‘อิซมาอิล ซาบรี ยาคอบ’ นายกรัฐมนตรีมาเลเซียจากพรรคอัมโน (UMNO) พรรคการเมืองยักษ์ใหญ่ในมาเลเซีย ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือน ส.ค. ปี 2564 ที่ผ่านมา ตกเป็นกระแสข่าวล่าสุด หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักโดย ส.ส. และชาวเน็ตมาเลเซีย ถึงความไม่เหมาะสม จากการใส่เสื้อแบรนด์เนมราคามากกว่า 5 หมื่นบาท
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (25 มิ.ย. 2565) ปรากฏภาพนายกฯ ยาคอบ เข้าร่วมงานเทศกาลประจำปีที่ชื่อว่า คาร์นิวัล จอม เฮบอห์ (Karnival Jom Heboh) ที่เมืองปูตราจายา โดยใส่เสื้อสีแดงสด ซึ่งก็ปรากฏว่าเป็นเสื้อตัวเดียวกับเสื้อแบรนด์เนม Burberry ราคา 6,900 ริงกิต หรือเทียบได้ประมาณ 55,000 บาท
ในเรื่องนี้ ฟามี ฟัดซิล ส.ส.จากพรรคยุติธรรมประชาชน (PKR)พรรคร่วมฝ่ายค้าน จึงได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อออนไลน์ Malaysiakini วิจารณ์ว่า “ในเวลาที่ประชาชนกำลังทุกข์ยากกับราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้นทุกวัน นายกฯ ก็ไม่ควรถูกมองว่าตัดขาดจากประชาชน” พร้อมย้ำว่า ควรจะย้ายคนที่มีหน้าที่ดูแลเสื้อผ้านายกฯ
ขณะที่ ลิม ลิป เอ็ง ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้านอีกคน จากพรรคกิจประชาธิปไตย (DAP) ก็ได้ร่วมวิจารณ์ว่า นายกฯ ยาคอบควรจะทำตัวเป็นตัวอย่างให้มากกว่านี้ เนื่องจากที่ผ่านมา รัฐบาลบอกอยู่ตลอดว่าให้ใช้เงินอย่างรอบคอบ ขณะที่นายกฯ และรัฐมนตรีกลับมีพฤติกรรมอวดรวยอย่างเปิดเผย
นอกจากเรื่องเศรษฐกิจ ทั้งฟามีและลิมก็เห็นตรงกันว่า การที่นายกใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมจากต่างประเทศถือว่าไม่เหมาะสม โดยเสนอให้ใช้ผลิตภัณฑ์จากนักออกแบบท้องถิ่นจะดีกว่า
ลิมถามว่า “ไม่แปลกหรือ ที่นายกฯ สั่งให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลใช้แต่ภาษาบาฮาซามาเลเซียในงานต่างประเทศ แต่เขากลับใส่เสื้อผ้าแบรนด์ดังจากต่างประเทศ” ซึ่งเขาชี้ว่าเป็นตัวอย่างของการสั่งอีกอย่าง แต่ประพฤติตัวอีกอย่าง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดกรณีแบบนี้ขึ้นกับนายกฯ มาเลเซีย เมื่อช่วงปลายเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ก็ปรากฏว่า นายกฯ ยาคอบ ใส่เสื้อ Burberry ราคา 4 หมื่นบาท เข้าพบ ลี เซียนลุง นายกฯ สิงคโปร์ ซึ่งในครั้งนั้น ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากชาวเน็ตอย่างหนักอยู่เหมือนกัน
ที่ผ่านมา ปัญหาเรื่องค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่มีการถกเถียงในการเมืองมาเลเซีย ข้อมูลจากรัฐบาลเมื่อสัปดาห์ที่แล้วระบุว่า ภาวะราคาอาหารเฟ้อ (food inflation) พุ่งขึ้นที่ 5.2% จากปีที่แล้ว ในเดือน พ.ค. ซึ่งถือว่าสูงสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย. ปี 2554
ราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้นในมาเลเซียช่วงที่ผ่านมาเป็นผลมาจากหลายๆ ปัจจัย เช่น ภาวะขาดแคลนแรงงาน การสะดุดของห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) และสงครามในยูเครน เป็นต้น
อ้างอิงจาก
https://www.malaysiakini.com/news/626110
https://www.malaysiakini.com/news/622602
https://www.channelnewsasia.com/asia/pakatan-harapan-subsidies-government-expenses-2772861