“เราทำมากกว่าพูด”
หลายคนคงจำคำพูดเด็ดของพรรคกล้าธรรมได้ และคงอยากรู้ว่า ‘ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า’ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคนี้คือใคร? และมีประวัติที่น่าสนใจอะไรบ้าง?

ก่อนจะทำงานการเมือง
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เกิดเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2508 ปัจจุบันอายุ 60 ปี ชื่อเล่นที่พ่อแม่ตั้งให้คือ ‘นัท’ ทั้งนี้เคยมีชื่อเดิมว่า “ยุทธภูมิ โบพรหม, พชร โบพรหม, พชร พรหมเผ่า และมนัส พรหมเผ่า”
เขาจบการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 25 และมีปริญญาตรีวิทยาศาสตรบัณฑิต โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 36
เมื่อจบการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหารและโรงเรียนนายร้อยฯ ร.อ.ธรรมนัสก็รับราชการทหารมาตลอด จนกระทั่งปี 2542 เขาถูกตำรวจออกหมายจับ จึงต้องยุติการเป็นทหาร
นอกจากนี้ เขายังเคยมีบทบาทในฐานะนักธุรกิจ โดยเคยเป็นประธานกรรมการบริษัทในเครือ ‘ธรรมนัสกรุ๊ป’ ซึ่งมีธุรกิจหลากหลาย เช่น บริษัทด้านรักษาความปลอดภัยชื่อว่า ‘บริษัทธรรมนัส การ์ด’ ซึ่งเป็นบริษัทแรกที่ดูแลสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งปัจจุบันขายกิจการแล้ว
บทบาทการเมืองในพรรคไทยรักไทย-พลังประชาชน-เพื่อไทย
เส้นทางเข้าสู่การเมืองของ ร.อ.ธรรมนัส เริ่มต้นตั้งปี 2542 โดยเคยดูแลยุทธศาสตร์เลือกตั้งในสนามกรุงเทพฯ ที่พรรคไทยรักไทยในสมัยของทักษิณ ชินวัตร จากนั้นปี 2557 เขาก็ได้เป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย แต่การเลือกตั้งหนนั้นเป็นโมฆะ
เมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รัฐประหาร เขาก็เป็นหนึ่งในคนที่ถูก คสช.เรียกมารายงานตัว ซึ่งหลังจากพรรคไทยรักไทยถูกยุบ เขาย้ายมาอยู่พรรคพลังประชาชน เมื่อถูกดังกล่าวถูกยุบอีก ธรรมนัสก็ย้ายมาอยู่พรรคเพื่อไทย
เข้าสู่พรรคพลังประชารัฐในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
อย่างไรก็ตาม ในการเลือกตั้งปี 2562 เขาได้เป็น ‘ประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือ’ ของพรรคพลังประชารัฐ และลงสมัคร ส.ส.จังหวัดพะเยา เขตที่ 1 และหลังจากการเลือกตั้งครั้งนั้น ร.อ.ธรรมนัส ก็ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งแต่ปี 2562 ถึง 2564
ร.อ.ธรรมนัส ได้รับการเลือกตั้งเป็น สส.พะเยาของพรรคพลังประชารัฐ ถึง 2 สมัย (เลือกตั้งปี 2562 และ 2566) ต่อมาในปี 2564 ได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ
มันคือแป้ง
ระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อกุมภาพันธ์ 2563 เขาได้ชี้แจงประเด็นที่หนังสือพิมพ์แห่งหนึ่งของออสเตรเลียออกมาเปิดเผยว่า เมื่อปี 2536 ร.อ.ธรรมนัสเคยถูกศาลตัดสินให้จำคุกคดีลักลอบนำเข้ายาเสพติดมาในออสเตรเลีย
ในการชี้แจ้งครั้งนั้น ร.อ.ธรรมนัส ตอบกลับพรรคฝ่ายค้านในสภาฯ ว่า “สิ่งที่เจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ออสเตรเลียอ้างว่าเป็นเฮโรอีน 3.2 กิโลกรัม แท้จริงแล้วมันคือแป้ง”
จนกระทั่งเดือนพฤษภาคม 2563 ส.ส.พรรคก้าวไกล 54 คน ร่วมกันยื่นเรื่องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติของ ร.อ.ธรรมนัส โดยต่อมาศาลฯ ได้มีคำวินิจฉัยว่า สมาชิกภาพ สส.และความเป็นรัฐมนตรีไม่สิ้นสุดลง เนื่องจากคำพิพากษาของศาลต่างประเทศไม่มีผลผูกพันตามรัฐธรรมนูญไทย ในแง่ของคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม
เข้าออกพรรคพลังประชารัฐ
หลังจากมีประเด็นเรื่องความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐ ในวันที่ 19 มกราคม 2565 คณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ก็มีมติขับ ร.อ.ธรรมนัสออกจากพรรค พร้อมกับ ส.ส.อีก 21 คน
ต่อมาวันที่ 10 มิถุนายน 2565 เขาได้รับการเลือกเป็นหัวหน้า ‘พรรคเศรษฐกิจไทย’ และได้นำ สส.จำนวนหนึ่งย้ายไปสังกัดพรรคดังกล่าว หลังจากการลาออกของ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา
แต่เขาก็ย้ายไปได้แค่ช่วงเวลาสั้นๆ เพราะในเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ร.อ.ธรรมนัสก็กลับเข้า ‘พรรคพลังประชารัฐ’ อีกครั้ง และที่ประชุมพรรคฯ ก็เลือกให้เขากลับเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการพรรคอีกด้วย โดยหลังจากการเลือกตั้งเดือนพฤษภาคม 2566 ร.อ.ธรรมนัสได้รับตำแหน่ง ‘รมว.เกษตรและสหกรณ์’ ในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน
จุดเริ่มต้นของพรรคกล้าธรรม
ในปี 2567 ร.อ.ธรรมนัสนำ สส.พรรคพลังประชารัฐจำนวนหนึ่งแยกตัวออกมา และแถลงร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ภายใต้การนำของ ‘แพทองธาร ชินวัตร’ อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น เกิดประเด็นในการจัดสรรโควตารัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ ร.อ.ธรรมนัสจึงขอแยกทางกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
นำไปสู่เหตุการณ์ในวันที่ 4 กันยายน 2567 ที่เขาตัดสินใจยื่นหนังสือลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ และย้ายมาสังกัด ‘พรรคกล้าธรรม’
ปัจจุบัน ร.อ.ธรรมนัสดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และกลับมาดำรงตำแหน่ง รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาลของอนุทิน ชาญวีรกูล ทั้งนี้เขาเป็นแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคกล้าธรรม ในการเลือกตั้ง 2569 ที่จะถึงนี้