ช่วงนี้เลื่อนฟีดโซเชียลหาอะไรสนุกๆ ดู ก็มักเห็นคลิปหุ่นยนต์ Humanoid ที่รูปลักษณ์ภายนอกคล้ายมนุษย์และสามารถเดิน 2 ขาได้ ออกมาทำอะไรตลกๆ เลียนกิจกรรมแบบมนุษย์ ไม่ว่าจะ เดิน วิ่ง เต้น เตะบอล หรือกระทั่งโชว์ศิลปะการป้องกันตัวแขนงต่างๆ ได้หมด ติดอยู่อย่างเดียวดันทำไม่สำเร็จ และจบลงด้วยการล้มกองอยู่กับพื้นแทน
หลายคนที่ดูคลิปพวกนี้ ก็คงมีหลุดขำออกมาบ้าง เพราะท่าทางของหุ่นยนต์แต่ละตัวเวลาล้มตลกอยู่ไม่น้อย บางตัวล้มหน้าพับ ตัวพับ บางตัวถึงขั้นร่างช็อตเกิดเป็นประกายไฟเลยก็มี
ทั้งที่คลิปไม่มีอะไรเลย มีแค่หุ่นยนต์ทำตัวเปิ่นๆ จนล้มหรือพังไม่เป็นท่า แต่ทำไมหลายคนถึงยังชอบดูคลิปหุ่นยนต์เหล่านี้กันอยู่นะ? หรือแท้จริงแล้ว สิ่งที่ทำให้เราหัวเราะอาจไม่ได้มีเพียงความซุ่มซ่ามของหุ่นยนต์เท่านั้น แต่อาจเกี่ยวข้องกับความรู้สึกบางอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวเราเองในฐานะมนุษย์ด้วย

คลิปหุ่นยนต์มีอะไร ทำไมคนถึงชอบดู
แม้บรรดาหุ่นยนต์ Humanoid เหล่านี้จะไม่มีความรู้สึกนึกคิดใดๆ เหมือนมนุษย์ แต่เวลาดูคลิปหุ่นยนต์เหล่านี้ ก็ไม่อาจต่างอะไรจากเวลาดูคลิปตลกแนวคนทำอะไรพลาดๆ หรือเจ็บตัวเท่าไหร่นัก
หลายคนที่ไม่คุ้นว่าคลิปแนวตลกเจ็บตัวเป็นอย่างไร ลองนึกถึงวิดีโอที่คนที่กำลังตั้งใจทำอะไรสักอย่าง ทว่าผลลัพธ์ที่ออกมากลับผิดพลาด หรือบางคนก็อาจถึงขั้นได้รับบาดเจ็บทางร่างกาย จุดร่วมของคลิปเหล่านี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าคนในคลิปตั้งใจจะทำอะไร แต่อยู่ที่ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นระหว่างดำเนินกิจกรรมนั้นๆ ซึ่งกลายเป็นสิ่งที่สร้างเสียงหัวเราะและความบันเทิงให้กับคนที่กำลังรับชม
ส่วนเหตุผลว่าทำไมคนเราถึงชอบดูคลิปแนวตลกเจ็บตัว รวมถึงคลิปหุ่นยนต์ทำอะไรพลาดนี้ นั่นเพราะมนุษย์เรามีห้วงอารมณ์และความรู้สึกที่เรียกว่า ‘Schadenfreude’ หรือก็คือ การรู้สึกยินดีหรือพึงพอใจเมื่อเห็นบางสิ่งประสบความโชคร้ายหรือความผิดพลาด โดยคำนี้มาจากภาษาเยอรมัน ประกอบด้วยคำว่า Schaden หมายถึง ความเสียหาย และ Freude หมายถึง ความสุข อารมณ์นี้จึงสะท้อนแง่มุมธรรมชาติของมนุษย์ที่พบได้ทั่วไป แม้ว่าจะเป็นความรู้สึกที่ผู้คนไม่ค่อยยอมรับหรือมองในแง่ลบก็ตาม
ในมุมมองทางจิตวิทยา ได้มีการแบ่ง Schadenfreude ออกเป็น 3 รูปแบบ รูปแบบแรกเกี่ยวข้องกับความก้าวร้าว มักเกิดขึ้นโดยมุ่งไปยังคนที่อยู่นอกกลุ่มของตนเอง รูปแบบถัดมาเกี่ยวข้องกับการแข่งขันหรือการเป็นคู่แข่ง เช่น ความสะใจเมื่อทีมกีฬาคู่แข่งเป็นฝ่ายแพ้ และรูปแบบที่สามเชื่อมโยงกับ ความยุติธรรม เมื่อเรารู้สึกว่าความทุกข์หรือความล้มเหลวของใครสักคนเป็นสิ่งที่พวกเขาสมควรได้รับ
หากลองมองผ่านกรอบของ Schadenfreude คลิปหุ่นยนต์ทำอะไรผิดพลาดก็อาจใกล้เคียงกับรูปแบบแรก ที่เราเห็นใครสักคนหรืออะไรสักอย่างนอกกลุ่มของตัวเอง โดยคำว่า ‘กลุ่ม’ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเพียงกลุ่มเพื่อนหรือแก๊งที่เราสังกัดเท่านั้น แต่ยังอาจหมายถึง ‘กลุ่มมนุษย์’ ที่เราเป็นส่วนหนึ่งด้วย เช่น เมื่อเราเห็นคลิปหุ่นยนต์กำลังวิ่งสุดแรงเกิด แล้วจู่ๆ พวกมันดันล้มหน้าคว่ำจนพัง หลายคนจึงอดหัวเราะออกมาไม่ได้ เพราะท้ายที่สุดแล้ว ต่อให้รูปร่างหน้าตาหรือการเคลื่อนไหวของมันจะคล้ายมนุษย์เพียงใด เจ้าหุ่นยนต์ตัวนั้นก็ยังไม่ใช่กลุ่มเดียวกับเราอยู่ดี
เบรนนา อาร์กอลล์ (Brenna Argall) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพหุ่นยนต์ ตอกย้ำความรู้สึก Schadenfreude ของมนุษย์เรา โดยบอกว่าเหตุผลที่คนชอบดูคลิปหุ่นยนต์เหล่านี้ เพียงแค่หลายคนชอบที่จะเห็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจหรือวางแผนไว้เท่านั้น
แม้อาร์กอลล์จะเห็นด้วยเกี่ยวกับแนวคิด Schadenfreude ที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ระหว่างดูคลิปหุ่นยนต์ ถึงอย่างนั้น อาร์กอลล์ก็ยังเสริมเหตุผลเพิ่มเติมว่า บางคนก็อาจมองว่าหุ่นยนต์พวกนี้ มีลักษณะบางอย่างที่คล้ายคลึงกับมนุษย์ เช่น มีแขนขา หรือเดินวิ่งได้ จึงอาจทำให้หลายคนรู้สึกเชื่อมโยงพวกมันกับคลิปตลกเจ็บตัวทั่วไปแบบที่มนุษย์ทำ
อีกทั้งเวลาดูคลิปหุ่นยนต์ทำอะไรผิดพลาด เราในฐานะมนุษย์คนหนึ่งยังรู้สึกว่าตัวเองอยู่เหนือในหลากหลายแง่มุมด้วย โดย เดนนิส ฮง (Dennis Hong) ศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมจาก UCLA อธิบายว่า เมื่อเราเห็นหุ่นยนต์ล้มหน้าคะมำขณะพยายามทำอะไรสักอย่าง เราไม่ได้ตลกจากความผิดพลาดเท่านั้น แต่ยังเกิดความรู้สึกสะใจเล็กๆ ที่ หุ่นยนต์ ซึ่งเป็นตัวแทนเทคโนโลยีและความก้าวหน้าดันทำพลาดหรือล้มเหลวในเรื่องพื้นฐาน จึงช่วยตอกย้ำถึงความอยู่เหนือกว่าเทคโนโลยี

เราในฐานะมนุษย์มักมีภาพมองว่า หุ่นยนต์กำลังเข้ามาแทนที่เราในหลายด้าน พอพวกมันล้มขณะเดินหรือวิ่ง ซึ่งเป็นการกระทำทั่วไปของมนุษย์ เราจึงรู้สึกว่า ยังมีบางสิ่งที่เทคโนโลยีไม่สามารถทำได้ดีเท่าเราตามแนวคิดของฮงนั่นเอง
แม้ในอนาคต หุ่นยนต์พวกนี้อาจกำลังกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของการพัฒนาทางเทคโนโลยี ตลอดจนเป็นส่วนหนึ่งที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตมนุษย์ในอนาคต แต่ตราบใดที่พวกมันยังล้มหน้าคะมำจากกิจกรรมง่ายๆ อยู่นั้น วันนี้เราในฐานะมนุษย์คนหนึ่งก็ขอขำมันก่อนแล้วกัน
ส่วนพวกมันจะแทนที่มนุษย์ได้จริงไหมนั้น คงต้องรอดูกันไปในอนาคต
อ้างอิงจาก