งานวิจัยชี้ว่า วิธีการรายงานข่าวเหตุกราดยิงของสื่อมวลชนสามารถส่งผลให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ (Copycat Behavior) ได้ ดังนั้น การรายงานอย่างรับผิดชอบจึงมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดเหตุซ้ำในอนาคต
อีกเรื่องที่เราควรทราบคือ คนส่วนใหญ่ที่มีปัญหาสุขภาพจิตไม่ได้มีพฤติกรรมรุนแรง และผู้ก่อเหตุกราดยิงส่วนมาก ‘ไม่เคยได้รับการวินิจฉัยว่ามีปัญหาสุขภาพจิต’ จึงไม่ควรรีบด่วนสรุปหรือรายงานว่าสุขภาพจิตเป็นสาเหตุของเหตุกราดยิงโดยไม่มีหลักฐาน
ชวนอ่านข้อเสนอแนะสำหรับการรายงานข่าวเหตุกราดยิงอย่างรับผิดชอบ (Recommendations for Reporting on Mass Shootings) โดยผู้เชี่ยวชาญในองค์กรด้านสาธารณะสุข และองค์กรวิชาชีพด้านการรายงานข่าวของสหรัฐอเมริกา
แล้วสื่อควรรายงานอย่างไร?
1) สื่อไม่ควรกล่าวถึงชื่อหรือเผยแพร่ภาพผู้ก่อเหตุซ้ำโดยไม่จำเป็น เพราะอาจทำให้ผู้ก่อเหตุถูกจดจำหรือกลายเป็นต้นแบบสำหรับคนที่ต้องการเลียนแบบ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ภาพผู้ก่อเหตุคู่กับภาพเหยื่อ และหากต้องใช้ภาพ ควรใช้เท่าที่จำเป็น เช่น ใช้เพื่อค้นหาหรือติดตามตัวผู้เสียหายเพิ่มเติม
2) อย่าเชื่อมโยงเหตุกราดยิงกับโรคทางจิตโดยอัตโนมัติ การมีปัญหาสุขภาพจิตไม่ได้หมายความว่าจะมีพฤติกรรมรุนแรง สื่อจึงควรหลีกเลี่ยงการคาดเดาว่าผู้ก่อเหตุมีอาการทางจิต หากจำเป็น ควรให้ผู้เชี่ยวชาญอธิบายแทน และเน้นข้อมูลการรักษาและป้องกัน
3) ไม่ทำข่าวแบบหวือหวา สื่อไม่ควรใช้ถ้อยคำที่สร้างความตื่นเต้นหรือยกย่องความรุนแรง เช่น การเรียกเหตุการณ์ว่า “เหตุกราดยิงที่ร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่…” เพราะอาจทำให้ผู้ที่ต้องการชื่อเสียงจากการก่อเหตุรุนแรงเกิดแรงจูงใจให้เลียนแบบ การรายงานควรเน้นข้อเท็จจริงและบริบทของเหตุการณ์ โดยไม่ทำให้ผู้ก่อเหตุเป็นวีรบุรุษ
4) แทนที่จะมุ่งนำเสนอเรื่องราวของผู้ก่อเหตุ สื่อควรให้ความสำคัญกับผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ ผู้รอดชีวิต ครอบครัว และชุมชน รวมถึงวิธีที่สังคมสามารถช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบและป้องกันเหตุรุนแรงในอนาคต
5) การรายงานไม่ควรทำให้ชุมชนที่เกิดเหตุ หรือกลุ่มคนที่ตกเป็นเป้าหมาย ถูกเหมารวม ถูกกล่าวโทษ หรือถูกตีตรา ขณะเดียวกัน ต้องระมัดระวังในการสัมภาษณ์ เพราะครอบครัวของผู้เสียชีวิต ผู้รอดชีวิต และแม้แต่ครอบครัวของผู้ก่อเหตุ ต่างได้รับผลกระทบและบาดแผลจากเหตุการณ์
หากผู้ก่อเหตุทิ้งแถลงการณ์ควรทำอย่างไร?
หากผู้ก่อเหตุทิ้งแถลงการณ์ ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ หรือเอกสารใดๆ ไว้ สื่อควรเผยแพร่หรืออ้างอิงเฉพาะเมื่อข้อมูลนั้นมีความจำเป็นต่อการทำความเข้าใจเหตุการณ์จริง ไม่ใช่เพียงเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ชม
นอกจากนี้ หากต้องใช้ภาพผู้ก่อเหตุ ควรใช้เพียงภาพใบหน้า และตัดภาพอาวุธ เครื่องแบบ ที่อาจสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเลียนแบบออก ควรระมัดระวังการใช้ภาพจากที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะภาพผู้เสียชีวิตหรือภาพที่รุนแรง
อย่าด่วนสรุปสาเหตุของเหตุกราดยิง
ความจริงนั้นซับซ้อน เหตุกราดยิงไม่ได้จำเป็นต้องเกิดจากปัจจัยเดียว สื่อจึงควรหลีกเลี่ยงการสรุปว่าปัญหาใดปัญหาหนึ่งเป็นต้นเหตุ หรือเปิดพื้นที่ให้ผู้คนคาดเดาแรงจูงใจโดยไม่มีหลักฐาน สื่อควรรายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุอย่างเป็นกลาง และหากต้องอธิบายเรื่องสุขภาพจิต ควรใช้ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญแทนการคาดเดา
สัญญาณเตือนที่สังคมควรสังเกต
เอกสารยังระบุพฤติกรรมที่อาจเป็นสัญญาณเตือนการก่อเหตุกราดยิง เช่น การสำรวจสถานที่ล่วงหน้า การข่มขู่จะทำร้ายผู้อื่น การชื่นชมผู้ก่อเหตุในอดีต การหมกมุ่นกับการจัดหาอาวุธ หรือการแสดงความคิดอยากก่อเหตุรุนแรง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ สื่อควรนำเสนอเป็นความรู้เพื่อการป้องกัน มากกว่าการสร้างความหวาดกลัวต่อสังคม
การรายงานที่ดีช่วยป้องกันความรุนแรงได้
เอกสารระบุว่า การรายงานข่าวอย่างรับผิดชอบสามารถช่วยให้ประชาชนรู้จักสัญญาณเตือนของผู้ที่อาจก่อเหตุรุนแรง สนับสนุนให้ผู้มีความเสี่ยงเข้าถึงความช่วยเหลือ และลดการตีตราผู้มีปัญหาสุขภาพจิต ขณะที่การนำเสนออย่างไม่เหมาะสมอาจกระตุ้นการเลียนแบบ เพิ่มอคติ และซ้ำเติมผู้รอดชีวิต ครอบครัว และชุมชนที่ได้รับผลกระทบ
ท่ามกลางความหวาดวิตกและความสะเทือนขวัญของสังคม การหยุดชะลอเพื่อให้ข้อเท็จจริงได้ตกกอน อาจมีประโยชน์มากกว่าการเร่งรายงานข้อมูลที่ยังไม่แน่ชัด สื่อที่รับผิดชอบต่อสังคมไม่ได้มีหน้าที่แค่รายงานสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ควรชักชวนสังคมมองไปถึงทางออกของปัญหา
อ้างอิงจาก
#กราดยิง #การรายงานข่าว #สื่อมวลชน #พฤติกรรมเลียนแบบ #TheMATTER