ทุกคนยังจำครูคนแรกของตัวเองกันได้ไหม?
กว่าจะก้าวมาถึงจุดหนึ่งของชีวิต ทุกคนล้วนเคยผ่านช่วงวัยเด็กกันมาเป็นธรรมดา บุคคลสำคัญผู้ช่วยประกอบร่างสร้างตัวเราขึ้นมา ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เห็นจะหนีไม่พ้นกับผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นครูบาอาจารย์
วิชาการความรู้ที่ร่ำเรียนมาแต่อ้อนแต่อ่อนยังคงมีประโยชน์ต่อตัวเราเองเสมอ ทว่าในยุคสมัยปัจจุบัน วิชาการใช้ชีวิตเองก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะเราทุกคนล้วนต้องออกมาใช้ชีวิต หากแต่บางครั้งโรงเรียนบางแห่งก็ไม่ได้สอนการใช้ชีวิตให้แก่เหล่าเด็กๆ มากนัก จนมันกลายเป็นสิ่งที่เราต้องขวนขวายและตามหากันเอาเอง
หนำซ้ำ ทุกวันนี้ความรู้หลายๆ เรื่อง ก็อาจไม่จำเป็นต้องมาจากครูบาอาจารย์อีกต่อไป เมื่อเป็นเช่นนั้น The MATTER จึงอยากพาทุกคนมาเรียนรู้บทเรียนจากบรรดาตัวละครในอนิเมะเรื่องต่างๆ ว่าหากพวกเขาได้เป็นครูพวกเขาจะสอนอะไรให้กับเรากันได้บ้าง
เซนอิง มากิ วิชาสู้ชีวิตแบบไม่ถอย

เริ่มกันที่คนแรกอย่าง ‘เซนอิง มากิ’ จาก มหาเวทย์ผนึกมาร หรือ Jujutsu Kaisen’ สำหรับหลายคน เมื่อพูดถึงอนิเมะเรื่องนี้ ชื่อของมากิก็อาจมีโผล่มาให้นึกถึงกันบ้าง แต่อาจไม่บ่อยหรือโดดเด่นเท่ากับตัวละครเอกอื่นๆ เท่าไหร่นัก ทว่าตัวละครอย่างมากิกลับเบื้องลึกเบื้องหลังชีวิตที่ยากลำบาก และกว่าเธอจะก้าวไปแต่ละจุดของชีวิตได้ ก็เล่นเอาเลือดตาแทบกระเด็น ฉะนั้นแล้ว ถ้าเธอจะสอนวิชาอะไรสักอย่าง คงต้องใช้ชื่อว่า ‘วิชาสู้ชีวิตแบบไม่ถอย’
เหตุผลที่เธอเหมาะควรจะสอนวิชานี้ เพราะมากิถือเป็นตัวละครที่ต้องสู้ชีวิตอยู่พอตัว โดยเธอเกิดมาใต้ร่มเงาของ 1 ใน 3 ตระกูลใหญ่ของโลกไสยเวท หากแต่ตัวเธอกลับไม่มีพลังไสยเวทแม้แต่นิดเดียว (ซึ่งเป็นผลจากข้อผูกมัดสวรรค์)ทำให้ตระกูลเซนอิงที่ขึ้นชื่อเรื่องกดขี่ผู้หญิงและไม่นับคนไม่มีไสยเวทเป็นมนุษย์ ไม่ยอมรับให้เธอเป็นผู้ใช้ไสยเวท เธอจึงหันหลังให้ตระกูล ฝึกฝนและขัดเกลาตัวเองอย่างหนักหน่วง เพื่อที่จะยืนหยัดในฐานะผู้ใช้ไสยเวทคนหนึ่ง
โนบิ โนบิตะ วิชารู้จักพักผ่อนในวันที่เหนื่อยล้า

หลังจากเรียนวิชาที่เสริมสร้างความพยายามเสร็จแล้ว เราก็อาจต้องพยายามทำหลายสิ่งมากขึ้นไปอีก เพราะในโลกสมัยใหม่สังคมคาดหวังให้ทุกคนต้องกระตือรือร้น พร้อมเรียนรู้ทุกสิ่งอย่างอยู่ตลอดเวลา จนบางครั้งก็กลายเป็นความเหนื่อยล้าทั้งทางกายและทางใจ เมื่อเป็นเช่นนั้น อาจารย์ ‘โนบิตะ’ จาก Doraemon ก็ขอเป็นครูช่วยสอน ‘วิชารู้จักพักผ่อนในวันที่เหนื่อยล้า’ ให้แก่ทุกคนเอง
เมื่อพูดถึงตัวละครอย่างโนบิตะ หลายคนก็คงนึกถึงความขี้เกียจและความไม่เอาอ่าว ซึ่งส่วนใหญ่ก็คงมองนิสัยเหล่านี้ในแง่ลบมากกว่าแง่บวก แต่หากเราลองพลิกมุมกลับปรับมุมมอง ก็อาจพบว่า บางครั้งความขี้เกียจก็มีข้อดีเหมือนกัน เฉพาะอย่างยิ่งในโลกที่ทุกอย่างถูกกดดันและคาดหวังให้สำเร็จโดยไวที่สุด เราก็อาจไม่ต้องเร่งรีบสำเร็จแบบใครเขา ก้าวไปอย่างพอดี มีวันที่เผลอขี้เกียจ ไม่ทำอะไรสักอย่างบ้าง ก็ช่วยให้เราผ่อนคลายกันได้ ดังนั้น หากใครอยากลองพักผ่อน ก็อาจลองมาเรียนวิชานี้กับโนบิตะดู
มังกี้ ดี. ลูฟี่ วิชาออกไปทำตามความฝัน

ทุกวันนี้หลายคนต่างก็รู้สึกเบื่อหน่ายกับการก้มหน้าก้มตาทำงานที่ไม่มีวันจบสิ้น จนบางทีก็เผลอละทิ้งความฝันของตนเองเอาไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ กว่าจะรู้ตัวอีกที ความฝันนั้นก็หายไปเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ชีวิตกลับกระชุ่มกระชวยจากการวิ่งไล่ตามความฝันอีกครั้ง ‘มังกี้ ดี. ลูฟี่’ จาก One Piece จึงขอมาสอน ‘วิชาออกไปทำตามความฝัน’ เพื่อชวนทุกคนให้ทำให้ฝันเป็นจริงกัน
ความฝันถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนชีวิตของใครหลายคน เมื่อเรามีความฝัน เราจึงมีความกล้าที่จะเริ่มทำอะไรบางอย่าง เหมือนกับลูฟี่ผู้ออกเดินเรือสู่มหาสมุทรอันกว้างใหญ่ โดยแบกเอาความฝันไปด้วยทุกที่ และมันก็เป็นสิ่งที่ผลักดันให้ลูฟี่ทำในหลายสิ่ง ทั้งการได้ผจญภัย ได้เจอมิตรภาพ และได้ช่วยเหลือผู้คน
เมื่อเรามีฝันติดตัว ต่อให้วันหนึ่งตัวตนบางอย่างของเราหายไป ความฝันนี่แหละที่จะช่วยดึงตัวเราให้กลับมาสู่เส้นทางชีวิตอีกครั้ง พร้อมเป็นเป้าหมายให้เราพุ่งไปให้ถึง และถ้าใครอยากที่จะฝัน ก็อย่าลืมมาเรียนวิชาออกไปทำตามความฝันนี้กับชายคนนี้กัน
อาคาสะ วิชาช่างพูดช่างเจรจา

ในโลกอนิเมะ คงไม่มีตัวละครตัวไหนที่ทั้งมีฝีมือการต่อสู้ระดับท็อป แถมยังมีฝีปากคมคายไปมากกว่า ‘อาคาสะ’ อสูรข้างขึ้นลำดับที่ 3 จาก ดาบพิฆาตอสูร หรือ Kimetsu no Yaiba กันอีกแล้ว เพราะเอกลักษณ์โดดเด่นขอเจ้าตัวไม่ใช่แค่ทักษะการต่อสู้กับเหล่านักล่าอสูร แต่ยังเป็นคารมคมคายในการชักชวน (หรือล่อลวง?) ให้ฝ่ายตรงข้ามมาร่วมเป็นอสูรเช่นเดียวกันกับเขา ถ้าเจ้าตัวจะต้องสอนวิชาใดสักวิชาหนึ่ง คงจะต้องเป็น ‘วิชาช่างพูดช่างเจรจา’ แล้วล่ะ
ทักษะการสื่อสารถือเป็นทักษะที่อยู่ในเกณฑ์ยากของหลายๆ คน เพราะมันเป็นทักษะที่ต้องอาศัยผู้อื่นมาเป็นตัวบ่งชี้ว่าเรามีทักษะนี้ดีแค่ไหน ยิ่งไปกว่านั้น ทักษะการสื่อสารที่พัฒนากลายเป็นทักษะการชักชวนหรือการเจรจาต่อรอง ก็ยิ่งทวีความยากมากขึ้นไปอีก ถ้าเรามีครูดีๆ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเจรจาโดยเฉพาะอย่าง อาคาสะ มาช่วยติวเข้มให้ รับรองได้เลยว่า ต่อไปนี้จะชักชวนใครไปทำอะไร ยังไงก็สำเร็จแน่นอน
คิชิเบะ วิชาการแสดงอารมณ์ให้เป็น

เมื่อพูดถึงอนิเมะอย่าง Chainsaw Man ‘คิชิเบะ’ คงเป็นอีกตัวละครที่หลายคนนึกถึง ด้วยมาดที่ดูนิ่ง พูดน้อย แต่ต่อยหนัก จึงกลายเป็นตัวละครขวัญใจของแฟนอนิเมะได้อย่างไม่ยากเย็น และหากตัวของนักล่าปีศาจคนนี้จะสอนสักวิชา คงจะต้องเป็น ‘วิชาการแสดงอารมณ์ให้เป็น’ อย่างแน่นอน
การแสดงอารมณ์ให้เป็น ถือเป็นทักษะสำคัญที่จะช่วยให้การใช้ชีวิตของเราราบรื่นมากยิ่งขึ้น เนื่องจาก ในความเป็นจริง เราไม่สามารถแสดงอารมณ์ความรู้สึกแท้จริงของตนเองออกไปในทุกสถานการณ์ได้ การเรียนรู้ที่จะแสดงอารมณ์ในจังวะที่เหมาะควรมากขึ้นจากคิชิเบะ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมและแสดงอารมณ์ความรู้สึก จึงอาจช่วยให้เราเข้าหาคนอื่นในสังคมง่ายกว่าเดิม
คาโอรุโกะ วากุริ วิชาการไม่ตัดสินใครจากภายนอก

ทุกคนเคยเผลอตัดสินใครสักคนด้วยรูปลักษณ์ภายนอกไหม? ในเมื่อสังคมล้วนเต็มไปด้วยความหลากหลาย การจะตัดสินใครด้วยสิ่งที่ตาเห็นเพียงอย่างเดียวคงไม่พอ การมองให้ลึกลงไปถึงอุปนิสัยที่แท้จริง จึงอาจเป็นเรื่องที่ดีกว่า เพราะฉะนั้นถ้ากำลังประสบกับสถานการณ์แบบนี้อยู่ ก็ลองมาเรียนรู้ ‘วิชาการไม่ตัดสินใครจากภายนอก’ กับ ‘คาโอรุโกะ วาคุริ’ สาวน้อยสุดน่ารักจาก ดอกรักผลิบานที่กลางใจ หรือ Kaoru Hana wa Rin to Saku ดู
สาเหตุที่ต้องเป็นเธอคนนี้ เพราะโรงเรียนหญิงล้วนที่เธอเรียน ผู้หญิงทุกคนดันเกลียดโรงเรียนชายล้วนข้างๆ มาเป็นเวลานานนม หากแต่เธอดันไปรู้จักกับ สึมุกิ รินทาโร่ นักเรียนท่าทางนักเลง ในอีกมุมหนึ่ง ซึ่งตัวเขาเป็นผู้ชายที่มีความเป็นสุภาพบุรษ มีน้ำใจ และขยันหมั่นเพียร ดังนั้น หากใครกำลังฝึกตัวเองไม่ให้ไปตัดสินใครจากภายนอกอยู่ ก็ลองปรึกษาวาคุริกันได้เลย
คุนิงามิ เร็นสุเกะ วิชาการคว้าโอกาสที่สอง

ถ้าทุกคนมีโอกาสที่สองในการย้อนกลับไปทำอะไรสักอย่างให้ดีขึ้นกว่าเก่า ทุกคนจะรับโอกาสนั้นกันไหม? หากใครกำลังลังเลล่ะก็ ขอชวนมาเรียน ‘วิชาการคว้าโอกาสที่สอง’ กับ ‘คุนิงามิ เร็นสึเกะ’ จาก ขังดวลแข้ง หรือ Blue Lock เพราะเจ้าตัวนี้แหละ คือผู้เชี่ยวชาญด้านการคว้าโอกาสที่สองอย่างแท้จริง หลังจาก
ที่คุนิงามิพ่ายแพ้และกำลังจะต้องออกจาก Blue Lock ทว่าทางองค์กรได้เสนอโอกาสหนที่สองให้ ตัวเขาจึงเลือกหยิบโอกาสนั้นและลงสู่สนามอีกครั้ง
โอกาสเป็นสิ่งที่ไม่มีใครรู้ว่าจะปรากฏขึ้นเมื่อใด และเมื่อเราพลาดมันไปแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะได้มันกลับมาเสมอไป บางครั้งการได้โอกาสแก้ไขความผิดพลาดอีกครั้ง จึงอาจเป็นสิ่งล้ำค่ามากพอต่อชีวิตของตัวเราเอง ฉะนั้นแล้ว เมื่อโอกาสปรากฏขึ้น ไม่ว่าจะเป็นครั้งที่สอง ครั้งที่สาม หรือกี่ครั้งก็ตาม การกล้าที่จะคว้ามันไว้ อาจเป็นทางเลือกเดียวที่ทำให้เราไม่ต้องเสียใจในภายหลัง เนื่องจากไม่มีใครรับประกันได้เลยว่า โอกาสนั้นจะกลับมาให้เราอีกครั้งหรือไม่
แล้วทุกคนคิดว่ามีตัวละครตัวไหน ที่เหมาะจะมาสอนบทเรียนให้แก่เราอีกบ้าง แล้วถ้าพวกเขามาสอน จะสอนวิชาอะไรกันดี?