ปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายในทะเลยังคงดำเนินต่อ หลังจากที่เรือโดยสารของชาวโรฮิงญา ที่เดินทางออกจากรัฐยะไข่ ทางตะวันตกของเมียนมา และเกิดอับปางบริเวณใกล้เคียงกับเกาะตะรุเตาของไทย เหนือเกาะลังกาวีของมาเลเซีย
ขณะที่ทางการมาเลเซียและไทยได้ดำเนินการค้นหาผู้สูญหาย หลังจากที่มีรายงานว่า เหตุการณ์เรืออับปางมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 21 ราย โดยหน่วยงานทางทะเลของมาเลเซียแจ้งเมื่อวันจันทร์ (10 พฤศจิกายน) ว่า ผู้รอดชีวิตทั้ง 13 รายได้รับการช่วยเหลือในน่านน้ำมาเลเซีย ขณะที่พบผู้เสียชีวิต 12 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มีเด็ก 2 ราย ขณะที่ทางฝั่งประเทศไทยพบร่างผู้สูญหายเพิ่มอีก 9 ราย
รอมลี มุสตาฟา ผู้อำนวยการระดับภูมิภาคของสำนักงานทางทะเลมาเลเซียระบุว่า ทางการมาเลเซียจะยังคงปฏิบัติการค้นหาต่อไป ขณะที่เจ้าหน้าที่ไทยระบุว่า ทีมค้นหาจะขยายพื้นที่ค้นหารอบเกาะตะรุเตา ซึ่งกลายเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ที่พบศพ
มาเลเซียระบุว่า ชาวโรฮิงญาหลายร้อยคนขึ้นเรือมุ่งหน้าไปยังมาเลเซียเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน และถูกย้ายไปยังเรือ 2 ลำเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ขณะที่เรือลำหนึ่งที่บรรทุกผู้โดยสาร 70 รายได้อับปางลง และยังไม่ทราบชะตากรรมของผู้โดยสารประมาณ 230 คนที่อยู่บนเรืออีกลำด้วย
สำหรับประเทศเมียนมา ประชากรส่วนใหญ่ในประเทศนับถือศาสนาพุทธและปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชาวโรฮิงญา และยืนยันว่าชนกลุ่มน้อยเหล่านี้ไม่ใช่พลเมืองของเมียนมา แต่เป็นอพยพผิดกฎหมายจากเอเชียใต้
ตามข้อมูลจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UN) ระบุว่า มีชาวโรฮิงญามากกว่า 5,100 คนขึ้นเรือเพื่อเดินทางออกจากเมียนมาและบังกลาเทศ ระหว่างช่วงเดือนมกราคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายนปีนี้ และมีรายงานว่าเกือบ 600 คนเสียชีวิตหรือสูญหาย
ขณะที่การที่ชาวโรฮิงญาเดินทางมาด้วยเรือของผู้ลักลอบขนคนบ่อยครั้ง สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มประเทศอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาเลเซียและอินโดนีเซียที่วิพากษ์วิจารณ์เมียนมาเกี่ยวกับวิธีที่เมียนมาปฏิบัติต่อชนกลุ่มน้อย โดยที่มาเลเซียเองก็ไม่รับรองสถานะผู้ลี้ภัยให้ และเริ่มปฏิเสธการรับเรือ และกักตัวชาวโรฮิงญาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปราบปรามผู้อพยพที่ไม่มีเอกสาร
อ้างอิงจาก