วันนี้ (19 มีนาคม 2569) เวลา 13:38 น. เฟซบุ๊กเพจพรรคประชาชนโพสต์ข้อความถึงกรณีที่ โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร สั่งปิดการประชุม ทั้งที่มีการยื่นขอญัตติด่วนหลังโหวตนายกรัฐมนตรีเสร็จสิ้น เพื่อการหารือปัญหาพลังงานเรื่องน้ำมันแพง และราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ
จากนั้น เวลา 14:00 น. หลังจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบให้ อนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่าเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว
โดยระบุระบุว่า ก่อนหน้านี้ประธานสภาฯ ได้รับปากว่าจะเปิดโอกาสให้เสนอญัตติตามข้อบังคับการประชุมหลังจากเสร็จสิ้นวาระโหวตเลือกนายกฯ แต่ปรากฏว่าหลังจากขานผลคะแนนแล้วเสร็จ ประธานสภาฯ กลับสั่งปิดการประชุมทันที
ณัฐพงษ์มองว่า นี่เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น เนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรควรใช้เวลาพิจารณาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งตอนนี้คือเรื่อง ‘วิกฤตพลังงาน’ จึงขอตั้งคำถามต่อพฤติกรรมของพรรครัฐบาลว่าต้องการหนีการตรวจสอบหรือไม่ เพราะวิกฤตพลังงานอาจมีส่วนพัวพันกับการทุจริตคอร์รัปชั่น
วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า พฤติกรรมดังกล่าวอาจสะท้อนได้ว่า สภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ยืนเคียงข้างเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยที่กำลังเดือดร้อน จึงรู้สึกผิดหวังและแปลกใจกับการทำงานวันแรกของรัฐสภาชุดนี้
โดยพรรคประชาชนได้เตรียมข้อเสนออย่างเป็นระบบเพื่อให้รัฐบาลนำไปปฏิบัติทันที ตั้งแต่การปลดล็อกให้รถขนส่งน้ำมันเข้าพื้นที่ได้อย่างทั่วถึง ตามที่กระทรวงมหาดไทยสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดไปแล้วแต่ต้องติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด
ส่วนกรณีที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ซึ่งมี พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม เป็นผู้ดูแล ซึ่งได้ประกาศว่า จะมีการจับผิดซัพพลายเชนผู้ประกอบการน้ำมันทุกระดับ เพื่อหาให้ได้ว่าใครเป็นตัวก่อปัญหาที่ทำให้น้ำมันไปไม่ถึงประชาชน
วีระยุทธชวนประชาชนจับตาว่า จะสามารถจับผู้กระทำผิดได้หรือไม่ หากไม่ก็อาจเป็นการส่งสัญญาณทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนตั้งแต่วันแรก ภายใต้สภาวะวิกฤตแบบนี้ที่มีปัจจัยภายนอกรุมเร้า เพราะตอนนี้ผลกระทบส่งผลต่อหลายภาคส่วนไม่ว่าจะเป็น การส่งออก การท่องเที่ยว ชาวนา ชาวประมง และผู้ประกอบการอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม วีรยุทธคิดว่าสัปดาห์หน้าสถานการณ์อาจแย่ลง และประชาชนจะเผชิญความลำบากมากขึ้น จึงอยากให้มีการพูดคุยกันโดยเร็วที่สุด พร้อมเสนอให้รัฐบาลจัดทำระบบแดชบอร์ดหรือระบบจัดทำข้อมูลกลาง เพื่อให้ข้อมูลแก่ประชาชนว่าสถานีบริการน้ำมันที่ไหนที่มีน้ำมันให้เติมบ้าง และเหลือน้ำมันแต่ละประเภทเท่าไหร่
ด้าน รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า ตนได้ถามประธานสภาฯ หลังปิดประชุมสภาฯ ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงต้องมีการปิดประชุมเร็วขนาดนี้ ซึ่งตนมองว่าเป็นการไม่รักษาสัจจะและ “พูดแล้วไม่ทำ” แล้วถามย้ำว่าสภาผู้แทนราษฎรจะมีการพูดคุยถึงเรื่องนี้หรือไม่ หากฝ่ายรัฐบาลมองว่าการพูดคุยวันนี้มีอุปสรรค พรรคประชาชนก็พร้อมเจรจา
โดยโสภณได้ตอบกลับว่า ‘วันนี้บรรยากาศไม่ดี’ ซึ่งรังสิมันต์ก็ไม่แน่ใจว่าเมื่อได้นายกฯ แล้ว สภาผู้แทนราษฎรก็ควรเปิดใจรับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากผู้แทนที่มาจากหลากหลายพื้นที่เพื่อประโยชน์ของประชาชน การเริ่มต้นเช่นนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ดีและน่าวิตกกังวลอย่างยิ่ง หากรัฐบาลมีเจตจำนงบริหารประเทศด้วยแนวทางลักษณะนี้