ท่ามกลางความคึกคักในช่วงเทศกาลของร้านกาแฟชื่อดัง พนักงานสตาร์บัคส์ในสหรัฐฯ พากันหยุดงานประท้วง จนต้องปิดร้านเกือบ 60 แห่งในหลายเมือง หลังจากไม่พอใจที่ปฏิบัติต่อแรงงานอย่างไม่เป็นธรรม
การหยุดงานประท้วงครั้งนี้ดำเนินมาแล้ว 5 วัน โดยเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันศุกร์ (20 ธันวาคม 2024) ที่ผ่านมา ที่พนักงานสตาร์บัคส์หยุดงานและปิดร้านกาแฟนี้ ในลอสแองเจลิส ชิคาโก และซีแอตเทิล ซึ่งขณะนี้ขยายไปยังอีกหลายสาขา ในนิวเจอร์ซี นิวยอร์ก ฟิลาเดลเฟีย และอีกหลายเมือง
การหยุดงานครั้งนี้ เพื่อประท้วงความคืบหน้าในการเจรจากับบริษัท โดย สหภาพแรงงานเวิร์กเกอร์ส ยูไนเต็ด (Starbucks Workers United) ซึ่งเป็นตัวแทนของพนักงานมากกว่า 10,000 คน กล่าวว่าสตาร์บัคส์ไม่รักษาสัญญาที่ให้ไว้กับแรงงาน
ทั้งนี้สหภาพแรงงานฯ มีข้อเรียกร้องให้บริษัทแก้ไขปัญหาทางกฎหมายที่ยังค้างคาอยู่ ซึ่งรวมถึงข้อกล่าวหาการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างไม่เป็นธรรมหลายร้อยกรณี ที่พนักงานได้ยื่นฟ้องต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์แห่งชาติ (National Labor Relations Board) โดยตั้งแต่ปี 2021 บาริสต้าจากร้านสตาร์บัคส์ถึง 535 แห่งในสหรัฐฯ ได้เข้าร่วมสหภาพแรงงานฯ
“เหล่าบาริสต้าสหภาพรู้คุณค่าของตัวเอง และพวกเขาจะไม่ยอมรับข้อเสนอ ที่ไม่ปฏิบัติเหมือนพวกเขาเป็นหุ้นส่วนที่แท้จริง” ลินน์ ฟ็อกซ์ (Lynn Fox) ประธานสหภาพแรงงานฯ กล่าวในแถลงการณ์
ด้านฟิล กี (Phil Gee) โฆษกของสตาร์บัคส์กล่าวว่าการหยุดชะงักเพียงเล็กน้อย ที่บริษัทกำลังประสบในสัปดาห์นี้ ไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ต่อการดำเนินงานของสตาร์บัคส์ พร้อมบอกว่า “มีเพียงไม่กี่ร้านในสหรัฐฯ ของเรา ที่ได้รับผลกระทบ”
เขากล่าวเสริมว่า “เราเคารพสิทธิของพันธมิตร ในการเข้าร่วมกิจกรรมการหยุดงานประท้วงที่ถูกกฎหมาย และเราขอขอบคุณพันธมิตรหลายพันรายทั่วประเทศ ที่ยังคงสนับสนุนซึ่งกันและกัน และมอบประสบการณ์ร้านสตาร์บัคส์ ให้กับลูกค้าของเรา”
อย่างไรก็ตาม สหภาพแรงงานฯ หวังว่าจะบรรลุข้อตกลงทางกฎหมายให้ได้ก่อนปีใหม่ เพื่อวางกรอบการปฏิบัติที่ชัดเจนสำหรับร้านสตาร์บัคส์ทั่วประเทศ แต่ในขณะเดียวกันก็กล่าวว่า ฝ่ายบริหารฯ ยังไม่ได้เสนอข้อตกลงที่จริงจังต่อพนักงาน ทั้งนี้ทั้งสองฝ่ายจะเจรจากันสำเร็จหรือไม่ คงต้องติดตามกันต่อไป
อ้างอิงจาก