สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ (House of Representatives) เพิ่งลงมติเห็นชอบร่างกฎหมายที่ชื่อ ‘Puerto Rico Status Act’ ด้วยคะแนนเสียง 233 ต่อ 191 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (15 ธันวาคม) ซึ่งจะปูทางไปสู่การลงประชามติที่จะมีผลผูกพัน ว่าดินแดนของสหรัฐฯ อย่าง ‘เปอร์โตริโก’ ควรจะมีสถานะอย่างไรต่อไป
โดยกฎหมายนี้ จะเปิดช่องให้มีการทำประชามติในเปอร์โตริโก เพื่อให้โหวตเลือกสถานะของดินแดนดังกล่าวใน 3 ตัวเลือก คือ
- เป็นรัฐเอกราชเต็มรูปแบบ
- เป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ ในฐานะรัฐที่ 51
- หรือเป็นรัฐเอกราชที่มีความเชื่อมโยงกับสหรัฐฯ คล้ายๆ กับไมโครนีเซียและหมู่เกาะมาร์แชลล์
ร่างกฎหมายดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากทำเนียบขาว แต่จริงๆ แล้วโอกาสที่จะได้ผ่านเป็นกฎหมายก็ยาก เนื่องจากขั้นตอนต่อไปต้องเข้าสู่การโหวตของวุฒิสภา ซึ่งฝ่ายรีพับลิกันส่วนใหญ่ต่อต้าน ในขณะที่สภาฯ สมัยปัจจุบัน ก็เหลือเวลาไม่มาก ก่อนที่พรรครีพับลิกันจะเข้ามาครองเสียงข้างมากในต้นปีหน้านี้
แต่ถึงอย่างนั้น หนังสือพิมพ์อย่าง The New York Times ก็ชี้ว่า การโหวตเห็นชอบของสภาล่างสหรัฐฯ ถือเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ที่สำคัญ ซึ่งตอกย้ำสถานะของเปอร์ริโกว่าเป็นดินแดนอาณานิคม ที่ผู้แทนหลายคนไม่อยากให้มีอยู่ต่อไปแล้ว
ทางด้าน แนนซี เพโลซี (Nancy Pelosi) ประธานสภาฯ สหรัฐฯ แถลงว่า การโหวตดังกล่าวถือเป็น ‘ครั้งประวัติศาสตร์’ และเป็น “ก้าวสำคัญไปสู่การยืนยันว่า อนาคตของเปอร์โตริโกจะเป็นสิ่งที่เปอร์โตริโกเลือกเอง” และในการโหวตครั้งนี้ พรรคเดโมแครตก็ “ภูมิใจที่จะทำลายร่องรอยของลัทธิล่าอาณานิคมที่หลงเหลืออยู่”
สำหรับเปอร์โตริโกในขณะนี้ เป็นดินแดนของสหรัฐฯ แต่ไม่ใช่มลรัฐ มีประชากรประมาณ 3.3 ล้านคน มีอัตราความยากจนค่อนข้างสูง ที่ผ่านมา เคยมีการทำประชามติเรื่องสถานะของเปอร์โตริโกมาแล้ว 6 ครั้งนับตั้งแต่ช่วง 1960 แต่ทั้งหมดนี้ไม่ได้มีผลผูกพัน ในขณะที่นักเคลื่อนไหวก็พยายามเรียกร้องให้เปอร์โตริโกมีอิสระมากขึ้นกว่านี้มาโดยตลอด
อ้างอิงจาก