เวลาใครชนะกีฬา การแสดงท่าทีปรีดาออกมาคงเป็นเรื่องชินตากันไม่มากก็น้อย เช่นเดียวกับ จิมมี่—พิฆเนศ สุขหยิก นักกีฬาคิกบ๊อกซิ่งที่เมื่อเอาชนะทีมชาติเวียดนามในรอบคัดเลือก และแสดงความดีใจด้วยการยิ้มแย้ม สวมกอดคู่แข่ง ก่อนฟูลเทิร์นแบบนางงาม และเดินลงจากเวที
ชัยชนะวันนั้นทำให้เขาผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ เท่าที่สังเกตจากวิดีโอ ระหว่างที่จิมมี่แสดงท่าทีมีความสุข คนรอบตัวของเขาก็ยิ้มแย้ม ปรบมือ เข้ามาสวมกอด และโห่ร้องยินดีกับความสำเร็จของเขา ซึ่งนักกีฬาเองก็ย่อตัวแสดงความขอบคุณเป็นระยะๆ
จิมมี่ ให้สัมภาษณ์กับ Thai PBS ว่า เขาดีใจที่ชนะ ก็เลยอยากฟูลเทิร์น “ผมชอบดูนางงาม ชนะแล้วดีใจผมเลยอยากทำแบบนางงามที่ชนะแล้วสโลว์โมเทิน”
“ไทยเปิดกว้างเรื่องเสรีของ LGBTQ ผมอยากจะเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นตัวแทนประเทศไทย ในฐานะนักคิกบ็อกซิ่งที่เป็น LGBTQ แต่ก็เป็นนักกีฬาต่อสู้”
แต่ดูเหมือนว่าการเป็นตัวเองของเขาอาจเป็นประเด็น เพราะหลังชนะ สหพันธ์กีฬาคิกบ็อกซิ่งแห่งเอเชีย แจ้งเตือนว่า อย่าแสดงอาการหรือท่าทางแบบนั้นบนเวทีอีก เพราะดู ‘ไม่ให้ความเคารพคู่แข่ง’ และทางสหพันธ์ฯ ถึงกับประชุมกันเลยว่า ควรจะตัดสิทธิ์จิมมี่ออกจากการแข่งขันรอบรองชนะเลิศหรือไม่
จิมมี่ระบุว่า “หนูไม่ได้คิดอะไรจริงๆ หนูแค่เป็นตัวของหนู และหนูยังเข้าไปทำความเคาพและกอดนักกีฬาคู่แข่งอยู่แล้ว”
อย่างไรก็ดี ทางสมาคมกีฬาคิกบ็อกซิ่งแห่งประเทศไทย ได้แจ้งสหพันธ์ฯ ระดับเอเชียไปว่า จิมมี่ไม่ได้มีเจตนาไม่ให้เกียรติ พร้อมต่อรองว่า ถ้าไม่ให้จิมมี่แข่ง นักกีฬาไทยจะไม่ลงแข่งทั้งหมด
ทางสหพันธ์ฯ ระดับเอเชียจึงให้แข่งขันต่อ แต่มีเงื่อนไขว่า จิมมี่ต้องเซ็นเอกสารยืนยันว่าจะไม่โชว์การเป็นตัวเองบนเวทีอีก (หรือที่เอกสารระบุว่า ‘ท่าทียินดีที่ไม่เหมาะสม’) ถ้าไม่เซ็น ก็ไม่ให้แข่ง หรือถ้าแข่งขันแล้วยังแสดงกิริยาเช่นนี้ ต่อให้ชนะ ก็จะโดนปรับแพ้
และวันนี้ (18 พฤษภาคม) สมาคมฯ ของฝั่งไทย ออกมาประกาศยืนยันว่าจิมมี่โดนขู่บังคับให้เซ็นสัญญาจริง และทางสมาคมฯ ก็ได้ต่อรองและปกป้องนักกีฬา เพราะสนับสนุนและเคารพในจุดยืนของนักกีฬาเสมอ
ท้ายที่สุด จิมมี่ก็ได้เข้าแข่งขัน และได้รางวัลเหรียญทองแดงในการแข่งขันคิกบ็อกซิ่งที่ซีเกมส์ 2023 ท่ามกลางการตั้งคำถามจากคนมากมายถึงการเลือกปฏิบัติทางเพศ
อ้างอิงจาก
https://www.facebook.com/watch/?v=654784003129735
https://vt.tiktok.com/ZSLJ3Kfmg/