วันนี้ (29 พฤษภาคม 2569) ที่รัฐสภา ในการประชุมรัฐสภาได้มีการพิจารณาเรื่องด่วน คือ ขออนุญาตสภาฯ เพื่อเรียกตัว ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม รับทราบข้อกล่าวหาและสอบปากคำในระหว่างสมัยประชุม ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 125 หลังจากที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีหนังสือขอให้สภาฯ อนุญาตให้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษออกหมายเรียก ตามข้อสั่งการของอัยการสูงสุด เพื่อสอบสวนในคดีเว็บพนันออนไลน์
รัฐธรรมนูญ มาตรา 125 ระบุว่า ในระหว่างสมัยประชุม ห้ามมิให้จับ คุมขัง หรือหมายเรียกตัว สส. หรือ สว. ไปทำการสอบสวนในฐานะที่สมาชิกผู้นั้นเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา เว้นแต่จะได้รับอนุญาต เพื่อคุ้มกันไม่ให้ฝ่ายบริหารหรือหน่วยงานรัฐนำคดีอาญามาเป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้ง สส. หรือ สว
โดยมี สส. ที่ขออภิปรายความเห็นก่อนการลงมติ ซึ่งมีความเห็นที่แตกต่างกัน 2 ฝ่าย ดังนี้
ฝ่ายที่สนับสนุนให้ส่งตัวให้ดีเอสไอดำเนินการตามกฎหมาย คือ พรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์
ณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า หาก สส.ชนนพัฒฐ์ สละเจตนาคุ้มกัน จะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาและเป็นบรรทัดฐานใหม่ของสภาในระบอบประชาธิปไตย หากในอนาคตมี สส.ของพรรคประชาชนคนใดถูกดำเนินการในลักษณะข้อเท็จจริงเดียวกัน พรรคประชาชนจะอนุญาตให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเช่นเดียวกัน
สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า เมื่อพิจารณาคดีของ สส. ซึ่งเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ไม่มีพบการกลั่นแกล้งใดๆ จากฝ่ายบริหาร และเป็นกระบวนการยุติธรรมที่พิจารณาตามขั้นตอนเกี่ยวกับผู้มีอิทธิพลทางการเมืองที่ต้องมีพยานหลักฐานครบถ้วน
จึงมองว่าเป็นคดีที่ค่อนข้างมีความร้ายแรงและสัมพันธ์กับเกียรติภูมิของสภา หากไม่อนุญาตจะกระทบต่อภาพลักษณ์ของ สส. และภาพพจน์ของสภาในสายตาของต่างชาติด้วย
ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ได้แก่ พรรคภูมิใจไทย พรรรคประชาชาติ และพรรคเศรษฐกิจ
นันทนา สงฆ์ประชา สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายว่า บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 125 ไม่ใช่การคุ้มกันให้ สส. อยู่เหนือกฎหมาย และไม่ใช่ยกเว้นกระบวนการยุติธรรมให้กับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นหลักประกันทางรัฐธรรมนูญเพื่อคุ้มครองการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติและรักษาความสมดุลของอำนาจ
เมื่อพิจารณาการเปิดสมัยประชุม พบว่า จะปิดสมัยประชุมในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเหลืออีกเพียงไม่กี่ครั้ง หากมีการเรียกตัว สส. ไปดำเนินการตามกระบวนการสอบสวนระหว่างสมัยประชุม ย่อมส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ สส. ในฐานะผู้แทนของประชาชน และต่อการทำงานของรัฐสภาโดยรวม
ซูการ์โน มะทา สส.ยะลา พรรคประชาชาติ อภิปรายว่า ต้องรักษาหลักการและมาตรฐานที่สภาฯ ถือปฏิบัติ คือ ไม่อนุญาตให้ สส. ไปรับทราบข้อกล่าวหาของดีเอสไอในสมัยประชุม
คริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ อภิปรายว่า ขอปกป้องหลักการคุ้มครอง สส. ในสมัยประชุม เพื่อไม่ให้เกิดกรณีดังกล่าวเกิดขึ้น โดยยกประเด็นที่ รังสิมันต์ โรม หรือ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ ตรวจสอบรัฐบาลแล้วถูกกลั่นแกล้งหรือดำเนินคดีอาจถูกโหวตให้ไปดำเนินคดีได้
อย่างไรก็ตาม ซูการ์โนได้เรียกร้องให้ชนนพัฒฐ์ชี้แจงและพูดว่าจะใช้เอกสิทธิ์คุ้มครองหรือไม่ด้วย ด้านคริสขอให้ชนนพัฒฐ์มีสปิริตในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยไม่ต้องให้สภาปกป้อง
ด้าน ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรรกล้าธรรม ขอยืนยันกับเพื่อนสมาชิกที่ขึ้นคัดค้านว่า เขาพร้อมและยินดีเข้าสู่กระบวนการ หากปิดสมัยประชุม ส่วนหลักการของการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ยังต้องยึดตามหลักการนี้
หลังสิ้นสุดการอภิปรายได้มีการลงมติ โดยมติของสภา 308 ต่อ 126 เสียง ที่ไม่เห็นด้วยในการส่งตัวชนนพัฒฐ์ไปดำเนินคดีในสมัยประชุม มีผู้งดออกเสียง 2 เสียง