“มติมหาชน คือทางเดียวที่จะได้อำนาจรัฐ”
คำพูดของ กัณวีร์ สืบแสง สมาชิกรัฐสภา พรรคเป็นธรรม โดยเขาระบุว่า “การอภิปรายของผมในวันนี้ไม่ใช่ในนาม 8 พรรคร่วม แต่มาในนามตัวแทนประชาชน สาเหตุปัญหาการเมืองไม่ได้อยู่ที่คนใดคนหนึ่ง ซึ่งเราต้องมองหาแกนกลางของปัญหา และมติที่สำคัญที่สุดก็คือประชาชน
“วันนี้ประชาชนต้องการการเดินหน้าแล้วครับ วาระประเด็นจำนวนมากรอไม่ได้แล้ว เช่น ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การรับรองสถานะของชาติพันธุ์ต่างๆ”
เราต้องมองที่ความชอบธรรมทางอำนาจที่ยึดโยงประชาชนคนทั้งชาติ และประเทศชาติต้องเดินหน้าได้แล้วครับ ประเทศไทยในประชาคมโลก ยังไม่สามารถมีส่วนร่วมและแก้ปัญหาในประชาคมโลกได้ เช่น การแก้ปัญหาผู้ลี้ภัย ที่เราไม่ได้จัดการอย่างมีมนุษยธรรม
แต่ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่เราต้องปลดล็อกศูนย์กลางซึ่งก็คือ รัฐสภา “ผมจึงขอสนับสนุนให้คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี ผู้ที่จะพาประเทศไทยไปสู่ประชาคมโลกอย่างสวยงาม”
นอกจากนี้ เชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สมาชิกรัฐสภา พรรคพลังสังคมใหม่ ก็ขึ้น อภิปรายว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นการเลือกผ่านตัวแทน ซึ่งประชาชนเป็นคนเลือก ส.ส. เข้ามาในสภาจำนวน ทั้งหมด 500 คน ซึ่งพรรคเราได้มา 1
และวันนี้เรามาสนับสนุนพิธา ลิ้มเจริญให้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งพรรคพลังสังคมใหม่ได้มองดูนโยบายและร่วมทำ MOU กับ 8 พรรคร่วมรัฐบาล ซึ่ง 23 ข้อใน MOU ไม่เห็นมีการการแก้ไขมาตรา 112 และยิ่งไปกว่านั้นข้อที่ 1 ของ MOU ยังระบุว่า “ทุกพรรคการเมืองต้องเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์”
เขากล่าวเสริม “การแก้ไขมาตรานี้ต้องมีขั้นตอนอีกมาก แต่ในนามพรรคสังคมใหม่ ถ้ามีการแก้ไขจริง และกระทบกระเทือนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์จริง เราก็ไม่เห็นด้วย แต่เราตอนนี้เราสนับสนุนให้พิธา ลิ้มเจริญเป็นนายกรัฐมนตรี”