับประเทศ ในขณะที่ทุกอย่างดูเหมือนจะหยุดนิ่ง วิริยะประกันภัยกลับเลือกที่จะเดินหน้าเข้าหาพื้นที่เกิดเหตุโดยไม่รีรอ เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือและจัดการปัญหาอย่างทันท่วงที
เพราะวิริยะประกันภัยตระหนักดีว่า ในนาทีที่เปราะบาง สิ่งที่ผู้คนต้องการมากที่สุดคือ ‘ความเชื่อมั่น’ ว่าพวกเขาจะไม่ถูกทอดทิ้งไว้ข้างหลัง จึงยึดมั่นในการทำงานด้วยความจริงใจ ไม่เคยนิ่งเฉย ไม่เคยบิดพลิ้ว หรือยืดเวลาในการดูแลและจ่ายสินไหมทดแทน บทพิสูจน์เหล่านี้ยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า ไม่ว่าสถานการณ์จะหนักหนาแค่ไหน การทำหน้าที่ดูแลผู้เอาประกันภัยอย่างเต็มกำลัง คือคำสัญญาที่ไม่มีวันละทิ้งกลางทางอย่างแน่นอน

เพราะหน้าที่การ ‘รับประกัน’ คือการ ‘รับผิดชอบ’
คำว่า ‘ประกันภัย’ หากมองผิวเผินอาจดูเหมือนเป็นเพียงเอกสารหรือสัญญาทางธุรกิจในการถ่ายโอนความเสี่ยงทั่วไป แต่แท้จริงแล้ว แก่นแท้ของมันคือคำสัญญาแห่ง ‘ความรับผิดชอบ’ ที่มีต่อความอุ่นใจ ทรัพย์สิน และชีวิตของผู้คน
ตลอด 79 ปีที่ผ่านมา การที่วิริยะประกันภัยก้าวขึ้นมาและยืนหยัดในฐานะบริษัทประกันภัยอันดับ 1 ได้อย่างมั่นคงนั้น ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ แต่มาจากหัวใจหลักในการให้บริการที่ยึดมั่นเสมอว่า เมื่อลูกค้ามอบความไว้วางใจให้เราเข้ามา ‘รับประกัน’ ความเสี่ยง หน้าที่คือต้องลงมือ ‘รับผิดชอบ’ ดูแลเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันอย่างเต็มที่ ถูกต้อง และรวดเร็วที่สุด เฉกเช่น นโยบายความเป็นธรรมที่ยึดถือมาโดยตลอดการดำเนินธุรกิจ
สำหรับวิริยะฯ การจัดการเคลมและการจ่ายสินไหมทดแทนอย่างเป็นธรรม จึงไม่ใช่แค่เรื่องของผลกำไรหรือกลไกทางธุรกิจ แต่มันคือ ‘หน้าที่’ ขั้นพื้นฐานที่บริษัทประกันวินาศภัยพึงมี เพราะความรับผิดชอบที่ตรงไปตรงมาและลงมือทำอย่างจริงใจ คือสิ่งสำคัญที่จะช่วยกอบกู้สถานการณ์ที่เลวร้าย ให้ผู้คนสามารถกลับมาตั้งหลักและก้าวเดินต่อไปได้อีกครั้ง และนี่คือมาตรฐานการทำหน้าที่ที่วิริยะประกันภัยปฏิบัติมาตลอดเกือบ 8 ทศวรรษที่ผ่านมา

สังคมน่าอยู่ขึ้น เพราะเราต่างทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง
หากมองสังคมให้เป็นเสมือนระบบนิเวศขนาดใหญ่ ความสมดุลและสวยงามของระบบนี้ ย่อมเกิดขึ้นจากการที่ทุกสิ่งต่างทำหน้าที่ของตัวเองอย่างประสานสอดคล้อง เช่นเดียวกับโลกที่เราใช้ชีวิตอยู่ หากทุกคนตั้งแต่หน่วยเล็กๆ อย่างปัจเจกบุคคล คนทำงานในทุกสายอาชีพ ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ ต่างลงมือทำหน้าที่ของตัวเองอย่างถูกต้องและเต็มกำลัง สังคมที่น่าอยู่และยั่งยืนก็คงไม่ใช่เพียงแค่ภาพฝัน
นี่จึงเป็นเหตุผลและแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้ วิริยะประกันภัย ลุกขึ้นมาสร้างสรรค์แคมเปญนี้ โดยไม่ได้ต้องการเพียงแค่ออกมาสื่อสารว่าองค์กรกำลังทำอะไร แต่ตั้งใจเป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์และชวนทุกคนมาสะท้อนมุมมอง เพื่อให้สังคมได้เห็นถึง ‘คุณค่า’ ของการทำหน้าที่ที่ถูกต้อง ไม่ว่าบทบาทของคุณในปัจจุบันจะเป็นอะไร หรืออยู่ในจุดไหนก็ตาม
เพราะวิริยะฯ เชื่อมั่นเสมอว่า การทำหน้าที่อย่างซื่อตรงคือรากฐานที่แข็งแกร่งที่สุด เมื่อเราทุกคนต่างเป็นฟันเฟืองที่หมุนสอดรับกันอย่างมั่นคง และต่างทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด สังคมโดยรวมก็จะเกิดความสงบสุข สามารถก้าวข้ามทุกอุปสรรคความท้าทาย และพัฒนาเดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืนพร้อมๆ กัน

79 ปี วิริยะประกันภัย ยึดมั่นในการทำหน้าที่ เพื่อให้ทุกคนไปต่อได้ไกลกว่าเดิม
เคยลองจินตนาการไหมว่า “ถ้าวันหนึ่งการไม่ทำหน้าที่ ถูกมองเป็นเรื่องปกติ สังคมของเราจะกลายเป็นอย่างไร”
คำถามชวนคิดนี้ คือจุดเริ่มต้นของหนังโฆษณาชุดใหม่จากวิริยะประกันภัย ที่ปล่อยออกมาในเดือนพฤษภาคมนี้ โดยหยิบเอาประเด็นเรื่อง ‘การละเลยหน้าที่’ ในหลากหลายอาชีพมาเล่าผ่านมุมมองตลกร้ายแบบเหนือจริง หนังโฆษณาเรื่องนี้ต้องการสะท้อน ‘ความรู้สึกร่วม’ ของคนไทย ที่มักจะคุ้นเคยกับการเห็นการละเลยหน้าที่ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นในระบบบริการ โครงสร้างพื้นฐาน หรือปัญหาใหญ่ระดับประเทศ จนบางครั้งสิ่งที่ไม่ควรปกติ กลับค่อยๆ ถูกกลืนให้กลายเป็นเรื่องธรรมดา
แท้จริงแล้ว ภาพใหญ่ของหลายปัญหาในสังคมไทย อาจไม่ได้เกิดจากการขาดคนเก่งหรืองบประมาณ แต่เกิดจากการ ‘ไม่ยึดมั่นในหน้าที่’ ของตัวเอง สำหรับวงการประกันภัยก็เช่นกัน ในยุคที่ตลาดไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องราคาหรือโปรโมชัน แต่แข่งกันด้วย ‘ความเชื่อมั่น’ วิริยะประกันภัยจึงเลือกกลับไปพูดถึงแก่นที่สำคัญที่สุดของธุรกิจ นั่นคือเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด บริษัทประกันต้องไม่หายไป ไม่บ่ายเบี่ยง ไม่ละเลย และต้องยืนหยัดเคียงข้างลูกค้าตามหน้าที่ที่ให้สัญญาไว้
ตลอด 79 ปีที่ผ่านมา ในฐานะผู้นำตลาดประกันวินาศภัย วิริยะประกันภัยมองว่าบทบาทของบริษัทไม่ใช่เพียงมุ่งเน้นสร้างผลกำไรให้ได้มากที่สุด สำหรับวิริยะฯ คำว่าการทำหน้าที่จึงไม่ใช่แค่ข้อความสื่อสารทางการตลาด แต่คือหลักคิดและคำมั่นสัญญาที่ยึดถือมาโดยตลอด
เรื่องที่ฟังดูเรียบง่ายที่สุดอย่าง ‘การทำหน้าที่ของตัวเอง’ คือพลังสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนสังคม และเป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนต้องการมากที่สุด