เราต่างรู้ดีว่าการออกกำลังกายเป็นประจำนั้นเป็นหนึ่งในกุญแจที่นำไปสู่การมีสุขภาพที่ดี และล่าสุดมีงานวิจัยใหม่ที่บอกว่า การเวทเทรนนิ่ง 90-120 นาทีต่อสัปดาห์ สามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้
จากการศึกษาพบว่า ผู้ที่ฝึกเวทเทรนนิ่งเป็นประจำและทำต่อเนื่องในระยะยาว จะลดโอกาสการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรถึงร้อยละ 13 และลดโอกาสสำหรับโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง อีกร้อยละ 19 ขณะที่ผู้ยกน้ำหนัก บอดี้เวท หรือใช้อุปกรณ์ต่างๆ เช่น ยางยืดออกกำลังกาย ยังลดความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตจากโรคทางระบบประสาทถึงร้อยละ 27
นักวิจัยกล่าวว่า ผลการวิจัยของพวกเขาช่วยสนับสนุนความจำเป็นที่ว่า ผู้คนควรออกกำลังกายแบบแอโรบิก เช่น การปั่นจักรยาน การวิ่ง และการว่ายน้ำ ควบคู่ไปกับการเวทเทรนนิ่ง
เนื่องจากผลการศึกษาพบว่ากลุ่มคนที่มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรต่ำที่สุด คือกลุ่มคนที่ออกกำลังกายแบบแอโรบิกร่วมกับการฝึกกล้ามเนื้อในระดับปานกลาง หรือกลุ่มคนที่ออกกำลังกายแบบแอโรบิกในปริมาณมาก
อย่างไรก็ตาม การเวทเทรนนิ่งมากกว่า 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ไม่ได้นำไปสู่ประโยชน์อื่นๆ ที่มากกว่านี้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการออกกำลังกายในยิมเพียงครั้งละ 45 นาที 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ก็เป็นปริมาณการออกกำลังกายที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสุขภาพที่ดีและอายุยืนยาวแล้ว
ตามแนวทางปฏิบัติของระบบบริการสุขภาพแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (NHS) ในปัจจุบัน ระบุว่า ผู้ใหญ่ควรตั้งเป้าในการออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อหลักทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นขา สะโพก หลัง หน้าท้อง อก ไหล่ และแขน อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วัน
พร้อมกับการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นสูงอย่างน้อย 75 นาทีต่อสัปดาห์
ตัวอย่างการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นปานกลาง ได้แก่ การเดินเร็วมากประมาณ 6.4 กิโลเมตรต่อต่อชั่วโมงขึ้นไป การปั่นจักรยานด้วยความเร็ว 16-19 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือแบดมินตัน
ส่วนการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นสูง ได้แก่ การเดินป่า การวิ่งเหยาะๆ ด้วยความเร็ว 9.7 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป การปั่นจักรยานเร็ว บาสเกตบอล หรือเทนนิส
งานวิจัยนี้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร British Journal of Sports Medicine ซึ่งทำการศึกษาในกลุ่มตัวอย่าง 147,374 คน (ชาย 31,540 คน และหญิง 115,834 คน) และติดตามผลนานถึง 30 ปี โดยรสอบถามผู้เข้าร่วมวิจัยทุก 2 ปีเกี่ยวกับระยะเวลาที่พวกเขาใช้ในการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและการออกกำลังกายแบบแอโรบิก
ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มที่มีกิจกรรมแอโรบิกและฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในระดับสูงมีความเสี่ยงต่ำที่สุด โดยความเสี่ยงลดลงถึงร้อยละ 58
ทอม เบอร์ตัน หัวหน้าฝ่ายนโยบายด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของ Sport England กล่าวว่า “กิจกรรมทางกายที่เน้นความแข็งแรงเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการสนับสนุนการมีสุขภาพดีในวัยสูงอายุ จะช่วยป้องกันหรือชะลอปัญหาสุขภาพ ทำให้เราเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วและพึ่งพาตนเองได้ และลดภาระให้กับระบบบริการสุขภาพและการดูแลที่กำลังขาดแคลน”
อ้างอิงจาก