ไม่นานมานี้ที่ฟลอริดา มีผู้หญิงคนหนึ่งได้ยื่นฟ้องศัลยแพทย์ พยาบาล 4 คน รวมถึงโรงพยาบาล และกล่าวหาว่าแพทย์ผ่าตัดเอาอวัยวะออกผิด โดยเอาตับออกแทนที่จะเป็นม้าม ทำให้สามีของเธอเสียชีวิตขณะผ่าตัด และโรงพยาบาลก็พยายามปกปิดเรื่องนี้ไว้
เมื่อเดือนสิงหาคม 2024 เบเวอร์ลี ไบรอัน (Beverly Bryan) เล่าว่าตัวเองและวิลเลียม บิล ไบรอัน (William Bill Bryan) สามีวัย 70 ปีของเธอ กำลังไปเยี่ยมบ้านเช่าของพวกเขาที่ฟลอริดา แต่อยู่ดีๆ บิลก็รู้สึกปวดที่ด้านข้างลำตัว จึงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล Ascension Sacred Heart Emerald Coast
จากนั้นแพทย์ก็ตรวจพบว่าม้ามของบิลมีอาการผิดปกติ และจำเป็นต้องทำการผ่าตัดม้ามด้วยวิธีส่องกล้อง (laparoscopic splenectomy) ทันที เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง โดยแพทย์รับรองกับเขาว่า การผ่าตัดครั้งนี้จะผ่านไปอย่างเรียบร้อย พร้อมบอกกับผู้เป็นภรรยาว่า “คุณจะพบเขาอีกครั้ง ในอีกไม่กี่นาที”
แต่ระหว่างการผ่าตัด เบเวอร์ลีเล่าว่า โทมัส ชาคนอฟสกี้ (Thomas Shaknovsky) ศัลยแพทย์ผู้รับผิดชอบ ก็ได้ผ่าตัดตับของบิลออกมา แทนที่จะผ่าม้ามของเขา ทำให้เส้นเลือดใหญ่ขาดและเสียเลือดมาก ส่งผลให้บิลเสียชีวิตระหว่างการผ่าตัด
หลังจากผ่าอวัยวะออกมาแล้ว ชาคนอฟสกี้ก็ส่งให้กับแทมมี เนลสัน (Tammy Nelson) ผู้เป็นพยาบาล และบอกให้เธอทำเครื่องหมายว่า ‘ม้าม’ ซึ่งเนลสันก็ทำตามที่แพทย์บอก แม้ว่าอวัยวะนั้นจะเป็นตับอย่างชัดเจน และโดยทั่วไปแล้ว ตับมีน้ำหนักมากกว่าม้ามอย่างน้อย 10 เท่า
ข้อมูลจากคดีครั้งนี้ระบุว่า ภายในไม่กี่นาทีหลังจากนั้น แพทย์คนอื่นๆ และผู้บริหารระดับสูงของโรงพยาบาลแห่งนี้ ก็แห่กันเข้าไปในห้องผ่าตัด ซึ่งทุกคนต่างรู้ดีว่าอวัยวะที่ถูกตัดออกคือตับ แต่กลับช่วยกันปกปิดความผิดพลาดของชาคนอฟสกี้ พร้อมเขียนในบันทึกว่า เขาตัดม้ามของบิลออกไป โดยชาคนอฟสกี้บอกกับผู้เป็นภรรยาว่า สามีของเธอเสียชีวิตด้วย ‘ภาวะหลอดเลือดโป่งพองในม้าม’ (splenic aneurysm) ซึ่งทำให้ม้ามของบิล บวมเป็น 4 เท่าของขนาดปกติ และเคลื่อนไปอยู่อีกด้านของร่างกาย
บิล “กลายเป็นเหยื่อฆาตกรรมในห้องผ่าตัด” เบเวอร์ลีบอกกับหนังสือพิมพ์ไมอามีเฮรัลด์ (Miami Herald) ไม่กี่สัปดาห์หลังจากสามีของเธอเสียชีวิต ไม่เพียงเท่านั้นเธอมาค้นพบภายหลังว่า ชาคนอฟสกี้เคยรักษาผู้ป่วยผิดพลาดมาก่อน
เมื่อเดือนกรกฎาคม 2023 ชาคนอฟสกี้ได้ทำลำไส้ของผู้ป่วยทะลุโดยไม่ได้ตั้งใจ ระหว่างการผ่าตัดถุงน้ำดี ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในแอละแบมา จนทำให้เขาลาออก อีกทั้งระหว่างการผ่าตัดต่อมหมวกไตของชายวัย 58 ปี แพทย์คนนี้ได้ตัดตับอ่อนบางส่วนออกไปโดยผิดพลาด จนผู้ป่วยคนนั้นได้รับบาดเจ็บถาวร
ล่าสุดในวันที่ 30 มกราคม 2025 เบเวอร์ลี ก็ได้ยื่นฟ้องชาคนอฟสกี้ และพยาบาลอีก 4 ราย รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเธอกล่าวหาว่า เกิดการละเลยทางการแพทย์ และมีปัญหาอื่นๆ ที่นำไปสู่ความผิดพลาดร้ายแรงในการรักษา เช่น การที่ชาคนอฟสกี้ได้รับอนุญาต ให้ประกอบวิชาชีพศัลยแพทย์ต่อไป แม้ว่าเขาประวัติความผิดพลาดร้ายแรงในการผ่าตัด
รวมถึงกรณีที่ผู้บริหารกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลช่วยกัน ‘ปกปิด’ สิ่งที่เกิดขึ้น จนถึงขั้นปลอมแปลงเอกสารเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตของบิล และกดดันเบเวอร์ลี ไม่ให้ทำการชันสูตรพลิกศพ
“บิลคงจะต้องการให้ทุกคนรับรู้เรื่องการเสียชีวิตของเขา” เบเวอร์ลีกล่าวกับเดอะวอชิงตันโพสต์ (The Washington Post) พร้อมเล่าว่า เป็นเรื่องยากมากที่จะตรวจสอบอดีตของแพทย์ และเป็นเรื่อง ‘น่าหดหู่ใจ’ ที่เธอต้องละทิ้งความเชื่อเดิมๆ ที่ว่าผู้คนสามารถไว้วางใจแพทย์และโรงพยาบาลได้แบบไร้ข้อสงสัย
อ้างอิงจาก