อะไรๆ ก็ต้อง X – ตั้งแต่บริษัทจรวดชื่อ SpaceX รุ่นรถยนต์ Tesla Model X แม้แต่ลูกชายที่ชื่อ X Æ A-12 ล่าสุด มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลก อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ก็ได้ประกาศเปลี่ยนชื่อ Twitter ที่เขาเป็นเจ้าของ เป็นชื่อ ‘X’
“และอีกไม่นาน เราจะโบกมือลาแบรนด์ Twitter และพวกนกทั้งหมด อย่างค่อยเป็นค่อยไป” มัสก์ทวีตเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม
ดูท่าแล้ว มัสก์จะอยากรีแบรนด์แพลตฟอร์มนกฟ้าให้กลายเป็นแพลตฟอร์มรวมมิตรที่ทำทุกอย่างได้ในที่เดียว ลินดา ยัคคาริโน (Linda Yaccarino) ซีอีโอคนใหม่ของ Twitter ส่งอีเมลถึงพนักงานระบุว่า บริษัทจะเปิดประสบการณ์ใหม่ให้ผู้บริโภค ด้วย “เสียง วิดีโอ การส่งข้อความ การจ่ายเงิน การทำธุรกรรม – สร้างตลาดโลกของไอเดีย สินค้า บริการ และโอกาส”
ทั้งหมดนี้จะมาพร้อมกับแบรนด์ใหม่ที่ชื่อ X ดังที่มัสก์ทวีตว่า “ผมชอบตัวอักษร X”
แต่การประกาศเปลี่ยนชื่อ และกำจัดโลโก้นกฟ้า ก็ไม่ใช่มูฟการตลาดที่จะทำได้ฟรีๆ เสียเมื่อไหร่ เพราะล่าสุด มีนักวิเคราะห์หลายคนออกมาแสดงความเห็นว่า การเปลี่ยนแบรนด์เป็นชื่อ X ของมัสก์ อาจทำให้ Twitter สูญเสียมูลค่าแบรนด์ถึงระหว่าง 4-20 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1.3-6.9 แสนล้านบาท ซึ่งหลายคนก็ชี้ว่า มูฟนี้คือ ‘ความผิดพลาด’
จากรายงานของ Bloomberg สตีฟ ซูซี (Steve Susi) ผู้อำนวยการด้านการสื่อสารแบรนด์จาก Siegel & Gale มองว่า “มันใช้เวลามากกว่า 15 ปี ถึงจะได้มูลค่ามาเท่านั้นในระดับโลก ดังนั้น การสูญเสีย Twitter ในฐานะชื่อแบรนด์ จึงเป็นความเสียหายทางการเงินครั้งสำคัญ”
เช่นเดียวกับ ไมค์ พรูลส์ (Mike Proulx) รองประธานและผู้อำนวยการด้านการวิจัย Forrester ที่กล่าวในรายงานของ CNBC ว่า “มัสก์ทำลายล้างมากกว่า 15 ปีของชื่อแบรนด์ที่มีฐานอย่างมั่นคงในศัพท์ทางวัฒนธรรมของเรา” ประเด็นนี้ ให้นึกถึงการที่เราสามารถใช้คำอย่าง ‘ทวีต’ ในชีวิตประจำวัน
ขณะที่ ท็อดด์ เออร์วิน (Todd Irwin) ผู้ก่อตั้งเอเจนซี่แบรนด์ Fazer ชี้ว่า Twitter คือแบรนด์โซเชียลมีเดียแบรนด์หนึ่งที่เป็นที่จดจำมากที่สุด สัญลักษณ์นกฟ้านั้นก็ไปปรากฏตามที่ต่างๆ เช่น ธุรกิจขนาดย่อมและเว็บไซต์ทั่วโลก เช่นเดียวกับโลโก้ของ Instagram และ Facebook
ส่วน แจสมีน เอ็นเบิร์ก (Jasmine Enberg) นักวิเคราะห์จาก Insider Intelligence มองการเปลี่ยนแปลงแบรนด์ครั้งนี้ว่า เปรียบเสมือน “วันอันหม่องหม่นสำหรับผู้ใช้ทวิตเตอร์และผู้โฆษณาของ Twitter หลายๆ คน” และส่งสัญญาณว่า Twitter แบบที่เคยเป็นมาตลอด 17 ปี จะไม่มีวันหวนกลับมาแล้ว
ดูเหมือนว่านักวิเคราะห์หลายคนจะเห็นตรงกันว่า การเปลี่ยนชื่อครั้งนี้ดูจะไม่เป็นผลดีใดๆ กับธุรกิจนี้เลย ดังที่ อัลเลน อดัมสัน (Allen Adamson) ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษาแบรนด์ Metaforce กล่าวในรายงาน Bloomberg ว่า มัน “ไม่สมเหตุสมผลอย่างสิ้นเชิงจากมุมมองทางธุรกิจและแบรนด์” หากแต่เป็น “การตัดสินใจเชิงอีโก้” ของมัสก์เอง
เช่นเดียวกับเออร์วิน ที่มองว่า ถ้าจะส่งผลดี ก็เป็นการส่งผลดีต่อ ‘แบรนด์อีลอน’ เอง “แบรนด์ส่วนตัวของเขาอาจจะกำลังทรงพลังยิ่งกว่าแบรนด์ Twitter”
อ้างอิงจาก