ว่าที่สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง Melania Trump

ขณะที่ผู้หญิงยังไม่ได้เป็นประธานาธิบดีจากการเลือกตั้งในสหรัฐที่ผ่านมา ก็ยังคงไม่มี ‘สุภาพบุรุษหมายเลข 1’ ในความหมายของสามีของประธานาธิบดี เหมือนกับที่มีข้อตกลงร่วมกันว่า ‘สุภาพสตรีหมายเลข 1’ หมายถึงภริยาของประธานาธิบดี เช่นเดียวกับที่ ‘หลังบ้าน’ ของนายกรัฐมนตรีไทยเพิ่งจะเป็นผู้ชายบนหน้าหนังสือพิมพ์ก็เมื่อยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี

 

สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งหรือ First Lady เป็นยศทางสังคมอย่างไม่เป็นทางการของภรรยาประธานาธิบดี เป็นตำแหน่งสวยๆ ลอยๆ ไม่ได้รับเงินเดือนและรัฐธรรมนูญบัญญัติ แต่มีมาตั้งแต่ในยุคที่ผู้หญิงอเมริกันยังไม่มีสิทธิพลเมืองสามารถเลือกตั้ง เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของ ‘ความเป็นหญิงอเมริกัน’ ตามอุดมคติ[1]

กล่าวกันว่าต้นตำรับหรือบรรทัดฐานนี้มาจาก Martha Washington (1789-1797) เมื่อสามีคนที่ 2 ของเธอเป็นประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกา George Washington ระหว่าง ค.ศ. 1789–97 นางเปิดเผยชีวิตภายในบ้าน ต้อนรับสันทนาการบรรดาชนชั้นนำทางสังคมการเมือง วางบุคลิกตนเองในฐานะผู้ดีอังกฤษแบบอเมริกัน และได้รับการขนานนามว่า Lady Washington ครึ่งศตวรรษหลังจากนั้น บทบาทแรกๆ ของภริยาประธานาธิบดีก็คือคอยต้อนรับเลี้ยงดูปูเสื่อแขกทั้งส่วนบุคคลและสาธารณะที่มาเยือนที่พำนักประจำตำแหน่งประธานาธิบดี แต่กว่านางจะถูกเรียกว่า ‘First Lady’ ก็เมื่อตายไปนายแล้วหลายทศวรรษโดยนักหนังสือพิมพ์

 

สำหรับประธานาธิบดีที่ครองตัวเป็นโสด ก็นับเอาผู้หญิงที่มีบทบาทภายในบ้านและได้รับการยอมรับโดยประธานาธิบดีเช่น Harriet Lane หลานสาวของ ประธานาธิบดี James Buchanan, Jr.ที่ดำรงตำแหน่งระหว่างค.ศ. 1857–61 เพราะนางก็ทำหน้าที่แม่บ้านของรัฐบาล

แต่เอาเข้าจริงสาธารณชนเริ่มสนใจกิจกรรมบทบาททางการเมืองสาธารณะของ First Lady อย่างชัดเจนเปิดเผยก็ตอนกลางของศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา พวกนางจึงไม่ใช่แค่ชะนีที่บังเอิญโชคดีแต่งงานกับประธานาธิบดี มีหน้าที่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ปรนนิบัติพัดวี หรือคอยรองมือรองตีนในพื้นที่ส่วนตัวเท่านั้น แต่เป็นอีกผู้เล่นหนึ่งในเกมการเมืองแบบไม่เป็นทางการ อย่างน้อยที่สุดเธอก็ต้องมีหน้าที่เป็นหน้าเป็นตา เกื้อหนุนประชานิยมให้กับสามี[2] ผู้ที่จะมาเป็นสตรีหมายเลขหนึ่งจึงไม่ได้มาเล่นๆ

 

ยิ่ง Melania Trump อดีตนางแบบว่าที่สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ของว่าที่ประธานาธิบดีไม่สุภาพบุรุษเท่าไรอย่าง Donald Trump ยิ่งต้องรับศึกหนัก เพราะสามีนางแจกความ sexist เรี่ยราด ในฐานะที่เธอเป็นภาพตัวแทนของผู้หญิงอเมริกันในอุดมคติและมีเพศเดียวกับพวกที่สามีเธอเที่ยวเหยียดเกลื่อนกลาด

แต่จากที่ Trump ผู้เมียให้สัมภาษณ์กับ Harper’s BAZAAR ฉบับกุมภาพันธ์ 2016 ว่านางตั้งใจที่จะไม่มีบทบาททางการเมืองบนที่สาธารณะแล้วปล่อยให้เป็นเรื่องของ Trump ผู้ผัวไป ไม่ใช่เพราะนางเป็นหญิงสวยแต่โง่ เป็น Stepford wife อยู่แต่ในมุ้งในครัว รอผัวกลับจากไปทำงานนอกบ้าน หรือชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้ พะยับพะเยิบตามสามีไปหมดทุกเรื่อง เธอเองก็ไม่ได้เห็นด้วยกับ Trump ทุกเรื่อง แต่ก็ไม่ใช่อำนาจของเธอที่ต้องไปเปลี่ยนเขา เหมือนที่เขาเปลี่ยนเธอไม่ได้ และแม่ของลูกชายวัย 10 ขวบ ยังคงเป็นงานหลักของเธอ ไม่ใช่เข้าไปมีส่วนร่วมในหน้าที่การงานของสามี[3]

และที่ท้าทายไปกว่านั้น นางและ Donald Trump ยังเปิดเผยเรื่องเพศอย่างโจ๋งครึ่มในปี 2000 ขณะที่ทั้งคู่ยังเป็นแฟนกันว่ามีเซ็กซ์กันอย่างน้อยวันละครั้ง และมันก็เด็ดมาก แต่ที่เด็ดในเด็ด นางมีภาพนู้ดนาจา ภาพเหล่านั้นเผยแพร่ในปีเดียวกัน นางถ่ายให้กับนิตยสาร GQ อังกฤษฉบับเดือนมกราคม ในเครื่องบินส่วนตัวของ Donald Trump ไปจนถึงภาพนู้ดอล่างฉ่าง ลงนิตยสารฝรั่งเศสสำหรับผู้ชาย Max ตั้งแต่ปี 1996 แต่ปิดตัวลงไปแล้ว สมัยที่นางเพิ่งจะเข้าสหรัฐไม่นาน รูปเล่านั้นถูกขุดมาแหกช่วงสามีนางหาเสียง

 

ลำพัง มันก็น่าเศร้าอยู่แล้วที่โลกสนใจเธอในฐานะเมีย Donald Trump ทั้งๆ ที่โลกควรจะสนใจใครสักคนก็เพราะเขาและเธอผู้นั้นเอง ไม่ใช่เป็นเมียหรือผัวใคร เคราะห์ซ้ำกรรมซัด ดีไซเนอร์ห้องเสื้อดังจำนวนมากไม่เสนอตัวแต่งองค์ทรงเครื่องให้ในฐานะว่าที่สตรีหมายเลขหนึ่งซ้ำยังเบ้ปากใส่ ก็เพราะสามีปากแมวของเธอ บรรดา feminist จะแอบเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ เวลานางถูกโจมตีเรื่องภาพนู้ดถึงความเหมาะสม ที่จะรับตำแหน่งสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เหตุก็เนื่องมาจากทัศนคติทางเพศของผัวนางอีกนั่นแหละ

แต่นางยังคงยืนเด่นโดยท้าทาย

 

เพราะ Feminism หลายสำนักโตมาถึงจุดนึงที่ไม่คิดว่าภาพโป๊ เปลือย นู้ด porn คือการข่มขืนแล้ว แต่เป็นการแสดงออกถึงอารมณ์ความต้องการทางเพศ ความสุขของตนเอง การสร้างรายได้ หน้าที่การงาน ศิลปะและอาชีพ การ ‘แสดง’ ออกของความสุขสมทางเพศดังลั่นบนสื่อ สำนัก Sex-positive feminism บอกว่าภาพบรรดา porn ต่างๆ ทำลายขนบจารีตที่ผู้หญิงถูกกดทับมายาวนาน เช่นผู้หญิงไม่ชอบเซ็กซ์แต่ชอบความรักมากกว่า แถมในบรรดา porn ยังโชว์เนื้อตัวร่างกายและบทบาททางเพศของผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย หลากหลายกว่าโลกนอก porn

 

แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าภาพโป๊ หนังโป๊ (ของรักต่างเพศ) ถูกผลิตมาขึ้นเพื่อให้ผู้หญิงเป็นวัตถุบำบัดความใคร่ มุมกล้องจึงเป็นมุมของผู้ชายจับจ้องเนื้อตัวร่างกายผู้หญิง สื่อประเภทนี้ไม่ได้นำเสนอ sex partner ที่เท่าเทียมกัน (นี่ยังไม่พูดถึงสุขอนามัย สุขภาวะทางเพศ ‘5ส’ ของแต่ละค่ายหนังโป๊อีกนะ) เป็นเพียงรูปหรือเรื่องราวให้ผู้ชายโหลดชมเพื่อจินตนาการว่าได้อึ๊บพวกเธอก็เท่านั้น

ขณะที่หนุ่มๆ หลายคนต้องจินตนาการ แต่ Donald Trump ได้เป็นเมีย เหมือน ‘ความเป็นชาย’ ของบรรดาหนุ่มๆ ถูกจัดระดับชั้นอย่างน่าเจ็บปวด ซึ่งเขาก็จัดอยู่ใน hegemonic masculinity ที่มีอำนาจอิทธิพลเหนือกว่าผู้อื่นในระดับสถาบันและพื้นที่สาธารณะ เป็นกลุ่มเดียวกับผู้บังคับบัญชาในสถาบันทหาร มหาเศรษฐี นักบาส NBA NFL ซูเปอร์สตาร์ ที่ชายหลายคนวัลลาบี ทว่าเข้าไม่ถึงด้วยเงื่อนไขต่างๆ เช่นไม่รวย เป็นพ่อคนแล้ว เมียไม่อนุญาตหรือขี้เกียจ เท่าที่ทำได้คือส่งใจเชียร์ ลงคะแนนเสียง ยืนเกาะขอบสนามทำตาปริบๆ เท่านั้น กลายเป็นชายแบบสมรู้ร่วมคิด (complicity) นอกเหนือ ‘ความเป็นชาย’ แบบอื่นๆ ได้แก่ ‘ความเป็นชาย’ แบบรอง (subordination) เช่นผู้ชายที่ถูกมองถูกเรียกว่าอ่อนแอ ปวกเปียก ขี้ขลาดขี้ปอด ลูกแหง่ nerd geek โง่ บอบบาง ขี้แพ้ ขี้อาย อ้วน ไม่แมน และ ‘ความเป็นชาย’ แบบชายขอบ (maginalization) เช่น บ้านจน คนดำ คนสีผิวในสังคมเหยียดสีผิว และเกย์[4]

 

ฉะนั้นเมื่อมีภาพหลุดหรือต่อให้มีคลิปโป๊ ต่อให้เห็นอะไรถึงไหน มันก็ไม่น่าจะเป็นอุปสรรคอะไรต่อการเป็นภริยาประมุขของประเทศ รูปของนางอาจจะเป็นไฟล์ที่มีทุกคอม เป็นรูปที่มีในห้องน้ำของหนุ่มๆ ในบ้าน

เพราะมันช่วยเสริมอำนาจแบบผู้ชายๆ และบุคลิกภาพของ Donald Trump เสียด้วยซ้ำ

 

 

อ้างอิงข้อมูลจาก

[1] Robert P. Watson. The Presidents’ Wives: The Office of the First Lady in US Politics (Lynne Reinner2014)

[2] Carl Sferrazza Anthony. First Ladies: The Saga of the Presidents’ Wives & Their Power, 1789-1961, Volume One (Morrow, 1990) และ First Ladies: The Saga of the Presidents’ Wives & Their Power, 1961-1990, Volume Two (Morrow, 1991)

[3] www.harpersbazaar.com

[4] Connell, Robert William. Masculinities. Berkeley : University of California Press, c1995, pp. 76-81

 

 

Illustration by Namsai Supavong
Share This!
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
No Comments Yet

Comments are closed