เพิ่งโดนแฟนบอกเลิกมาหมาดๆ อยากหลุดพ้นจากความเศร้า เลยหาอะไรตลกๆ บนโซเชียลดูคลายเครียด แต่ฟีดเจ้ากรรมดันส่งแต่วิดีโอเรื่องอกหักมาตอกย้ำความเศร้าเรายิ่งกว่าเดิม ราวกับมันแอบมองเราจากมุมห้อง แล้วกลั่นแกล้งเราให้เจ็บซ้ำๆ อยู่อย่างนั้น
ใครที่เคยอกหัก ก็คงอยากหากิจกรรมอะไรสักอย่างทำเพื่อสลัดความรู้สึกเศร้าและเปล่าเปลี่ยวทิ้งไปให้ไวที่สุด ถึงอย่างนั้น ความตั้งใจเราก็ต้องล้มเหลวทุกครั้ง เพราะเมื่อเปิดเข้าโซเชียลมีเดียทีไร ก็จะเจอแต่คลิปพูดถึงการอกหักวนเวียนอยู่อย่างนั้น รีโหลดหน้าฟีดอีกกี่ครั้ง ก็ยังอยู่เหมือนเดิมไม่ไปไหน กลายเป็นว่าจากที่จะหายเศร้า ดันรู้สึกแย่ลงกว่าเดิมอีก
ทำไมกันเวลาอกหัก แล้วมาเล่นโซเชียลมีเดียที่ควรจะเป็นพื้นที่ผ่อนคลาย ถึงทำให้เรารู้สึกเจ็บช้ำกว่าเดิมได้ เบื้องหลังโซเชียลมีเดียมีอะไรซ่อนอยู่บ้างนะ

เพราะอัลกอริทึ่มหรือเปล่าที่ทำให้เราเจ็บซ้ำๆ
ก่อนหน้านี้ที่ความสัมพันธ์ยังราบรื่น เวลานั่งไถฟีดก็มีแต่คลิปตลกๆ เด้งขึ้นมาเต็มไปหมด แต่พออกหักเท่านั้นแหละ คลิปที่โผล่ขึ้นมาดันมีแต่อะไรต่อมิอะไร ซึ่งล้วนตอกย้ำความรู้สึกเจ็บปวดซ้ำๆ ทั้งนั้น
เราในฐานะผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียจะรู้สึกเช่นนั้นก็ไม่แปลกหรอก เพราะการใช้งานโซเชียลมีเดียมีผลต่ออารมณ์ของเราจริงๆ ไมเคิล ริช (Michael Rich) ผู้ก่อตั้ง Digital Wellness Lab จาก Boston Children’s Hospital อธิบายว่า อัลกอริทึ่มของโซเชียลมีเดียสามารถตอบสนองต่อสภาวะทางอารมณ์ของผู้ใช้งานได้ เฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่พวกเขากำลังรู้สึกเปราะบาง
อัลกอริทึ่มไม่ได้เชื่อมต่อกับจิตใจมนุษย์จนอ่านอารมณ์ได้โดยตรง แต่มันเรียนรู้จากพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้ โดยอัลกอริทึ่มจะดูว่า เราเล่นวิดีโอนานแค่ไหน เลื่อนผ่านเร็วหรือช้า กดไลก์หรือไม่ กดแชร์หรือเปล่า หรือกระทั่งเรามีส่วนร่วมกับคลิปนั้นมากน้อยแค่ไหน
โดยสิ่งที่อัลกอริทึ่มเรียนรู้จากคนที่อกหัก คือช่วงหลังจากที่หลายคนเพิ่งเลิกกับคนรักได้ไม่นาน ผู้คนจำนวนไม่น้อยก็มักจะหาคอนเทนต์เกี่ยวกับการเลิกราดู อาจเพื่อหาคนที่ประสบกับปัญหาคล้ายๆ กัน หรือหาคนมาช่วยยืนยันความรู้สึกบางอย่างของตัวเอง แม้จะเพียงระยะเวลาสั้นๆ แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้อัลกอริทึ่มตีความได้ว่าคอนเทนต์แนวนี้เป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานสนใจ จึงทยอยดันสิ่งเหล่านี้ขึ้นฟีดเรามาเพิ่ม ไมเคิลจึงมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไม่ต่างอะไรจากวงจรที่ไม่มีวันจบสิ้น เพราะพอเรายิ่งเห็นผ่านตา ก็ยิ่งได้รับคอนเทนต์เหล่านี้มากขึ้น
จึงไม่แปลกเลย หากเวลาเราเพิ่งเลิกรากับคนรักมาไม่นาน แล้วไปใช้งานโซเชียลมีเดีย จะรู้สึกว่าบาดแผลจากการอกหักถูกสะกิดซ้ำๆ ไม่มีวันจางหาย เพราะอัลกอริทึ่มจะไม่ปล่อยให้เราได้รับการเยียวยา
สิ่งที่ช่วยยืนยันได้ว่าการใช้งานโซเชียลมีเดียส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกเราหลังเลิกราจริง คืองานวิจัยเรื่อง ผลกระทบทางจิตวิทยาเกี่ยวกับความสัมพันธ์บนโลกดิจิทัล ซึ่งถูกตีพิมพ์ในวารสาร Computers in Human Behavior โดย ทารา ซี. มาร์แชลล์ (Tara C. Marshall) รองศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยแมคมาสเตอร์ ระบุว่า การใช้โซเชียลมีเดียหลังเลิกราอาจส่งผลเสียมากกว่าที่เราคิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเกี่ยวกับแฟนเก่าในแง่มุมต่างๆ ไม่ว่าจะโผล่มาในรูปแบบใดก็ตาม เพราะโซเชียลมีเดียมีแนวโน้มทำให้เกิดความทุกข์และความรู้สึกด้านลบมากขึ้น แถมยังทำให้การฟื้นตัวทางอารมณ์และการเติบโตของตัวเองช้าลงไปด้วย แม้ผู้ใช้งานหลายคนจะพยายามลบข้อมูลและเรื่องราวเกี่ยวกับแฟนเก่าออกจากโลกออนไลน์ของตัวเองแล้วก็ตาม ถึงอย่างนั้น โซเชียลมีเดียก็ยังสามารถนำคนเหล่านั้นกลับมาให้เห็นได้อยู่ดี
นอกจากนี้ ฟีดของโซเชียลมีเดียที่ไม่มีจุดสิ้นสุด ยิ่งทำให้ผู้ใช้งานต้องจมอยู่กับความรู้สึกและอารมณ์บางอย่างวนเวียนเช่นนั้นไปเรื่อยๆ ด้วย เพราะการแวะดูคอนเทนต์บางอย่างเพียงสักนิด ก็สามารถทำให้อัลกอริทึ่มจดจำและนำไปตีความพฤติกรรมการใช้งานของเราต่อได้แล้ว

ลองนึกถึงตอนที่เราเพิ่งอกหักหมาดๆ เราก็อาจอยากลองแวะดูดวงเกี่ยวกับคนเก่าสักหน่อย ไหน มีโอกาสไหมที่เขาจะกลับมา หรือลองฟังคนอื่นเล่าถึงความสัมพันธ์ครั้งเก่าของพวกเขาดูสักที จะเหมือนเราไหมนะ แม้จะเพียงไม่กี่นาที แต่อัลกอริทึ่มก็พร้อมเรียนรู้และตีไปว่าเราสนใจคลิปแนวๆ นี้ พร้อมกับดันฟีดขึ้นมาซ้ำๆ ทำนองเดียวกันกับ ก่อนหน้าที่เราเคยเสิร์ชหาที่เที่ยวที่อยากไปกับแฟนในช่วงที่คบกัน แต่พอเลิกรากันไป ก็อาจยังคงนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับสถานที่เที่ยวเหล่านั้น ซึ่งเป็นการตอกย้ำความรู้สึกอกหักของเรา
นอกจากนี้แพลตฟอร์มอย่าง TikTok ยังเคยออกมายอมรับว่า ตัวคลิปที่เผยแพร่บางครั้งอาจไม่ได้เป็นอันตรายด้วยตัวเนื้อหาเอง แต่เมื่อมันไปปรากฏต่อหน้าคนที่อยู่ในสภาวะเปราะบาง ก็สามารถทำให้ความรู้สึกหรือประสบการณ์ด้านลบที่เขากำลังเผชิญอยู่ถูกตอกย้ำซ้ำๆ ด้วยรูปแบบอัลกอริทึ่มของแพลตฟอร์มได้
ฉะนั้นแล้ว สิ่งที่น่าเป็นกังวลไม่ใช่แค่ตัวเนื้อหาคอนเทนต์เกี่ยวกับการเลิกราที่เหล่าครีเอเตอร์สรรค์สร้างขึ้นมา แต่อาจเป็นตัวอัลกอริทึ่มของแพลตฟอร์มที่ทำความเข้าใจพฤติกรรมการใช้งานเพียงด้านเดียว โดยไม่ได้ลงลึกถึงอารมณ์และความรู้สึกของผู้ใช้งานที่มีต่อวิดีโอเหล่านั้นจริงๆ มากกว่า
หากใครกำลังประสบกับความรู้สึกแย่จากการอกหัก ที่ทวีความแย่ลงเรื่อยๆ มากขึ้นขณะที่ใช้งานโซเชียลมีเดีย ก็อาจลองหยุกพักจากการเล่นโซเชียลมีเดียดู รอให้เวลาค่อยๆ เยียวยาตัวเราเองให้เรียบร้อย แล้วใจพร้อมเมื่อไหร่ ค่อยกลับไปใช้งานอีกทีก็ได้ โซเชียลดีท็อกบางทีก็อาจจะไม่แย่นะ
อ้างอิงจาก