ถึงตอนนี้จะยังมีฝน แต่เราก็เริ่มพบสัญญาณของฤดูหนาวได้บ้างแล้ว
แดดเริ่มจ้า ฟ้าเริ่มมืดไว บรรยากาศเเปลี่ยนไปอย่างประหลาด จะว่าเนิบช้าลงก็ใช้ ซึมเซาลงบ้าง เราเดินทางมาถึงช่วงเวลาที่จังหวะต่างๆ เริ่มผ่อนคลายลง เราเริ่มมองไปที่ช่วงเวลาสิ้นปี และเพื่อนร่วมงานก็เริ่มลาหยุด
ช่วงหน้าหนาวและช่วงปลายปี เป็นช่วงที่ค่อนข้างแปลกประหลาด บางครั้งด้วยบรรยากาศ เรารู้สึกถึงความเชื่องช้าลงด้วยสภาพอากาศ ด้วยอุณหภูมิที่ลดลง ช่วงกลางวันที่สั้นลง และเป็นช่วงเวลาที่เราเข้าใกล้บรรยากาศเฉลิมฉลอง แต่อีกด้านหลายคนอาจกำลังเร่งปิดงานเพื่อรับปีใหม่ กระทั่งเมื่อรู้ตัวอีกที ต้นคริสมาสต์และวันสิ้นปีก็เดินทางมาถึงเราแล้ว
ด้วยบรรยากาศทั้งหมด ทั้งความอึมครึม ความเหนื่อยหน่ายของทั้งปีที่เริ่มแผ่บรรยากาศให้เรารอเริ่มใหม่ในปีถัดไป ในภาพรวมของหน้าหนาว ยิ่งสำหรับบริบทประเทศไทย ช่วงหน้าหนาวเป็นช่วงเวลาของความ ‘สบายๆ’ อากาศสบายๆ การงานผ่อนคลายลง เริ่มมีงานเทศกาล มีงานออกร้าน เปิดตลาดกลางแจ้ง มีงานรื่นเริง มีลานเบียร์
ทว่าในความอึกทึกนั้น เราจะเริ่มสัมผัสได้ว่า หน้าหนาวเป็นช่วงเวลาที่จังหวะและเสียงของสรรพสิ่งบางเบาลง ด้วยเงื่อนไขอย่าง ช่วงกลางแจ้งที่แสนสบาย จังหวะที่ช้าลง เสียงที่บางเบาลง ฤดูหนาวจึงเป็นอีกช่วงเวลาที่เราจะได้หยิบเอาหนังสือออกมานั่งอ่าน หรือนอนอ่านในผ้าห่มอุ่นๆ
เป็นช่วงเวลาที่อาจเรียกได้ว่า ดีที่สุดสำหรับการอ่านหนังสือ

ช่วงเวลาที่มีความสุข แต่ก็ซึมที่สุด
หน้าหนาวของบ้านเราเป็นช่วงเวลาที่งงๆ ทั่วไปเราคงรู้สึกสบายขึ้นหลังจากที่เราผ่านหน้าฝนอันยาวนาน เป็นช่วงเวลาที่เรานึกถึงพื้นที่นอกบ้าน สวนสาธารณะ ลมเย็นๆ และวันหยุดยาวๆ ในสถานที่ที่ไอแดดอ่อนๆ จะส่องถึงเรา
การหยิบหนังสือไปนั่งอ่านในช่วงหน้าหนาว จึงเป็นการที่เราได้ไปใช้เวลาในเมืองอย่างรื่นรมย์มากที่สุดช่วงหนึ่งของปี
ทว่า ในบรรยากาศที่อาจจะพาใจให้เศร้าซึมของฤดูหนาว โดยเฉพาะความรู้สึกอ้างว้าง หรือความรู้สึกเวิ้งว้างในจิตใจ หน้าหนาวและบรรยากาศปลายปีอาจเป็นช่วงที่เรารู้สึกใจหายอย่างแปลกประหลาด หรือกระทั่งรู้สึกเหงาได้อย่างน่าแปลกใจ
ซึ่งทั้งสองอย่างอาจมาจากบรรยากาศของปลายปีที่วงจรช่วงปลายปี ทั้งการงานที่อาจเริ่มบางเบาลง ผู้คนที่เตรียมตัวเข้าจังหวะของการพักผ่อน ไปจนถึงแสงแดดที่น้อยลง กระทั่งการเป็นช่วงเวลาที่เราเริ่มสรุปอะไรบางอย่างของตัวเอง การมองเห็นจุดสิ้นสุดของปีปีหนึ่ง ก็ทำให้เรารู้สึกเวิ้งว้างขึ้นมาได้
ดังนั้น หนังสือและการอ่าน จึงเป็นอีกพื้นที่อบอุ่น ปลอดภัย ที่แสนจะเรียบง่าย การอ่านหลายครั้งเป็นพื้นที่ที่เราได้หลบภัย และแน่นอนบางครั้งให้คำตอบบางอย่างในการใช้ชีวิต

อ่านอะไร ในวันเย็นสบาย
ดังนั้น ในช่วงหน้าหนาวปลายปีนี้ นอกจากจะเราจะเคลียงานเรียบร้อย สำหรับทั้งคนที่เตรียมจะหยุดยาว รับวันหยุดไม่ว่าจะด้วยการกลับบ้านหรืออยู่ในเมือง การนึกภาพวันหยุดยาวๆ พร้อมกับการได้เคลียร์กองดอง ได้ขลุกอยู่กับบ้าน นั่งๆ นอนๆ อ่านหนังสือ จึงเป็นคำตอบที่แสนเรียบง่ายว่าทำไมหน้าหนาว จึงเป็นฤดูของการอ่าน
ในแง่ของความโรแมนติก หน้าหนาวเป็นช่วงเวลามหัศจรรย์ในเองอยู่แล้ว ช่วงนี้เราอาจได้เลือกว่าเราจะอ่านเรื่องราวในหนังสือที่สะท้อนบรรยากาศหนาวเย็น เราอาจนึกภาพเมืองในนาร์เนียที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ อ่านเรื่องราวมหัศจรรย์ต่างๆ ที่มักมีบรรยากาศของฤดูหนาวเป็นฉากหลัง อ่านเรื่องราวที่เกี่ยวกับคริสต์มาส วันสิ้นปี หรือนิทานสนุกๆ นึกภาพโลกจากซีรีส์ Game of Thrones หรือแฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่ในแทบจะทุกดินแดนมหัศจรรย์ หน้าหนาวย่อมมหัศจรรย์ขึ้นไปอีก
หรือสำหรับผู้รักความสยองขวัญ หน้าหนาวเป็นช่วงเวลาที่เราอาจจะระทึกไปกับเรื่องราวตื่นเต้นต่างๆ ฤดูหนาวจึงอาจเป็นช่วงเวลาที่ดีที่เราจะอ่านงานสยองขวัญ ไปจนถึงงานสืบสวนสอบสวนที่พาเราไปสำรวจความรู้สึกและบรรยากาศอันเย็นเยียบของความลึกลับในโลกของวรรณกรรมนั้นๆ

เขียนมาอย่างยืดยาว อันที่จริง เชื่อว่าเมื่อบรรยากาศของฤดูหนาวมาถึง หลายคนคงจะนึกถึงกองหนังสือ หรือคิดถึงการมีหนังสือซักเล่มอยู่ในมือ นึกถึงม้านั่ง แดดรำไร สายลมอ่อนๆ หรืออาจะคิดถึงเตียง โซฟานุ่มๆ ที่เราจะได้กลับไปอยู่กับตัวเอง ในช่วงปลายปีอีกครั้ง
การบอกว่าหน้าหนาวคือฤดูของการอ่าน คือการใช้องค์ประกอบพิเศษของฤดูหนาว คือความเนิบช้า ความเงียบ และช่วงเวลาของการครุ่นคิด ทบทวน เปลี่ยนความซึมเซาให้กลายเป็นความอบอุ่น
เป็นช่วงเวลาและกิจกรรมที่เราจะเติมความหมายให้ช่วงส่งท้ายปลายปี ให้กับการใช้ชีวิตที่จะครบขวบปีอีกครั้งของเรา
อ้างอิงจาก