คงไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร ถ้าเราจะเห็นเหล่าเศรษฐีผันตัวมาทำงานการเมืองกันอยู่บ่อยๆ แต่รู้หรือไม่? มหาเศรษฐีพันล้าน (billionaires) อาจมีโอกาสดำรงตำแหน่งทางการเมือง มากกว่าคนทั่วไปถึง 4,000 เท่า
ไม่นานมานี้ รายงานความเหลื่อมล้ำ (Resisting the Rule of the Rich: Protecting Freedom from Billionaire Power) ประจำปีของอ็อกซ์แฟม (Oxfam) หรือกลุ่มองค์กรที่ทำงานเพื่อลดระดับความยากจนทั่วโลกได้เผยถึง ‘อันตราย’ ของความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ที่อาจกำลังคืบคลานมาถึงวงการการเมือง
ในรายงานดังกล่าวประเมินว่า มหาเศรษฐีหลายคนกำลังสร้างอำนาจทางการเมือง ในการกำหนดกฎเกณฑ์ของเศรษฐกิจและสังคม เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง และส่งผลเสียต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชนทั่วโลก
สำหรับรายละเอียด Oxfam ได้วิเคราะห์ว่าในปี 2025 เป็นครั้งแรกที่โลกเรามีมหาเศรษฐีพันล้าน (billionaires) มากกว่า 3,000 คน และเป็นครั้งแรกที่อีลอน มัสก์ หรือบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก มีทรัพย์สินมากกว่าห้าแสนล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ Oxfam ยังระบุว่า ในปี 2025 ความมั่งคั่งรวมของมหาเศรษฐีพันล้าน ได้เพิ่มขึ้นถึง 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ หรือเกือบเท่ากับความมั่งคั่งทั้งหมดของประชากรครึ่งล่างของโลก–ราว 4.1 พันล้านคน และยังเป็นจำนวนเงินที่มากพอจะกำจัดปัญหาความยากจนขั้นรุนแรงได้ถึง 26 ครั้ง
รายงานดังกล่าวยังถูกเผยแพร่พร้อมๆ กับการเปิดการประชุมประจำปีของเวทีเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นการประชุมที่รวบรวมบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกเกือบ 1,000 คน พร้อมด้วยผู้นำทางการเมือง และนักกิจกรรมอีกจำนวนหนึ่ง
ขณะที่การประชุมดังกล่าวเกิดขึ้น ด้าน Oxfam ก็เผยรายงานประจำปีที่ชี้ว่า เหล่ามหาเศรษฐีอาจกำลังเพิ่มอำนาจตัวเอง ผ่านการควบคุมวิธีการสื่อสารมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงสื่อทั้งแบบดั้งเดิมและรูปแบบใหม่ๆ โดยยกตัวอย่างเช่น เจฟฟ์ เบโซส มหาเศรษฐีเจ้าของอเมซอน ที่เป็นเจ้าของ The Washington Post อีลอน มัสก์ ซื้อทวิตเตอร์/X และแพทริค ซูน-ชิอง เข้าซื้อกิจการ Los Angeles Times
“อิทธิพลมหาศาลของมหาเศรษฐีที่มีต่อการเมือง เศรษฐกิจ และสื่อของเราได้ทำให้ความเหลื่อมล้ำรุนแรงขึ้น และทำให้เราออกนอกเส้นทางในการแก้ไขปัญหาความยากจน” อมิตาบ เบฮาร์ (Amitabh Behar) ผู้อำนวยของ Oxfam กล่าว
ไม่เพียงเท่านั้น Oxfam ยังประเมินว่า มหาเศรษฐีมีโอกาสดำรงตำแหน่งทางการเมืองมากกว่าประชาชนทั่วไปถึง 4,000 เท่า โดยอ้างอิงจากการสำรวจชุดคุณค่าโลก (World Values Survey หรือ WVS) ของ 66 ประเทศ ซึ่งพบว่าเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่า คนรวยมักซื้อเสียงในการเลือกตั้งในประเทศของตน
เบฮาร์กล่าวว่า “รัฐบาลกำลังเลือกทางที่ผิด ในการเอาใจชนชั้นสูงและปกป้องความมั่งคั่ง ในขณะที่กดขี่สิทธิและความโกรธแค้นของประชาชน ที่ชีวิตของพวกเขาหลายคนกำลังยากลำบากและทนไม่ได้”
รายงานนี้ยังอธิบายว่า ความมั่งคั่งของมหาเศรษฐีที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนั้นสอดคล้องกับการที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ดำเนินนโยบายที่เอื้อประโยชน์ต่อมหาเศรษฐี โดยรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ลดภาษีสำหรับมหาเศรษฐีและบริษัทขนาดใหญ่ จนพลิกกลับความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาอำนาจผูกขาด
“การเพิ่มขึ้นของกลุ่มผู้มีอำนาจทางการเงิน ไม่ได้เป็นเพียงปรากฏการณ์ในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น แต่กำลังบ่อนทำลายสังคมทั่วโลก” รายงานระบุ
อ้างอิงจาก