กรุงเทพมหานครคือมหานครแห่งอนาคตที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย
ในแง่ของการพัฒนาเศรษฐกิจ ประเทศไทยถือเป็นศูนย์กลางของผู้ประกอบการและนวัตกรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีศักยภาพของระบบนิเวศธุรกิจที่กำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ผู้คนในสังคมก็ตื่นตัวเรื่องนวัตกรรม พร้อมเปิดรับแนวคิดโมเดลธุรกิจใหม่ๆ และยังมีคอมมูนิตี้ที่พร้อมสนับสนุนความเท่าเทียม รวมถึงเสน่ห์ทางวัฒนธรรมที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาเยือน เหล่านี้คือสาเหตุที่ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับเป็นหมุดหมายการจัดอีเวนต์ระดับโลก
เช่นเดียวกับโครงการ Cartier Women’s Initiative (CWI) 2026 ที่เลือกกรุงเทพมหานครเป็นเจ้าภาพจัดงานประกาศรางวัลระดับโลกของผู้ประกอบการหญิง ภายใต้ธีม ‘Women Lighting the Path’ ในวันที่ 10 มิถุนายน 2026 นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญที่ทำให้กรุงเทพฯ ได้เปล่งประกายในสายตาผู้คนทั่วโลก
เพื่อร่วมเฉลิมฉลองขวบปีที่ 20 ของ Cartier Women’s Initiative และการเป็นเจ้าภาพเวทีระดับโลกของกรุงเทพฯ The MATTER พาไปทำความรู้จัก 5 นวัตกรรมจากผู้ประกอบการหญิงเอเชีย Cartier Women’s Initiative Fellowships ที่พิสูจน์แล้วว่า Impact Business สามารถเติบโตและทำกำไรได้จริงไปด้วยกัน

Saathi ผ้าอนามัยรักษ์สิ่งแวดล้อม จากวัตถุดิบธรรมชาติ 100%
Kristin Kagetsu ผู้ได้เป็น fellow ของโครงการ Cartier Women’s Initiative ประจำปี 2018 และได้รับรางวัล Impact Awards ในปี 2025
รู้หรือไม่ว่าตลอดชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่ง โดยเฉลี่ยจะมีประจำเดือนต่อเนื่องกันราว 35-40 ปี และสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากคือผ้าอนามัยใช้แล้วที่จะกลายเป็นขยะจำนวนมหาศาล
โดยเฉพาะในประเทศอินเดียที่เผชิญปัญหาการกำจัดขยะมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ขยะจากผ้าอนามัยชิ้นเล็กๆ ที่อาจถูกมองข้าม เฉลี่ยแล้วใช้พลาสติก 3.4 กรัมในการผลิต ซึ่งจะกลายมาเป็นขยะมากถึง 150,000 ตันต่อปี
ปัญหาเรื่องการจำกัดขยะคือสิ่งที่ Kristin Kagetsu ให้ความความสำคัญ และนั่นคือที่มาของแบรนด์ Saathi แบรนด์ผ้าอนามัยรักษ์โลก ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ 100%
โดยแบรนด์เลือกใช้เส้นใยจากกล้วยมาแปรรูปเป็นผ้าอนามัย ซึ่งสามารถย่อยสยายได้เองตามธรรมชาติภายใน 6 เดือน ในแง่ของการผลิต การปลูกกล้วยก็ใช้ทรัพยากรณ์น้ำ ปุ๋ย และพื้นที่น้อยกว่าการปลูกฝ้ายซึ่งเป็นวัสดุหลักของผ้าอนามัยย่อยสลายได้แบรนด์อื่นๆ ในตลาด
จากการคำนวนของ Saathi ถ้าเปลี่ยนมาใช้ผ้าอนามัยแบบย่อยสยายได้ ผู้หญิงคนหนึ่งจะสามารถช่วยลดปริมาณขยะผ้าอนามัยได้มากถึง 60 กิโลกรัมตลอดช่วงชีวิต เรียกได้ว่าส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นสายการผลิต จรดปลายน้ำอย่างการใช้งานและการกำจัดทิ้งเลยทีเดียว

GemGem Therapeutics เกมมือถือเพื่อฟื้นฟูเด็กพิการผ่านการเล่น
Jeklin Kim fellow ของโครงการ Cartier Women’s Initiative ประจำปี 2026
เคยได้ยินไหมว่าสิ่งที่ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งแข็งแกร่งขึ้นมาได้คือการเป็น ‘แม่’ และสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับแม่ก็คือลูก
สำหรับ Jeklin Kim เธอคือคุณแม่สุดแกร่งที่มีลูกมีสภาวะพิการทางสมอง เด็กที่มีสถาวะนี้จะมีความบกพร่องทางพัฒนาการ มีปัญหากับการเคลื่อนไหวร่างกาย ทำให้ต้องเข้ารับการบำบัดรักษาซึ่งเป็นกระบวนการที่ยาวนาน ทรมานจิตใจทั้งตัวเด็กเองและคนเป็นแม่อย่างมาก
GemGem Therapeutics เกิดขึ้นจากความคิดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังของคุณแม่คนนึงที่ ‘อยากเห็นลูกมีความสุข’ ไม่ต้องทรมานกับการรักษาแบบเดิมๆ จนต่อยอดมาเป็นเกมมือถือที่ช่วยให้กิจกรรมบำบัดที่น่าเบื่อกลายเป็นเกมแสนสนุกได้
GemGem400 เป็นเกมฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI โดยปกติเด็กๆ ที่ป่วยด้วยภาวะพิการทางสมองต้องทำท่าบริหารมือราว 400 ท่า เพื่อกระตุ้นพัฒนาการของสมอง แต่เกมนี้จะช่วยเปลี่ยนท่ากายบริหารที่น่าเบื่อเหล่านั้นเป็นเกมการผจญภัย โดยใช้กล้องสมาร์ทโฟนช่วยจับการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ และใช้ AI ช่วยปรับท่าทางการบริหารมือแบบเรียลไทม์ให้เข้ากับระดับการฟื้นฟูของเด็กแต่ละคนมากที่สุด
เกมนี้ไม่เพียงทำให้ช่วงเวลาบำบัดที่แสนยาวนานกลายเป็นช่วงเวลาที่เด็กๆ สามารถสนุกสนานได้เท่านั้น แต่ยังเป็นนวัตกรรมที่จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายที่ครอบครัวผู้ป่วยต้องแบกรับจากการเดินทางไปเข้าคอร์สรักษาระยะยาว เพราะสามารถฟื้นฟูสมรรถภาพที่บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

Pinky Promise คลินิกสูตินรีเวช AI ในราคา 1 ดอลลาร์
Divya Kamerkar fellow ของโครงการ Cartier Women’s Initiative ประจำปี 2026
มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม ภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ สิ่งเหล่านี้คือความเสี่ยงที่ผู้หญิงอินเดียหลายล้านคนต้องเผชิญ เพราะปัญหาการขาดแคลนบุคลากรสูตินรีแพทย์ และการเข้าถึงการรักษาได้ยากลำบาก
Pinky Promise คือแอปพลิเคชันที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยผู้หญิงที่เข้าใจผู้หญิงอย่าง Divya Kamerkar เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสุขภาวะของผู้หญิงอินเดีย ด้วยเทคโนโลยี AI จนกลายมาเป็นคลินิกดิจิทัลที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ในราคาที่เป็นมิตร
ปัจจุบันผู้หญิงอินเดียสามารถเข้าถึงสมาร์ทโฟนได้มากขึ้น หลายคนค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพทางออนไลน์อยู่แล้ว Pinky Promise จึงเข้ามาเป็นตัวกลางในการทำให้ผู้หญิงสามารถติดต่อกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเริ่มจากใช้ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการถามคำถามทางการแพทย์ต่างๆ ก่อนจะสรุป วิเคราะห์ วินิจฉัยอาการ และจ่ายใบสั่งยาให้ ซึ่งในขั้นตอนสุดท้ายจะได้รับการตรวจสอบอนุมัติจากสูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตอีกครั้งหนึ่ง และทั้งหมดนี้คิดค่าบริการเพียง 1 ดอลลาร์เท่านั้น
กระบวนการสั้นๆ ใช้เวลาไม่กี่นาทีนี้ทำให้สูตินรีแพทย์คนเดียวสามารถช่วยดูแลผู้ป่วยได้มากถึง 10,000 ราย ช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญคือความรวดเร็วในการให้บริการและราคาที่จับต้องได้ยังช่วยลดความเหลื่อมล้ำต่อการเข้าถึงการรักษาของผู้หญิงอินเดียได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

NomadHer แอปพลิเคชันที่ช่วยให้ผู้หญิงเดินทางคนเดียวได้อย่างมั่นใจ
Hyojeong Kim fellow ของโครงการ Cartier Women’s Initiative ประจำปี 2026
เมื่อพูดถึงการท่องเที่ยวในยุคนี้ ทริปท่องเที่ยวคนเดียวน่าจะตอบโจทย์ของใครหลายๆ คน ทั้งมีอิสระในการเลือกสถานที่ที่อยากไป เลือกอาหารที่อยากกิน ไม่ต้องรอเพื่อนๆ ว่างตรงกันถึงจะแพลนทริปได้ แต่สำหรับผู้หญิง… การเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวอาจไม่ได้ให้ความรู้สึกปลอดภัย
เช่นเดียวกับ Hyojeong Kim ที่เคยเผชิญประสบการณ์แย่ๆ จากการเดินทางท่องเที่ยวคนเดียว เธอเลยก่อตั้ง NomadHer ขึ้นเพื่อให้ผู้หญิงที่เดินทางคนเดียวไม่ต้องรู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไป
NomadHer เป็นแอปพลิเคชันที่ช่วยสร้างคอมมูนิตี้เพื่อนร่วมเดินทางสำหรับผู้หญิง โดยมีความปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญ มีวิธีการตรวจสอบตัวตนที่พัฒนาขึ้นเองเพื่อให้สมาชิกมั่นใจได้ว่าจะสามารถจับคู่กับผู้หญิงที่ได้รับการยืนยันตัวตนแล้ว เพื่อให้เหล่านักเดินทางได้เชื่อมต่อกัน แบ่งปันคำแนะนำต่างๆ หาเพื่อนร่วมทางที่ไว้ใจได้ หรือแม้แต่เข้าถึงผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวที่เป็นผู้หญิงด้วยกัน
ปัจจุบันแอปพลิเคชันนี้ได้กลายเป็นชุมชนระดับโลกที่มีสมาชิกมากกว่า 400,000 คนแล้ว สำหรับสมาชิกของ NomadHer แอปฯ นี้ช่วยเปลี่ยนความกลัวให้เป็นความมั่นใจ ทำให้ความฝันในการท่องเที่ยวคนเดียวของผู้หญิงทั่วโลกให้ความรู้สึกปลอดภัยมากกว่าเดิม

BloomGEM สีย้อมผ้าชีวภาพ เพื่ออุตสาหกรรมแฟชันที่เป็นมิตรกับโลก
Ting Ye fellow ของโครงการ Cartier Women’s Initiative ประจำปี 2026
ไม่ว่ายุคสมัยไหนผู้หญิงกับของสวยงามก็เป็นของคู่กัน ท่ามกลางกระแสของเสื้อผ้าแฟชัน จะดีกว่าไหมถ้าเราสามารถเปลี่ยนให้วัสดุที่ใช้กับอุตสาหกรรมแฟชันใจดีกับโลกใบนี้มากขึ้นได้
Ting Ye เป็นผู้หญิงที่คร่ำหวอดอยู่ในอุตสาหกรรมแฟชันมาอย่างยาวนาน แต่จุดเปลี่ยนที่ทำให้เธอเริ่มพัฒนาสีย้อมผ้าทางเลือกใหม่ขึ้น เกิดจากการที่อดีตเพื่อนร่วมงานของเธอมีลูกที่เกิดมาพร้อมกับมะเร็ง เพราะตอนตั้งครรภ์คนเป็นแม่สัมผัสกับสารเคมีที่เป็นพิษจากอุตสาหกรรมสิ่งทอเป็นระยะเวลานาน เธอจึงตระหนักได้ว่าความอันตรายของมลพิษจากการใช้สีย้อมแบบดั้งเดิมไม่ได้กระทบแค่สิ่งแวดล้อมที่ดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่ยังเป็นอันตรายถึงชีวิตของคนในกระบวนการผลิตด้วย BloomGEM จึงถูกก่อตั้งภายใต้แนวคิดที่อยากจะปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมแฟชันแบบเดิมๆ นี้
Ting Ye ทำสีย้อมชีวภาพจากการเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์ที่มีเม็ดสีตามธรรมชาติและการดัดแปลงพันธุกรรมแบคทีเรียเพื่อสร้างโมเลกุลของเม็ดสี สิ่งที่ทำให้สีย้อมชีวภาพของ BloomGEM แตกต่างจากสีย้อมชีวภาพอื่นๆ คือการที่สามารถใช้งานกับเครื่องจักรเดิมที่ใช้สีจากปิโตรเคมีได้ ทำให้สามารถลดต้นทุนการเปลี่ยนเครื่องจักร และช่วยย่นระยะเวลาการทดลองระบบสู่การผลิตจริง จาก 24 เดือนเหลือเพียง 6 เดือน เรียกได้ว่าเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนกว่า แต่เจ้าของธุรกิจไม่จำเป็นต้องเสียเวลาและเงินทุนมหาศาลนั่นเอง
ส่วนในแง่ของการรักษ์สิ่งแวดล้อม กระบวนการย้อมสีชีวภาพสามารถลดการใช้พลังงานลง 20% ลดการใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย 80% และลดมลพิษที่คุกคามระบบนิเวศทางน้ำได้มากถึง 50% เพราะสีย้อมจากจุลินทรีย์ของ BloomGEM สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ โดยไม่ทิ้งสารตกค้างที่เป็นพิษไว้เลย เป็นความสวยงามจากธรรมชาติ ที่รักษ์ธรรมชาติอย่างแท้จริง

ครบรอบ 20 ปี Cartier Women’s Initiative
ทำความรู้จักกับตัวอย่างผู้ประกอบการหญิงเพื่อสังคมจากเอเชียของโครงการฯ
WOMEN LIGHTING THE PATH
จุดประกายกรุงเทพ สู่การเป็นเจ้าภาพงานมอบรางวัล 2026
จะเห็นได้ว่า Impact Business ในแบบของผู้ประกอบการหญิงทั้ง 5 คนที่หยิบยกขึ้นมาเหล่านี้ ล้วนเกิดจากสารตั้งต้นที่อยากแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวเองและคนรอบตัว จึงพัฒนาต่อยอดจนกลายเป็นนวัตกรรมที่แก้ไขปัญหาให้ผู้คน สร้าง Impact ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมได้จริง โดยไม่จำเป็นต้องทิ้งบทบาทของการเป็น Business ที่มั่นคง สามารถสร้างกำไร และมีแนวโน้มเติบโตในอนาคต เรียกได้ว่าทุกคนสร้างธุรกิจที่เปล่งประกายในแบบของตัวเองอย่างเต็มที่
และเมื่อมีธุรกิจที่แข็งแกร่งมากพอ ก็มีโครงการดีๆ ที่พร้อมจะผลักดันธุรกิจเหล่านี้ในก้าวไปสู่เวทีระดับโลกอย่าง Cartier Women’s Initiative (CWI) เวทีประกาศรางวัล และคอมมูนิตี้ผู้ประกอบการหญิงเจ้าของธุรกิจเพื่อสังคม ที่ดำเนินการมาอย่างยาวนานเพื่อผลักดันแนวคิด Impact Business ให้กลายเป็นระบบนิเวศใหม่ของเศรษฐกิจโลก ในทุกๆ ปี Cartier Women’s Initiative จะคัดเลือกผู้ประกอบการหญิงเพื่อเข้าร่วมเป็นสมาชิกโครงการ โดยจะมีพิธีประกาศรางวัลสุดยิ่งใหญ่
ซึ่งความพิเศษสุดๆ ของวาระการครบรอบ 20 ปี ภายใต้ธีม ‘Women Lighting the Path’ ครั้งนี้ คืองานประกาศรางวัลจะถูกจัดขึ้น ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
การที่กรุงเทพฯ ได้เป็นเจ้าภาพการจัดอีเวนต์สุดยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงเพราะความพร้อมของประเทศไทยในแง่สถานที่จัดงานเพียงเท่านั้น ที่มากไปกว่านั้นคือ ‘หัวใจ’ ของกรุงเทพที่ผสมผสานทั้งการเป็นศูนย์กลางนวัตกรรม ความหลากหลายทางวัฒนธรรม พลังของผู้หญิง และความมุ่งมั่นที่จะสร้างความยั่งยืน
ทำให้เมืองหลวงของประเทศเล็กๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้ สอดรับกับวิสัยทัศน์ของงานประกาศรางวัล Cartier Women’s Initiative 2026 ครั้งนี้ได้อย่างสมบูรณ์