สถานการณ์ภาวะเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในประเทศไทย และเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นต่อเนื่องทั่วโลก หนึ่งในนั้นคือ ‘ทวีปยุโรป’ ที่มีค่าครองชีพที่พุ่งขึ้นตลอดช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ส่งผลต่อการดำรงชีพและคุณภาพชีวิตของนักเรียนทุนรัฐบาลไทยที่ศึกษาอยู่ในประเทศต่าง ๆ ในยุโรป
เมื่อวาน (2 มิถุนายน 2569) สมาคมนักเรียนไทยในยุโรปซึ่งเป็นตัวแทนของนักเรียนไทยออกจดหมายเปิดผนึกถึงเลขาธิการสำนักงาน ก.พ., ผู้อำนวยการสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนไทยในต่างประเทศ (สนร.), รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และผู้บริหารหน่วยงานเจ้าของทุนที่เกี่ยวข้อง เพื่อชี้ให้เห็นถึงภาวะวิกฤตทางการเงินที่นักเรียนทุนกำลังเผชิญอยู่
ภาวะเงินทุนไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพจริง
นักเรียนทุนประสบปัญหาเงินทุนไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายจริง บางคนต้องนำเงินส่วนตัวหรือเงินจากครอบครัวมาสมทบเฉลี่ยเดือนละหลายหมื่นบาท พร้อมมีความเสี่ยงสูงหากเกิดเหตุฉุกเฉินทางการเงิน โดยเฉพาะในเมืองที่มีค่าครองชีพสูง ซึ่งมีทั้งค่าเช่าบ้านอาหารและค่าเดินทางที่ปรับตัวสูงขึ้นจนเงินทุนเดิมไม่สามารถครอบคลุมได้อีกต่อไป
ผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตสุขภาพจิตและประสิทธิภาพการศึกษา
ด้วยภาวะดังกล่าวส่งผลให้นักเรียนทุนจำนวนมากต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อความอยู่รอด เช่น ลดปริมาณมื้ออาหาร งดการเข้าสังคมเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย หรือย้ายที่พักไปอยู่ในพื้นที่ที่ไกลจากตัวเมืองหรือไม่ปลอดภัยเพื่อลดค่าเช่าบ้าน
เหล่านี้ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสภาวะจิตใจ ก่อให้เกิดความเครียดและความวิตกกังวลซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาวะและการบรรลุวัตถุประสงค์ของการมาศึกษาต่ออย่างเต็มศักยภาพ
ปัญหาด้านสภาพคล่องและกฎระเบียบท้องถิ่น
นักเรียนทุนจำนวนมากยังประสบปัญหาด้านสภาพคล่องจากการต้องสำรองจ่ายด้วยเงินก้อนใหญ่ล่วงหน้า เช่น ค่ามัดจำที่พักค่าประกันสุขภาพ ค่าธรรมเนียมวีซ่า
นอกจากนี้ อัตราเงินทุนปัจจุบันซึ่งมีแนวโน้มจะต่ำกว่าเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำที่รัฐบาลหรือมหาวิทยาลัยในหลายประเทศกำหนด สำหรับการขอหรือต่ออายุใบอนุญาตพำนักโดยเฉพาะการศึกษาต่อในระดับดุษฎีบัณฑิตซึ่งสร้างความยุ่งยากและเป็นอุปสรรคต่อสถานะการพำนักที่ถูกต้องตามกฎหมาย
โดยสมาคมนักเรียนไทยในยุโรปเสนอข้อเรียกร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3 ข้อ สำหรับพิจารณาดำเนินการ ดังนี้
- ปรับเพิ่มอัตราเงินทุนรายเดือน โดยพิจารณาปรับเพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 20 เพื่อให้สอดคล้องกับอัตราเงินเฟ้อและราคาค่าเช่าบ้านที่สูงขึ้น และควรมีการพิจารณาปรับขึ้นทุก 2 ปี
- ปรับฐานเงินทุนตามค่าครองชีพรายเมืองแทนการใช้อัตราเดียวทั้งประเทศ คือ ควรพิจารณาปรับฐานเงินทุนให้เหมาะสมตามความแตกต่างของค่าครองชีพในแต่ละเมือง เช่น เมืองหลวงหรือเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจ ที่อาจมีค่าครองชีพสูงกว่า เพื่อความเป็นธรรมและคุณภาพชีวิตที่เท่าเทียม
- อ้างอิงเกณฑ์รายได้ของประเทศหรือข้อกำหนดของแต่ละมหาวิทยาลัย เพื่อให้มั่นใจว่านักเรียนทุนจะมีรายได้ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำตามเกณฑ์สำหรับการได้รับใบอนุญาตพำนักอย่างราบรื่น
ท้ายจดหมายระบุว่า สมาคมนักเรียนไทยในยุโรปหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องดังกล่าวจะพิจารณาข้อเรียกร้องนี้ด้วยความเข้าใจในความยากลำบากของนักเรียนทุนฯ ทุกคน เพื่อให้พวกเขาสามารถมุ่งมั่นกับการศึกษาและนำความรู้กลับมาพัฒนาประเทศได้อย่างเต็มกำลัง โดยไม่ต้องแบกรับภาระทางเศรษฐกิจที่เกินขีดความสามารถ
โดยจดหมายเปิดผนึกนี้เป็นความร่วมมือระหว่างสมาชิกสมาคมนักเรียนไทยใน 15 ประเทศ ได้แก่ นักเรียนไทยในราชอาณาจักรเบลเยี่ยม, ออสเตรีย, เช็กเกีย, ตุรกี, ฝรั่งเศส, โปแลนด์, รัสเซีย, เนเธอร์แลนด์, โรมาเนีย, สมาพันธรัฐสวิส, เยอรมนี, อิตาลี, ฮังการี, เดนมาร์ก และสามัคคีสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์