ตัวแม่แค่ไหน ก็คงตอบว่า ถึงขนาดตั้งชื่อยุควิคตอเรียน (Victorian Era) ตามสมเด็จพระราชินีวิกตอเรีย (Queen Victoria) โดยนับเป็นช่วงเวลาครองราชย์ตั้งแต่ 1837-1901
ไม่ใช่แค่เพียงทรงอิทธิพลทางสังคม การปกครอง ต่อประเทศและประชาชนเท่านั้น แต่กับราชวงศ์ชั้นสูงด้วยกันก็ด้วย ทรงมีพระราชโอรสและพระราชธิดา 9 พระองค์ สมรสกับราชวงศ์และตระกูลขุนนางทั่วทวีปยุโรป จนได้รับฉายาว่าเป็นตัวแกรนด์มัมแห่งยุโรป แตกกิ่งก้านสาขาหน่อเนื้อเชื้อกษัตริย์ รวมเป็นหลาน 42 พระองค์ และเหลน 87 พระองค์
อำนาจที่แผ่ขยายไปทั่วยุโรปไม่ได้หยุดอยู่แค่สายสัมพันธ์ทางการเมืองเท่านั้น หากยังสะท้อนลงมาในรายละเอียดเล็กๆ ในชีวิตประจำวันของพระองค์เอง ภาพของควีนวิกตอเรียในสายตาผู้คน ไม่ได้เป็นเพียงผู้ครองจักรวรรดิ แต่เป็นต้นแบบของการใช้ชีวิตที่สังคมยุควิคตอเรียนเฝ้ามองเป็นแบบอย่าง
เริ่มตั้งแต่หลังตื่นบรรทม ทรงให้ความสำคัญกับกิจวัตรการดูแลผิวหน้า ในยุคนั้นการล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดในชามที่ใส่กลีบดอกไม้เป็นที่นิยมมาก พระองค์ก็โปรดสรงพระพักตร์ด้วยวิธีนี้เช่นกัน ทรงเลือกใช้ดอกคาโมมายล์ จนกลายเป็นดอกไม้ยอดนิยม
ขยับมาที่ช่วงพระกระยาหารเช้า ไม่เช้าไป ไม่สายเกิน ประมาณ 09.00 น. พระราชินีวิกตอเรียเสวยอาหารเช้าแบบเดียวกันทุกเช้า ประกอบด้วยไข่ต้ม ขนมปังปิ้ง และกาแฟ บางครั้งอาจสับเปลี่ยนไปกับ kedgeree อาหารแองโกล-อินเดียที่ทำจากข้าวกับปลาแฮดด็อครมควัน
ระหว่างพระกระยาหารเช้า โปรดให้มีนักดนตรีมาบรรเลงเพลงให้ฟังขณะเสวยไปด้วย พระองค์ทรงใช้เวลาบนโต๊ะพระกระยาหารอ่านจดหมาย กำหนดการ สะสางงานประจำวันไปด้วย และกิจวัตรประจำวันที่เป็นแบบแผนนี้ส่งต่อมาถึงยุคสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2
ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ทรงตั้งพระทัยไว้หรือเปล่าก็ตาม พระองค์ได้สร้างค่านิยม จากสิ่งเล็กๆ อย่างกิจวัตรประจำวันและรสนิยมส่วนพระองค์ สู่ภาพใหญ่ในสังคมและราชวงศ์
อ้างอิงจาก
https://bigedition.com/msn/queen-victorias-food-habits
https://www.ssgreatbritain.org/victorian-morning-routine/