ตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นวันที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนและประชาชนครั้งสุดท้าย ในประเด็นบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งสีชมพู (บัญชีรายชื่อ) สามารถสแกนรหัสสืบถึงต้นขั้วได้ โดยไม่ได้ให้คำตอบชัดเจนว่าบัตรเลือกตั้งนี้จะทำให้ล่วงรู้ว่าใครออกเสียงอะไรหรือไม่
อย่างไรก็ตาม หลังจากวันดังกล่าวก็ได้มีอีกหลายเหตุการณ์เกี่ยวกับการเลือกตั้งที่เกิดขึ้น ซึ่ง กกต. ก็ไม่ได้จัดการแถลงข่าวต่อสาธารณะอีกเลย จึงได้แต่ทิ้งข้อสงสัยและความเคลือบแคลงใจต่อพี่น้องประชาชนในอีกหลายประเด็น โดย The MATTER ได้รวบรวมไว้ ดังนี้
ผลเลือกตั้งไม่เป็นทางการ 94% แล้วอีก 6% หายไปไหน?
หลังเลือกตั้งเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ ซึ่งมีการนับคะแนนรายหน่วยเสร็จสิ้นในคืนนั้น แต่ปรากฏว่ามีช่วงหนึ่งที่เว็บไซต์รายงานผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการของ กกต. ไม่ขยับอยู่หลายชั่วโมง ก่อนช่วงกลางดึกจะมีการรายงานผลอยู่ที่ 94% และค้างอยู่อย่างนั้น
แม้แต่ก่อนวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ซึ่ง กกต. ได้ประกาศปิดเว็บไซต์รายงานผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ หรือ ‘Ect Report 69’ เราก็ไม่เคยได้เห็นผลการเลือกตั้ง 100% เลย
ทั้งนี้ ในการเลือกตั้ง 2562 กกต. ใช้เวลาในการประกาศคะแนน 100% ภายใน 4 วัน และการเลือกตั้ง 2566 ใช้เวลา 11 วัน
ทำไมถึงไม่รายงานผลการเลือกตั้งในรูปแบบ Excel หรือ ‘Machine Readable’?
วันที่ 18 กุมภาพันธ์ กกต. ได้เปิดรายงานผลการนับคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี 2569
ข้อมูลผลคะแนนแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งเมื่อเข้าไปในเว็บไซต์ดังกล่าว จะพบ Google Drive และไฟล์ PDF จำนวนมาก ทำให้ยากต่อการตรวจสอบผลคะแนนและการเห็นผลการเลือกตั้งโดยรวม
จากนั้นได้มีการเรียกร้องว่า ภายใต้งบประมาณหลายพันล้านบาท ทำไม กกต. จึงไม่ประกาศคะแนน 100% เป็น Excel และทำเอกสารให้อยู่ในรูปแบบ ‘Machine Readable’ เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบข้อมูลมากขึ้น
บัตรเลือกตั้งสีชมพูสืบถึงต้นขั้วได้ แปลว่าเลือกตั้งนี้ยังเป็นไปโดยลับอยู่หรือไม่?
แม้วันที่ 13 กุมภาพันธ์ กกต. จะแถลงข่าวในประเด็นบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งสีชมพูแล้ว โดยระบุว่า บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งสามารถสแกนย้อนกลับไป ‘เลขที่’ บัตรเลือกตั้งได้ แต่ก็เป็นหนึ่งในมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริตเที่ยงธรรม ไม่ได้เพื่อใช้ระบุตัวตนคนกาบัตรเลือกตั้ง ทั้งยังบอกอีกว่า ‘ต้นขั้ว’ และ ‘บัตรเลือกตั้ง’ ถูกเก็บแยกที่กัน
กกต. จึงกล่าวว่า เป็นไปได้ยากที่จะมีใครเข้าไปสืบค้นว่าเป็นบัตรของใครหรือเลือกอะไร แต่เมื่อมีผู้สื่อข่าวถามจี้ว่า “เป็นไปได้ยากไม่เท่ากับเป็นไปไม่ได้ ใช่หรือไม่”
วรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผอ.สำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง ตอบว่า “ถ้าคนกระทำก็คือมีเจตนาทุจริตแล้ว” เนื่องจากการเข้าไปเปิดหีบบัตรเลือกตั้งที่ถูกจัดเก็บแล้ว ถือว่ามีความผิดในทางกฎหมาย
ทั้งนี้ เมื่อ 19 กุมภาพันธ์ ในการนับคะแนนใหม่ของเขตเลือกตั้งปทุมธานี เขต 7 พบว่า ผู้อ่านคะแนนบัตรเลือกตั้งได้ใช้ “มือ” ข้างหนึ่งปิดบาร์โค้ดบนบัตรสีชมพู และการเลือกตั้งซ่อมเมื่อ 22 กุมภาพันธ์ ที่คันนายาว พบว่า บัตรเลือกตั้งใหม่ ไม่มี ‘เลขที่’ บัตรที่ต้นขั้ว
เหล่านี้เป็นเพียงไม่กี่คำถามที่ประชาชนตั้งข้อสงสัยต่อ กกต. แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับหรือความชัดเจนใดจากผู้ทำหน้าที่จัดการเลือกตั้ง ซึ่งประชาชนก็คงต้องช่วยกันเรียกร้องความชัดเจนและจับตาดูความคืบหน้าของการเลือกตั้งครั้งนี้ต่อไป
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาได้มีประชาชนยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินให้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ปมบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งผู้ตรวจการฯ ได้ขีดเส้นตายให้ กกต. ส่งเอกสารชี้แจงประเด็นดังกล่าว ภายใน 27 กุมภาพันธ์นี้