เลือกตั้งจบแล้ว แต่อารมณ์ยังค้างอยู่ในใจ
หลังผลการเลือกตั้งออก หลายครั้งมักทิ้งความรู้สึกโกรธ เสียใจ หรือผิดหวังให้กับโหวตเตอร์ โดยเฉพาะเมื่อการเลือกตั้งไม่เป็นอย่างที่คิด แถมยังมาพร้อมความกังขาหลายประการ ตั้งแต่ความไม่โปร่งใสต่อการนับคะแนน ความล่าช้าของการประกาศผล หรือแม้กระทั่งความผิดหวัง เมื่อพรรคหรือผู้สมัครที่เราเชียร์ไม่ได้คว้าชัยชนะในครั้งนี้
เมื่อการเลือกตั้งไม่ใช่แค่เรื่องของข้อมูลอย่างเดียว เราอาจไม่ได้ดูเพียงแค่นโยบายหรือชื่อผู้สมัคร แล้วกากบาทให้จบไปเพียงอย่างเดียว แต่หลายครั้งยังมาพร้อมกับอุมดมการณ์ที่ผูกติดอยู่กับพรรค รวมถึงอีกหลายกลยุทธ์ โดยเฉพาะอารมณ์และจิตวิทยา ที่ถูกนำมาใช้เพื่อดึงดูดใจผู้คนด้วย จึงไม่แปลกที่ช่วงนี้เราจะเห็นหลากหลายอารมณ์ที่ปะทุขึ้นหลังการเลือกตั้ง
เมื่อความเครียดหลังเลือกตั้งหรือ Post-Election Stress เกิดขึ้นได้กับทุกคน วันนี้เราชวนมาทำความรู้จักอารมณ์เหล่านี้กันมากขึ้น เพื่อหาทางรับมือกับสถานการณ์นี้กัน

เมื่อพรรคและเราหลอมรวมกลายเป็นหนึ่ง
แม้วันเลือกตั้งจะผ่านพ้นไปแล้ว ช่วงนี้เราอาจสังเกตเห็นว่ารอบๆ ตัวเรายังคงมีบรรยากาศตึงเครียด อันที่จริงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะความเครียดหลังเลือกตั้งเป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้จริง ยกตัวอย่างที่ฝั่งอเมริกาที่พบว่าความเครียดของผู้คนมักเพิ่มขึ้นหลังการเลือกตั้ง
ทุกปีสมาคมจิตวิทยาอเมริกัน (American Psychological Association: APA) จะจัดทำแบบสำรวจชื่อว่า ‘Stress in America’ เพื่อวัดการรับรู้ความเครียดของประชาชน นับตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา ชาวอเมริกาจำนวนมากบอกว่าระดับความเครียดของตัวเองเพิ่มขึ้นจากบรรยากาศทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเชียร์พรรคไหนก็ตาม
หลายคนเรียกความเครียดนี้ว่าเป็น ‘ภาวะเครียดหลังการเลือกตั้ง’ (post-election stress disorder) ซึ่งเป็นคำที่นิยมใช้หลังการเลือกตั้งตั้งแต่ปี 2016 เรื่อยมาจนถึงช่วงปี 2020 โดยคนที่มีความเครียด อาจพบอาการเหล่านี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกสิ้นหวัง วิตกกังวลที่ท่วมท้นจนทนไม่ไหว หรือสังเกตจากส่งสัญญาณออกมาทางร่างกาย เช่น ปวดหัว นอนไม่หลับ ปวดท้อง ไม่มีสมาธิ หรือหลงลืมง่าย
ไม่แปลกหากเราจะเกิดมีอารมณ์โกรธ เสียใจ หรือสิ้นหวังหลังการเลือกตั้ง
เพราะหลายครั้งในสนามการเมือง ‘อารมณ์’ ถูกดึงมาใช้ในช่วงการเลือกตั้งอยู่ตลอด
มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Frontiers in Political Science อธิบายว่าอารมณ์เป็นส่วนหนึ่งของการเมืองมาตลอด อย่างที่เราเห็นในช่วงหาเสียง มักใช้ดนตรี ภาพ สโลแกน และเรื่องส่วนตัว เพื่อให้เข้าถึงใจเหล่าโหวตเตอร์ บทบาทของความรู้สึก เช่น ความหวัง ความภาคภูมิใจ ความโกรธ หรือความกลัว จึงมีผลอย่างมากในการกำหนดพฤติกรรมทางการเมือง
ในงานวิจัยพบว่าอารมณ์มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจลงคะแนนเสียงมากกว่าความชอบจากนโยบาย โดยได้วิเคราะห์การเลือกตั้งทั้งหมด 5 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2000-2016 พบว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ได้ตัดสินใจเพียงจากมุมมองทางการเมืองของตัวเองกับผู้สมัครเท่านั้น แต่ยังมาจากความรู้สึกต่อผู้สมัครด้วย พูดง่ายๆ คือหากเรารู้สึกดีกับผู้สมัครคนนี้ มากกว่าอีกคน ก็ส่งผลต่อการเลือกมากกว่าเหตุผลอย่างเรื่องอุดมการณ์ทางการเมือง

นอกจากอารมณ์ส่วนตัวแล้ว สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดความเครียด มักมาจากบรรยากาศและสภาพแวดล้อมในช่วงนี้ มาจาก 3 เหตุผลหลักๆ คือ
- การติดตามรายงานข่าวตลอดเวลา: ยิ่งช่วงหลังเลือกตั้งหลายคนก็ยิ่งอยากรู้ผลการเลือกตั้ง จึงคอยติดตามข่าวตั้งแต่เช้าจรดค่ำ สื่อหลายสำนักก็ตอบรับด้วยการรายงานผลแบบเรียลไทม์ นักวิชาการออกมาวิเคราะห์สถานการณ์อย่างเจาะลึก ไม่เพียงแต่ผลคะแนนเท่านั้น แต่ในบริบทการเมืองไทย เรายังต้องคอยตรวจสอบความโปร่งใสในการนับคะแนนอย่างใกล้ชิดด้วย เพื่อไม่ให้เสียงของเราตกหล่นไป ความไม่ไว้วางใจต่อองค์กรจัดการเลือกตั้ง ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ความเครียดสูงขึ้นในช่วงนี้
- ความเครียดจากสังคมรอบข้าง: อีกหนึ่งเหตุผลที่ส่งผลต่อบรรยากาศในช่วงนี้คืออารมณ์ของคนรอบข้างที่คุกรุ่นไม่ต่างกัน เราอาจเห็นได้จากหน้าฟีดบนโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะปัดไปทางไหนหลายคนต่างพูดคุยเรื่องการเมือง และยิ่งเราสนใจมากเท่าไหร่อัลกอริทึ่มก็จะนำเสนอเนื้อหาเหล่านี้ให้เราเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ ไม่รู้จบ แม้เราจะตัดขาดจากโลกออนไลน์ แต่ไม่ว่ายังไงเราก็อาจรับรู้ได้จากคนรอบตัวอยู่ดี
- ความกังวลต่ออนาคตประเทศ: สุดท้ายคะแนนเสียงที่มอบให้ไป เราก็หวังว่าจะทำให้ประเทศเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างที่หวัง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาปากท้อง สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม การขนส่ง หรือสิทธิคนข้ามเพศ ฯลฯ สำหรับบางคนสิ่งเหล่านี้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ฝากไว้กับพรรคที่มีแนวคิดเดียวกัน แต่เมื่อผลที่ออกมาตรงกันข้าม เราก็อาจรู้สึกสิ้นหวังต่ออนาคตและเกิดความไม่มั่นคงได้
เมื่ออารมณ์ถูกดึงมาใช้ในทางการเมือง โดยเฉพาะในสังคมที่แบ่งขั้วความคิดชัดเจน การผูกตัวตนเข้ากับพรรคหรือผู้สมัครจึงเกิดขึ้นได้ไม่ยาก บางคนมองว่าผลการเลือกตั้งนี้กลายเป็นเรื่องส่วนตัวไปด้วย ขณะเดียวกัน ทั้งความไม่โปร่งใส และความกังวลต่อทิศทางของประเทศนับจากนี้ ก็มีส่วนไม่น้อยที่ทำให้ความเครียดปะทุขึ้นหลังการเลือกตั้ง
วิธีจัดการอารมณ์หลังเลือกตั้ง
ก่อนอื่นเราต้องย้ำอีกครั้งว่าอารมณ์ด้านลบที่เกิดขึ้นช่วงนี้ไม่ใช่เรื่องผิด หรือเป็นสิ่งที่เราต้องกำจัดทิ้งไป ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์โกรธ ผิดหวัง หรือเสียใจ แต่สัญญาณบอกว่าเราต้องกลับมาดูแลตัวเองอีกครั้ง เมื่อเรารู้สึกว่าอารมณ์เหล่านี้ท่วมท้นเกินไป จนทำให้เราไม่สามารถใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม

อันที่จริงความเครียดหลังการเลือกตั้ง ก็ไม่ต่างจากความเครียดจากการทำงาน ที่เราสามารถเยียวยาให้ดีขึ้นได้ เอมิเลีย เคลลีย์ (Amelia Kelley) นักบำบัดด้านบาดแผลทางใจ และศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยยอร์กวิลล์ แนะนำวิธีสำหรับการจัดการความเครียดช่วงนี้หลักๆ 2 วิธี คือ การกำหนดขอบเขต และการฝึกความเมตตากับตัวเอง
หากเรารู้สึกสิ้นหวัง ที่ตัวเองไม่สามารถทำอะไรได้ เราอาจต้องสร้างขอบเขตให้ตัวเองชัดเจนขึ้น เพื่อไม่ให้ข้อมูลจากสื่อหรือวาทกรรมเข้ามาบั่นทอนกำลังใจของเราเอง โดยอาจเริ่มจากวางโทรศัพท์มือถือ การพักเสพสื่อ ในช่วงที่ข้อมูลยังไม่นิ่งสักพัก เพื่อดึงตัวเองกลับมาอยู่ในโลกปัจจุบัน เช่น ออกไปเดินเล่น ทำสิ่งที่ตัวเองชอบ เพื่อไม่ให้ตัวเองจมอยู่กับความคิดฟุ้งซ่านอยู่ในหัวซ้ำๆ
นอกจากนี้ ช่วงหลังเลือกตั้ง เมื่อเจอกับความคับข้องใจหลายคนอาจใช้ความเห็นอกเห็นใจ เพื่อทำความหาคำตอบ หรือเข้าใจจุดยืนของผู้อื่นมากเกินไป จนเกิดภาวะ ‘empathy overload’ ซึ่งทำให้เหนื่อยล้าและเพิ่มความเครียดมากกว่าเดิม ในกรณีนี้ เอมิเลียแนะนำว่าการเข้าอกเข้าใจผู้อื่นอีกแบบหนึ่งที่ได้ผลกว่าคือความเมตตา (compassion)
แม้ว่าจะมีพื้นฐานมาจากความเห็นอกเห็นใจเหมือนกัน แต่ความเมตตาคือความเข้าอกเข้าใจที่ลึกซึ้งกว่า โดยเจือไปด้วยความปรารถนาที่อยากช่วยเหลือผู้อื่นไปด้วย บางคนอาจเริ่มจากการลงมือทำบางอย่าง เช่น เป็นอาสาสมัครจับตาการนับคะแนน ตรวจสอบการทำงานของสส. หรือรวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมทางสังคม แม้จะว่าการลุกขึ้นมาทำอะไรบางอย่างจะไม่ใช่เรื่องง่าย และอาจต้องเจอกับความผิดหวังอีก แต่อย่าลืมบอกตัวเองว่ากำลังทำได้ดีที่สุดแล้วนะ
ถึงการก้าวผ่านความรู้สึกเหล่านี้จะเป็นเรื่องยาก แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องไม่ลืมคือการเคารพเสียงที่แตกต่างจากเรา และอดทนรอการเลือกตั้งใหม่ในครั้งหน้า
อ้างอิงจาก