ถ้าเอ่ยชื่อของ ชาร์ลส์ ดิกเคนส์ (Charles Dickens) หากไม่ใช่นักอ่านอาจจะไม่คุ้นเท่าไหร่นัก แต่ถ้าเอ่ยถึงตาแก่ใจร้ายในวันคริสมาสต์ หรือโอลิเวอร์ ทวิสต์ ล่ะ พอคุ้นบ้างไหม เพราะนั่นคือผลงานชิ้นเอกที่ดิกเคนส์ฝากไว้ให้ชนรุ่นหลัง
จากแรงงานเด็กในโอลิเวอร์ ทวิสต์ ไปถึงคดีความ Bleak House ในศตวรรษที่ 19 ดิกเคนส์ ใช้ปลายปากกาเป็นเครื่องมือตีแผ่สังคม เตือนไม่ให้ละเลยความอยุติธรรมที่เกิดขึ้น และจุดประกายปฏิรูปการศึกษา แรงงานเด็ก
ดิกเคนส์มีกิจวัตรยามเช้าที่แน่นอนในทุกวัน เขาตื่นตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้น เริ่มมื้อเช้าตอน 08.00 น. และทำงาน ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน เหมือนคนทั่วไป เหมือนชาวออฟฟิศ เหมือนแรงงาน เขาเริ่มงานเขียนในห้องทำงานตั้งแต่ 09.00 น. ถึง 14.00 น. ห้ามใครเข้าไปรบกวน และเป็นเช่นนี้ทุกวัน
นิยายส่วนใหญ่จะตีพิมพ์เป็นตอนในนิตยสาร ดิกเคนส์มักจะเขียนล่วงหน้าไว้แค่ 1-2 บท จากบันทึกของลูกชายของเขา ดิกเคนส์จะทำงานแค่เพียง 5 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น อาจมีทั้งวันที่เขาเขียนได้ลื่นไหล วันละหลายพันคำ และวันที่เขาเขียนไม่ออก ได้แต่นั่งอุดอู้ในห้องทำงานอยู่อย่างนั้น ไม่ว่าจะเป็นวันแบบไหน เขาให้เวลาตัวเองในห้องนั้นแค่ 5 ชั่วโมงเท่านั้น
เขียนได้ก็นับว่าเป็นวันดีๆ หากเขียนไม่ได้ ก็ไม่มีความจำเป็นต้องฝืนต่อ เมื่อนั่งมาหลายชั่วโมงแล้วยังเขียนไม่ออก นั่งต่อแล้วมันจะออกหรืออย่างไรกันนะ นั่นอาจเป็นเคล็ดลับที่ทำให้เขาได้สร้างผลงานชิ้นแล้วชิ้นเล่าสู่โลกใบนี้ก็ได้
5 ชั่วโมงที่จำกัดต่อวัน จึงอาจนับได้ว่าเป็นโมงยามที่เปี่ยมคุณภาพของดิกเคนส์
อ้างอิงจาก