ย้อนไปเมื่อ 14 พฤศจิกายน 2568 ทนายความจากศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับแจ้งจากแม่ของ มีชัย (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 วัย 54 ปี ว่าเธอไม่สามารถจองเข้าเยี่ยมใกล้ชิดลูกชายที่เรือนจำกลางสมุทรปราการได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่แจ้งว่าคดีของมีชัยยังไม่สิ้นสุด จึงไม่ได้รับสิทธิเยี่ยมญาติใกล้ชิดในช่วงเวลาดังกล่าว
โดยมีชัยถูกกล่าวหาจากการโพสต์เฟซบุ๊กรวม 2 ข้อความ ซึ่งมีเนื้อหาตั้งคำถามต่อการใช้ภาษีของสถาบันฯ ก่อน 27 กันยายน 2566 ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้ลงโทษจำคุก 2 ปี 8 เดือน แต่มีชัยได้รับการประกันตัวระหว่างยื่นฎีกา
ต่อมา 25 กรกฎาคม 2567 ศาลนัดหมายอ่านคำสั่งขออนุญาตฎีกา แต่พบว่าไม่มีผู้พิพากษาในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์รับรองฎีกาของมีชัย ทำให้คดีของมีชัยสิ้นสุดลงและเขาต้องเข้าเรือนจำตั้งแต่วันนั้น เพื่อรับโทษตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ 2 ปี 8 เดือน
เมื่อแม่ของมีชัยไปจองเข้าเยี่ยมใกล้ชิดลูกชายเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เรือนจำกลับแจ้งว่า คดีของมีชัยยังไม่สิ้นสุดเนื่องจากเรือนจำยังไม่ได้รับเอกสาร ‘ใบแดง’ จากศาลเจ้าของคดี ทั้งที่มีชัยอยู่ในเรือนจำมาแล้วเกือบ 1 ปี 4 เดือน
เอกสารใบแดง หรือ ‘หมายจำคุกคดีถึงที่สุด’ ซึ่งเป็นเอกสารที่ศาลต้องส่งถึงเรือนจำ เพื่อแจ้งสถานะว่าคดีของผู้ต้องขังคนนี้ถึงที่สุดและเป็นนักโทษเด็ดขาด ซึ่งจะทำให้ผู้ต้องขังมีสิทธิสอบเลื่อนชั้นเป็นนักโทษชั้นดี มีสิทธิการพิจารณาเกณฑ์อภัยโทษ และสิทธิเยี่ยมญาติใกล้ชิดของเรือนจำ
ทนายความได้สอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายทัณฑสถานของเรือนจำกลางสมุทรปราการถึงปัญหาดังกล่าว เจ้าหน้าที่แจ้งว่า หากต้องการติดตามเรื่องนี้ให้ไปติดตามที่ศาลเท่านั้น เพราะเป็นเอกสารที่เรือนจำต้องได้รับจากศาล
ต่อมา 20 พฤศจิกายน 2568 แม่ของมีชัยเดินทางไปเรือนจำอีกครั้ง โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่าหากต้องการเยี่ยมญาติใกล้ชิด ต้องมี ‘หมายแจ้งคดีเด็ดขาด’ เพื่อแจ้งสถานะคดีที่ถึงที่สุด แต่เรือนจำไม่ได้รับหมายดังกล่าวจากศาลในระบบ มีชัยจึงยังไม่ถือเป็นผู้ต้องขังคดีสิ้นสุดและไม่ได้สิทธิเยี่ยมญาติใกล้ชิด
21 พฤศจิกายน 2568 ทนายความและแม่ของมีชัยเข้าตรวจสำนวนคดีที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการ พบว่าศาลได้ออกหนังสือ ‘รับรองคดีถึงที่สุด’ ซึ่งเป็นเอกสารยืนยันว่าคดีนี้สิ้นสุดลงแล้ว ตั้งแต่ 21 พฤศจิกายน 2567
ขณะเดียวกัน วันที่ศาลอ่านคำสั่งไม่รับรองฎีกาของมีชัย (25 กรกฎาคม 2567) ศาลได้ออกเป็น ‘หมายจำคุกระหว่างอุทธรณ์ฎีกา’ แทนที่จะเป็น ‘หมายจำคุกคดีถึงที่สุด (ใบแดง)’ เพราะคดีของมีชัยถูกทำให้สิ้นสุดไปโดยปริยายหลังไม่มีผู้พิพากษารับรองฎีกาคดีนี้
หลังจากนั้น ศาลไม่ได้ออกหมายใดๆ เพิ่มเติมเพื่อแก้ไขสถานะของผู้ต้องขังของมีชัยให้เป็นนักโทษเด็ดขาด กระทั่งมีการทักท้วงจากทนายความในเดือนนี้ ศาลจึงเพิ่งออกหมายจำคุกคดีถึงที่สุดให้เมื่อ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา หลังมีชัยถูกคุมขังมาเกือบ 1 ปี 4 เดือน
สถานการณ์ของมีชัยก่อให้เกิดคำถามถึงกรอบระยะเวลาในการออกหมายจำคุกคดีถึงที่สุดของศาล ซึ่งมีความล่าช้าและไม่แน่นอน ทำให้ผู้ต้องขังเสียสิทธิที่ควรจะได้รับ
โดยเหตุดังกล่าวทำให้มีชัยขาดสิทธิในการได้ปรับชั้นนักโทษ การได้รับการพิจารณาเกณฑ์อภัยโทษของปี 2568 ที่ออกมาก่อนหน้านี้ และไม่สามารถร่วมการเยี่ยมญาติใกล้ชิดในช่วงที่ผ่านมา
อ้างอิงจาก