“เขาทำงานบ้านแบบไม่เต็มใจ แล้วสุดท้าย [ฉัน] ก็ต้องทำใหม่อีกรอบ”
สถาบันวิจัยเอกชนในกรุงโตเกียวเปิดผลสำรวจพบ ภรรยากว่าครึ่งไม่พอใจกับปริมาณงานบ้านที่สามีทำ โดยในจำนวนนี้ 15% ยังระบุว่าสามีไม่เคยช่วยทำงานบ้านเลย พร้อมอยากให้สามีช่วยทำ ‘งานบ้านที่ไม่มีชื่อ’ อย่างการเติมม้วนกระดาษชำระ
ชูฟู จ็อบ โซเก็น สถาบันวิจัยเอกชนได้ทำการสำรวจผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว 510 คนด้วยคำถามว่า “เมื่อมองย้อนกลับไปในปี 2023 สามีของคุณมีส่วนร่วมในงานบ้านและดูแลเด็กเพียงพอหรือไม่?”
55.3% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าเธอไม่พอใจกับปริมาณงานบ้านที่สามีทำ โดยในจำนวนนี้ 39.8% ระบุว่าไม่พอใจกับความช่วยเหลือเพียงเล็กน้อยที่สามีช่วย และ 15.5% ระบุว่าสามีของเธอ ไม่ได้ทำอะไรเลย ซึ่งทางสถาบันพบว่าเปอร์เซ็นต์ของความไม่พอใจนี้ อยู่ในระดับสูงสุดเท่าที่เคยทำการสำรวจมาในรอบ 3 ปี
ในขณะเดียวกัน ผู้ตอบแบบสอบถาม 44.7% ระบุว่าพวกเขาพอใจกับการทำงานบ้านของสามี โดยในจำนวนนี้ 16.7% ที่ระบุว่าสามีของพวกเธอ ทำงานบ้านเพียงพอและเธอพอใจ 28% ระบุว่าสามีของเธอ ทำงานบ้านเล็กน้อยและไม่ได้มีข้อตำหนิอะไร
เมื่อถามต่อว่าแล้วภรรยาต้องการให้สามีทำงานบ้านอะไรบ้าง? ผู้ตอบแบบสอบถาม 27% ของผู้ที่ไม่มีลูกและ 40% ของผู้ที่มีลูกต่างกล่าวถึง ‘งานบ้านที่ไม่มีชื่อ’
งานบ้านที่ไม่มีชื่อนี้ เป็นงานที่มักไม่ถือว่าเป็นงานบ้าน แต่เป็นสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวัน เช่น การทิ้งแกนกระดาษชำระที่ใช้แล้วและเติมด้วยม้วนใหม่ หรืออย่างการคลี่ถุงเท้าที่ม้วนแล้วใส่ในตะกร้าซักผ้า เป็นต้น
“สามีของฉันไม่ทำอาหาร เขาไม่ซักผ้า และเขาไม่เคยทำความสะอาดบ้าน…ฉันหวังว่าเขาทำงานบ้านมากกว่านี้” ฟูมิโยะ ฮายาชิ หญิงวัย 51 ปีกล่าว
ฮายาชิยังกล่าวอีกว่า สามีของเธอต้องทำงานนอกบ้าน แต่ตัวเธอเองก็ต้องทำงานพาร์ทไทม์ถึง 2 งาน ทั้งยังต้องเตรียมอาหารและทำความสะอาดบ้านอีกด้วย
ในทางกลับกัน ซูมิอะ คาวาคามิ อาจารย์มหาวิทยาลัยยามานาชิ กาคุอิน ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสตรีและประเด็นเรื่องเพศกล่าวว่า ในปัจจุบัน ครอบครัวในญี่ปุ่นเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเธอเห็นว่าคู่รักในเจเนอเรชั่นนี้ เริ่มแบ่งความรับผิดชอบในการทำงานบ้านมากขึ้น
คาวาคามิกล่าวว่า ในอดีต ผู้หญิงมักจะต้องเลือกอยู่ใน ‘เส้นทางการทำงาน’ หรือ ‘เส้นทางการเป็นคุณแม่’ และผู้ที่ให้ความสำคัญกับครอบครัว มากกว่าการทำงาน ก็ต้องทำงานบ้านและเลี้ยงดูลูก
“แต่ฉันมองโลกในแง่ดีว่า [ทัศนคติดังกล่าว] กำลังเปลี่ยนแปลง…ฉันเห็นชายหนุ่มทำงานบ้านมากขึ้น และไปรับเด็กๆ จากโรงเรียนอนุบาล” คาวาคามิกล่าวพร้อมระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจไม่เห็นมากเท่าไร หากย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน
อย่างไรก็ดี ความแตกต่างในทัศนคตินั้นไม่ได้เป็นเรื่องของเจเนอเรชั่นเท่านั้น แต่ ‘เงิน’ ที่คู่รักได้รับ คาวาคามิก็มองว่าเป็นส่วนสำคัญเช่นกัน
นั่นเป็นเพราะคาวาคามิมองว่า คนที่ทำงานที่ได้รับค่าตอบแทนสูง สามารถเลือกที่จะหยุดงานได้ ในขณะที่คนที่ได้รับค่าตอบแทนต่ำ ซึ่งบางคนยังต้องทำงานต่อเนื่องกันหลายๆ งานเหล่านี้ มักจะไม่มีเวลาหรือพลังงานในการทำงานบ้าน
อ้างอิงจาก