“24 มิถุนายน 2475 เวลาย่ำรุ่ง ณ ที่นี้ คณะราษฎรได้ก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญเพื่อความเจริญของชาติ” — นี่คือข้อความที่ปรากฏอยู่บนหมุดของคณะราษฎร 2475 ก่อนจะถูกแทนที่ด้วย ‘หมุดหน้าใส’ เมื่อปี 2560 ซึ่งไม่มีข้อความส่วนใด เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์อภิวัฒน์สยามเลย
หมุดคณะราษฎรที่หายไปนี้ สะท้อนให้เห็นอะไรบ้าง? The MATTER จึงต่อสายหา เพนกวิน—พริษฐ์ ชิวารักษ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เพื่อสอบถามความเห็นแล้วก็ได้สรุปมุมมองของเขาเอาไว้ให้ทุกคนแล้ว
“นี่คือความพยายามที่จะทำลายความทรงจำเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง การอภิวัฒน์ 2475 ให้มันหายไป แล้วก็แทนที่ด้วยประวัติศาสตร์อีกชุดหนึ่ง…ซึ่งเป็นเรื่องของสถาบันกษัตริย์ หรือชนชั้นปกครองเพียงอย่างเดียว” พริษฐ์กล่าว
ประวัติศาสตร์ชุดใหม่ที่พริษฐ์กล่าวถึง ก็คือ ‘หมุดหน้าใส’ ที่มีใจความว่า “ขอให้ประเทศสยามจงเจริญยั่งยืนตลอดไป ประชาชนสุขสันต์หน้าใส เพื่อเป็นพลังของแผ่นดิน” และ “ความนับถือรักใคร่ในพระรัตนตรัยก็ดี ในรัฐของตนก็ดีในวงศ์ตระกูลของตนก็ดี มีจิตซื่อตรงในพระราชาของตนก็ดี ย่อมเป็นเครื่องคำให้รัฐของตนเจริญยิ่ง” ตรงกับคาถาภาษิตในพระราชลัญจกรประจำเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์ฯ ในสมัยรัชกาลที่ 5
พริษฐ์ยังมองว่าการที่มีคนพยายามอยากจะลบประวัติศาสตร์ส่วนนี้ออก เป็นการ ‘หยามหน้าประชาชน’ ที่สนับสนุนการกระทำของกลุ่มคณะราษฎร 2475 อีกเช่นกัน
แล้วความพยายามที่อยากจะลบประวัติศาสตร์ถือว่าประสบความสำเร็จหรือไม่? ประเด็นนี้ พริษฐ์มองว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้ กลับทำให้ไปสร้างการตอบโต้ของคนที่มีประวัติศาสตร์ครั้งนี้อยู่ในใจ ช่วยทำให้เรื่องของคณะราษฎรได้รับการพูดถึงอีกครั้ง “ซึ่งเราก็ทราบกันว่าพลังของประวัติศาสตร์ที่ถูกรื้อฟื้นขึ้นมานี้ มันเป็นพลังทางการเมือง เป็นพลังทางสังคมในการขับเคลื่อนการเมืองไปด้วย”
พริษฐ์ยังฝากไปถึงรัฐบาล ‘ฝ่ายประชาธิปไตย’ (ที่กำลังจะขึ้นเป็นรัฐบาล) อีกว่า โปรดอย่างละเลยการทวงคืนประวัติศาสตร์ชุดนี้กลับมา ไม่ว่าจะเป็นหมุดคณะราษฎรที่หายไป ชื่อค่ายทหารต่างๆ ที่ถูกเปลี่ยน หรือแม้กระทั่งสัญลักษณ์ของคณะราษฎรที่หายไปจากสถานที่ต่างๆ เพราะถ้าประวัติศาสตร์ถูกลบเลือนไปนานๆ เป็น 10 20 30 ปี บางทีคนรุ่นใหม่ก็อาจจะไม่เห็นมรดกความทรงจำตรงนี้
หากจะกล่าวถึงเรื่องราวของคณะราษฎรในหน้าประวัติศาสตร์ไทย พริษฐ์เห็นว่า คณะราษฎรคือจุดเริ่มต้นของการสร้าง ‘ประชาชาติ’ เพราะถ้าจะย้อนกลับไปในก่อนหน้านั้น กระบวนการสร้างชาติจะเริ่มขึ้นในสมัย รัชกาลที่ 5 ตอนปลาย แต่ในตอนนั้นก็เป็น ‘ราชาชาติ’ ที่ไม่ได้มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง
“คณะราษฎรคือจุดเริ่มต้น คือหมุดหมายทางประวัติศาสตร์” นี่คือมุมมองของพริษฐ์ที่มีต่อกลุ่มคณะราษฎรและการอภิวัฒน์สยามเมื่อปี 2475
ทั้งพริษฐ์ยังระบุเพิ่มเติมอีกว่า เมื่อก่อนมีการกำหนดให้วันที่ 24 มิถุนายนเป็นวันชาติ แต่ทุกวันนี้เรามีวันศาสนา มีวันพระมหากษัตริย์ โดยที่ไม่มีวันชาติ ซึ่งก็สะท้อนให้เห็นว่า ความหมายของคำว่าชาติในส่วนของประชาชน ไม่ได้รับความสำคัญ ถูกกลบเกลื่อน บิดเบือน ลบเลือนไป
แม้พริษฐ์จะมองว่า การต่อสู้ครั้งนั้น [ของคณะราษฎร 2475] อาจจะยังไม่สำเร็จ แต่นั่นก็คือหมุดหมายทางประวัติศาสตร์ เป็นการเดินทางในด่านแรก ที่ก่อนหน้านั้นก็มีคนเคยสู้มาแล้ว ต่อจากนี้ก็จะยังมีคนที่สู้ต่อ ซึ่งก็จะเป็นเช่นนี้ไปจนชั่วลูกชั่วหลาน เพราะว่าประวัติศาสตร์คือเรื่องราวของการเปลี่ยนแปลง แล้วการเปลี่ยนแปลงมันก็จะมีคนสู้ต่อไปในทุกๆ สมัย
อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของหมุดคณะราษฎรที่หายไป คาดว่าเกิดขึ้นเมื่อช่วง 14 เมษายน 2560 หลังจากที่มีรายงานว่า ที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า หมุดคณะราษฎร ที่เป็นสถานที่ระลึกถึงจุดที่ ‘พระยาพหลพลพยุหเสนา’ หัวหน้าคณะราษฎร ประกาศเปลี่ยนระบบการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตย และอ่าน ‘ประกาศคณะราษฎร’ ฉบับแรก เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475 หายไป ซึ่งแม้ประชาชนจะร้องเรียน ถามหาคำตอบจากหน่วยงานต่างๆ แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีคำชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวออกมาว่าหมุดนั้นหายไปไหน
ไม่เพียงเท่านั้น หลังจากที่หมุดคณะราษฎร 2475 ถูกถอดออกแล้วเปลี่ยนมาเป็นหมุดหน้าใส ก็มีประชาชนแวะเวียนไปดูหมุดตัวใหม่นี้ที่บริเวณพระบรมรูปทรงม้า กระทั้งวันที่ 18 เมษายน 2560 ก็มีตำรวจจำนวน 10 นายเฝ้าสังเกตการณ์ โดยไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพและหากใครถ่ายรูปหมุดดังกล่าวจะถูกสั่งให้ลบทิ้งทันที อีกทั้งตำรวจยังอ้างว่ามีคำสั่งห้ามถ่ายรูปตัวหมุด หรือรูปคู่เห็นหมุดดังกล่าว หากฝ่าฝืนก็จะถูกควบคุมตัว
จากนั้น ก็ยังมีกรณีของเอกชัย หงส์กังวาน ที่ประกาศว่าในวันที่ 24 มิถุนายน 2560 จะไปขุดหมุดหน้าใสออกแล้วเอาหมุดคณะราษฎรจำลองซึ่งตนได้รับมา เอาไปฝังแทน แต่ปรากฏว่าถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวและได้รับการปล่อยตัวในวันเดียวกันนั้น
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2563 กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ก็ได้ทำพิธีการฝังหมุด ‘คณะราษฎร 2563’ ซึ่งมีข้อความระบุว่า “20 กันยายน 2563 เวลาย่ำรุ่ง ณ ที่นี้ ผองราษฎรได้แสดงเจตนารมณ์ ประเทศนี้เป็นของราษฎร ไม่ใช่สมบัติของกษัตริย์ตามที่เขาหลอกลวง” ซึ่งถ้อยคำบนหมุดก็มีที่มาจากประกาศของคณะราษฎรที่พระยาพหลพลพยุหเสนาได้อ่านเมื่อเหตุการณ์อภิวัฒน์สยาม
ก่อนจะมีรายงานว่าในวันที่ 21 กันยายนปีเดียวกันนั้น หมุดดังกล่าวถูกรื้อถอนออกไป โดยที่เจ้าหน้าที่ที่อยู่โดยรอบกล่าวว่า ไม่ทราบว่าหมุดหายไปได้อย่างไร เพราะเพิ่งมาเข้าเวร
อ้างอิงจาก