“ชื่อของสิ่งต่างๆ มันมีพลังในตัวเอง และชื่อของนกบางชนิดในภาษาอังกฤษเกี่ยวกับข้องกับเหตุการณ์ในอดีตที่ทั้งผลักไสและโหดร้ายมาจนปัจจุบัน” คอลลีน แฮนเดล ประธานสมาคมนกสหรัฐฯ และนักชีววิทยากล่าว
สมาคมปักษีวิทยาสหรัฐฯ ซึ่งก่อตั้งขึ้นเพื่อศึกษาและอนุรักษ์พันธุ์นกเพิ่งออกมาประกาศว่า ทางสมาคมจะเปลี่ยนชื่อนกในภาษาอังกฤษทุกสายพันธุ์ที่ถูกตั้งตามชื่อบุคคลในประวัติศาสตร์ โดยตั้งเป้าว่าในปีหน้าจะเริ่มเปลี่ยนชื่อนก 10 สายพันธุ์ที่พบในทวีปอเมริกาเหนือ ก่อนขยายไปทั่วทวีปอเมริกาเหนือ และทวีปอเมริกากลางและใต้ต่อไป
“พวกเราต้องการให้มัน (ชื่อ) ไม่ทำร้ายหรือกีดกันใครออกไป และต้องเป็นชื่อที่เกี่ยวกับความสวยงามและแปลกตาของตัวนกเอง” คอลลีนกล่าว
ในแถลงการณ์ สมาคมนกสหรัฐฯ ได้วางแนวทางการตั้งชื่อในอนาคตเอาไว้ 3 ข้อ
- ข้อแรก นกทุกประเภทที่ถูกตั้งชื่อตามบุคคลจะถูกเปลี่ยนชื่อใหม่ทั้งหมด รวมถึงนกที่ชื่อมีนัยยะด้านลบและผลักไสคนบางกลุ่มออก
- ข้อสอง สมาคมจะตั้งคณะกรรมการที่ประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญและมีความหลากหลาย เพื่อมาตั้งชื่อนกเหล่านั้นเสียใหม่
- ข้อสาม สมาคมจะรณรงค์อย่างแข็งขัน เพื่อให้ชื่อใหม่ของนกถูกนำไปใช้ในวงกว้าง
จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ มาจากการผลักดันของกลุ่ม ‘Bird Names for Birds’ ซึ่งรณรงค์ให้มีการเปลี่ยนชื่อนกบางสายพันธุ์ที่ถูกตั้งตามชื่อของบุคคลในประวัติศาสตร์ เช่น ‘นกเชียร์วอเตอร์อูดูบอน (Audubon’s Shearwater)’ ซึ่งถูกตั้งชื่อตาม จอห์น เจมส์ อูดูบอน นักวาดภาพนกชื่อดังและนายทาสผู้ต่อต้านการยกเลิกทาส หรือ ‘นกสกอตต์โอเรียล (Scott’s oriole)’ ซึ่งถูกตั้งชื่อตาม วินฟิลด์ สกอตต์ นายพลสมัยสงครามกลางเมืองสหรัฐฯ ที่มีส่วนขับไล่กลุ่มอินเดียนแดงให้ออกจากที่อยู่อาศัย
“ในฐานะนักวิทยาศาสตร์ เราพยายามอย่างหนักที่จะไม่ให้เกิดอคติในทางวิทยาศาสตร์ แต่เรากลับพบอคติทางประวัติศาสตร์อยู่ในชื่อ ซึ่งถูกตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่บุคคลในประวัติศาสตร์” จูดิธ สเคราร์ ผู้อำนวยการของสมาคมนกสหรัฐฯ กล่าว “ชื่อเหล่านี้ถูกตั้งขึ้นในช่วงศตวรรษ 1800 ซึ่งเป็นช่วงที่สังคมปกคลุมไปด้วยการเหยียดเชื้อชาติและเพศ แต่มันถึงเวลาแล้ว ที่เราจะเปลี่ยนและกำหนดทิศทางใหม่ให้ชื่อสะท้อนถึงตัวนก ซึ่งเป็นเจ้าของชื่อจริงๆ”
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่เห็นด้วยกับแนวทางใหม่นี้ เจอรี่ คอยน์ นักชีววิทยาจากมหาวิทยาชิคาโกแสดงความเห็นว่า ควรเอาเวลาที่ใช้กับเรื่องเหล่านี้ ไปรณรงค์ให้คนในสังคม โดยเฉพาะเยาวชน รู้จักและเข้าใจนกสายพันธุ์ต่างๆ มากกว่า เช่นเดียวกับ เจฟฟ์ มาร์ค นักปักษีวิทยาที่มองว่าการเปลี่ยนชื่อเหล่านี้ อาจทำให้องค์ความรู้ที่เกี่ยวกับบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ของวงการปักษีวิทยาหายไป
กระแสการเปลี่ยนชื่อสิ่งมีชีวิตกำลังถูกพูดถึงในวงการวิทยาศาสตร์สหรัฐฯ ยกตัวอย่างในปีที่แล้ว สมาคมกีฏวิทยาสหรัฐฯ ก็เพิ่งตัดสินใจเปลี่ยนชื่อ ‘Asian giant hornet (แตกยักษ์เอเชีย)’ ให้เป็น ‘V. mandarinia’ เพื่อลบอคติที่อาจเกิดขึ้นจากการเรียกชื่อดังกล่าว
ดูเหมือนวงการปักษีวิทยาของสหรัฐฯ กำลังพยายามทำให้มนุษย์เป็นจุดศูนย์กลางของทุกสิ่งน้อยลง และคืนตัวตนและเอกลักษณ์ให้เจ้าของที่แท้จริง นั่นคือนกทุกสายพันธุ์
อ้างอิง:
https://www.nytimes.com/2023/11/01/science/birds-ornithology-names-audubon.html
https://gizmodo.com/racist-bird-names-american-ornithological-society-1850981444