คลื่นความเปลี่ยนแปลงกำลังเกิดขึ้นในติมอร์-เลสเต เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (15 กันยายน 2025) ผู้ประท้วงกว่า 2,000 คน รวมตัวกันบริเวณรัฐสภาในกรุงดิลี เมืองหลวงของติมอร์-เลสเต หลังรัฐบาลประกาศแผนการจัดซื้อรถยนต์ Toyota Prado SUVs ให้ สส. 65 คน
สื่อต่างประเทศรายงานว่า ผู้ประท้วงได้ขว้างปาก้อนหินใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมจุดไฟเผารถยนต์ของรัฐบาล ขณะที่ตำรวจตอบโต้ด้วยแก๊สน้ำตา จนมีผู้บาดเจ็บจากการปะทะ
แม้ว่าในวันต่อมา สส.จะลงมติเป็นเอกฉันท์เพื่อยกเลิกแผนการดังกล่าวไปแล้ว แต่การประท้วงยังคงดำเนินต่อไป หลังความไม่พอใจต่อรัฐบาลได้ขยายวงกว้างไปยังประเด็นอื่นๆ
หนึ่งในนั้นคือ ข้อเรียกร้องให้ยกเลิก ‘เงินบำนาญตลอดชีพ’ สำหรับ สส.ที่เกษียณอายุแล้ว
ข้อมูลของสหภาพรัฐสภาระหว่างประเทศ (Inter-Parliamentary Union) ชี้ว่าในปี 2023 สส.ของติมอร์-เลสเต มีเงินเดือนพื้นฐานประจำปีอยู่ที่ 36,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.1 ล้านบาท) ขณะที่รายงานของรัฐบาลในปี 2021 ระบุว่า รายได้เฉลี่ยของประเทศอยู่ที่ประมาณ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1 แสนบาท) ต่อปี
นั่นหมายความว่า รายได้ของ สส.ของติมอร์-เลสเต อาจมากกว่ารายได้เฉลี่ยของประชาชน ถึง 10 เท่า
นอกจากนี้ ติมอร์-เลสเตที่ได้รับเอกราชจากอินโดนีเซียในปี 2002 กำลังเผชิญกับปัญหาความเหลื่อมล้ำรุนแรง วิกฤตว่างงาน และภาวะขาดแคลนอาหาร รวมถึงเศรษฐกิจที่ต้องพึ่งพาน้ำมันอย่างหนัก
“เราคิดว่ามันไม่ยุติธรรม” เซซาริโอ เซซาร์ (Cezario Cesar) หนึ่งในผู้นำการประท้วงบอกกับสำนักข่าว BBC
เขากล่าวว่า การชุมนุมในสัปดาห์นี้ปะทุขึ้นเพราะ “ผู้คนเบื่อหน่ายกับสิ่งต่างๆ” พร้อมบอกต่อว่า “ผู้คนไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาที่ดี น้ำประปา และสุขาภิบาลพื้นฐาน […] เรากำลังขาดแคลนสิ่งอำนวยความสะดวก แต่พวกเขาก็ยังคงออกกฎหมายมากมาย เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง”